๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาแสดงรูปาวจรวิบากเป็นต้น
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์จะแสดงวิบากจิตที่เป็นรูปาวจรเป็นต้น จึงเริ่มตรัสว่า กตเม ธมฺเม อพฺยากตา (ธรรมอันเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน) เป็นต้นอีก.
พึงทราบวินิจฉัยในธรรมอันเป็นอัพยากฤตต่อไป.
กามาวจรวิบากย่อมเป็นเหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้างกับกุศลจิตของตน เพราะฉะนั้น วิบากจิตของกุศลนั้น ท่านจึงมิได้จำแนกให้เป็นวิบากคล้อยตามกุศล. ส่วนรูปาวจรวิบากและอรูปาวจรวิบาก ย่อมเป็นเช่นเดียวกับกุศลของตน เหมือนเงาทั้งหลายมีเงาช้างม้าและต้นไม้เป็นต้น ย่อมเป็นเช่นช้างม้าและต้นไม้เป็นต้นนั่นแหละ ดังนั้น ท่านจึงจำแนกทำให้คล้อยตามกุศล.
อนึ่ง กามาวจรกุศลย่อมให้วิบากในกาลบางครั้งบางคราวก็ได้ ส่วนรูปาวจรกุศลและอรูปาวจรกุศลย่อมให้วิบากเฉพาะอัตภาพในภพที่สองทีเดียวโดยไม่มีอันตราย แม้เพราะเหตุนี้ ท่านจึงจำแนกให้เป็นเช่นกับกุศลนั่นแหละ.
คำที่เหลือพึงทราบโดยนัยที่กล่าวในกุศลนั่นแล.
ส่วนความแตกต่างกันมีดังนี้.
พึงทราบประเภทมีปฏิปทาเป็นต้น และความเป็นหีนจิต ปณีตจิตและมัชฌิมจิต เพราะการมาแห่งฌานในรูปาวจรวิบากและอรูปาวจรวิบากเหล่านี้. แต่วิบากเหล่านี้ไม่มีอธิบดีเลย เพราะไม่ทำธรรมมีฉันทะเป็นต้นดวงใดดวงหนึ่งให้เป็นธุระเกิดขึ้นแล.
รูปาวจรวิบากและอรูปาวจรวิบาก จบ. -----------------------------------------------------