๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาอนิจจตากถา ว่าด้วยความไม่เที่ยง
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความไม่เที่ยง. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า แม้ความไม่เที่ยงแห่งรูปเป็นต้นที่ไม่เที่ยง ก็เป็นภาวะสำเร็จแล้ว คือหมายความว่าเกิดขึ้นแล้วดุจรูปเป็นต้น ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวกะปรวาทีนั้นว่า ความไม่เที่ยงแห่งความไม่เที่ยงนั้นก็เป็นภาวะสำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว หรือ? เพื่อท้วงว่า ความไม่เที่ยงเป็นของสำเร็จแล้วราวกะรูปเป็นต้น ตามลัทธิของท่านมีอยู่ไซร้ อันความไม่เที่ยงที่สำเร็จแล้วอย่างอื่นก็พึงมีแก่ความไม่เที่ยงแม้นั้น ดังนี้.
ปรวาทีนั้นปฏิเสธโดยความไม่มีความไม่เที่ยง ๒ อย่างรวมกัน แต่ตอบรับรองเพราะความไม่เที่ยงนั้นย่อมไม่เป็นความไม่เที่ยงอีก หมายความว่าความไม่เที่ยงนั้นย่อมอันตรธานไปกับความไม่เที่ยงนั้นนั่นแหละ.
ลำดับนั้น สกวาทีไม่ให้โอกาสอันมีเลศนัยแก่ปรวาทีนั้นจึงยกโทษ คือการไม่เข้าไปตัดวัฏฏะด้วยสามารถแห่งธรรมอื่นๆ ว่าความไม่เที่ยงที่ ๒ ท่านไม่รับรองตามลัทธิของท่านโดยความเป็นภาวะไม่เที่ยงนั้นๆ บ้าง โดยความเป็นภาวะไม่เที่ยงอื่นจากนั้นบ้าง จึงกล่าวคำว่า ความไม่เที่ยงนั้นๆ แลไม่มีการทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ เป็นต้น.
คำว่า ชราเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว เป็นต้น สกวาทีกล่าวด้วยความสามารถแห่งการประกอบเนืองๆ ซึ่งการจำแนกความไม่เที่ยง เพราะขึ้นชื่อว่าความไม่เที่ยงอื่นจากชราและมรณะแห่งธรรมที่เกิดขึ้นแล้วย่อมไม่มี.
บัณฑิตพึงทราบคำตอบรับรองและคำปฏิเสธของปรวาที ในปัญหาแม้นั้น โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในก่อนนั่นแหละ.
คำว่า รูปเป็นภาวะที่สำเร็จแล้ว คือเกิดขึ้นแล้ว เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อเทียบเคียงความไม่เที่ยงแห่งธรรมมีรูปเป็นต้นเหล่านั้นกับความไม่เที่ยงเหล่านั้น.
ในข้อนั้น ปรวาทีเมื่อสำคัญว่า ความไม่เที่ยง ความชราและมรณะแห่งธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นที่สำเร็จแล้วมีอยู่ ฉันใด ธรรมเหล่านั้น ไม่มีอยู่แก่ธรรมทั้งหลายมีความไม่เที่ยงเป็นต้นที่สำเร็จแล้ว ฉันนั้น จึงตอบปฏิเสธโดยส่วนเดียว ดังนี้. อรรถกถาอนิจจตากถา จบ.
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. ติสโสปิอนุสยกถา
๒. ญาณกถา
๓. ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา
๔. อิทังทุกขันติกถา
๕. อิทธิพลกถา
๖. สมาธิกถา
๗. ธัมมัฏฐตตากถา
๘. อนิจจตากถา.
วรรคที่ ๑๑ จบ. -----------------------------------------------------