This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๔

Other items in this volume

มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ โพธิกถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อชปาลนิโครธกถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ มุจจลินทกถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ราชายตนกถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อนัจฉริยคาถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พรหมยาจนกถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พุทธปริวิตกกถามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องอุปกาชีวกมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องพระปัญจวัคคีย์มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ปัญจวัคคีย์ทูลขอบรรพชาอุปสมบทมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องยสกุลบุตรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ทรงอนุญาตบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องสหายภัททวัคคีย์มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องชฎิล ๓ พี่น้องมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ทรงเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะบรรพชามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ต้นเหตุอุปัชฌายวัตรเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ สัทธิวิหาริกวัตรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ การประณามและการให้ขมามหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ มูลเหตุอุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรมมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระอุปเสนวังคันตบุตรอุปสมบทสัทธิวิหาริกมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระอุปัชฌายะมีการศึกษาน้อยกว่าสัทธิวิหาริก ... ทรงอนุญาตอาจารย์มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อาจริยวัตรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อันเตวาสิกวัตรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ว่าด้วยการประณามมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ การให้นิสสัย นิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์และอาจารย์มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ องค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ให้อุปสมบท ๑๖ หมวดเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ติตถิยปริวาสมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อันตรายิกธรรม โรค ๕ ชนิดมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องราชภัฏบวช ทรงห้ามบวชราชภัฏมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ห้ามบวชโจรที่ขึ้นชื่อโด่งดังมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ห้ามบวชโจรหนีเรือนจำเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ห้ามบวชคนมีหนี้มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ห้ามบวชทาสมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ทรงอนุญาตการปลงผมมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องตายเพราะอหิวาตกโรคมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องถือนิสสัยมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ทายัชชภาณวาร พระราหุลกุมารทรงผนวชเป็นสามเณรมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องลงทัณฑกรรมแก่สามเณรเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องห้ามบัณเฑาะก์มิให้อุปสมบทมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องห้ามคนลักเพศและคนเข้ารีดมิให้อุปสมบทมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวชมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องห้ามคนฆ่ามารดามิให้อุปสมบทเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องห้ามอุปสมบทคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ เรื่องห้ามอุปสมบทอุภโตพยัญชนกมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวก บุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวกมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ทรงห้ามให้นิสสัยแก่อลัชชีเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อุปสมบทกรรมมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระพุทธานุญาตให้บอกนิสสัย ๔ เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ อุททานคาถามหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ เรื่องปริพาชกอัญญเดียรถีย์เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ เรื่องสมมติโรงอุโบสถเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ วิธีสมมติติจีวราวิปปวาสและวิธีถอนติจีวราวิปปวาสมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ วันอุโบสถ ๒มหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ ปาติโมกขุเทศ ๕มหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ จะแสดงธรรมท่ามกลางสงฆ์ต้องได้รับอาราธนาก่อนมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ หน้าที่สวดปาติโมกข์เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ พระพุทธานุญาตให้มอบปาริสุทธิเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่างมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ ทำอุโบสถไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ วันอุโบสถต่างกันเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะมหาวรรค ภาค ๑ วัสสูปนายิกขันธกะ เรื่องภิกษุหลายรูป การจำพรรษา ๒ อย่างเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ วัสสูปนายิกขันธกะ เรื่องทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะมหาวรรค ภาค ๑ วัสสูปนายิกขันธกะ อันตรายของภิกษุผู้จำพรรษาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ เรื่องภิกษุหลายรูปเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ พระพุทธานุญาตให้มอบปวารณาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ แสดงอาบัติก่อนปวารณาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ ภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุอาคันตุกะนับวันปวารณาต่างกันเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ ไม่ควรไปไหนในวันปวารณาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ พระพุทธานุญาตเตวาจิกาปวารณาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ ภิกษุมีอาบัติห้ามปวารณาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ พวกที่พร้อมเพรียงกันเป็นต้นเลื่อนปวารณาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๑ ปวารณาขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ

Scripture

มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะบรรพชา

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation53 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อรรถกถาสารีปุตตโมคคัลลานบรรพชา

บทว่า สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานา ได้แก่ พระสารีบุตร ๑ พระโมคคัลลานะ ๑ ท่านทั้ง ๒ ได้ทำกติกากันไว้ว่า ผู้ใดพบอมตธรรมก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่อีกฝ่ายหนึ่ง.

ได้ยินว่า ท่านทั้ง ๒ นั้นในเวลาเป็นคฤหัสถ์มีชื่อปรากฏอย่างนี้ว่า อุปติสสะ โกลิตะ มีมาณพ ๒๕๐ เป็นบริวาร ได้ไปดูมหรสพซึ่งมี ณ ยอดเขา. สองสหายเห็นมหาชนในที่นั้นแล้ว ได้มีความรำพึงว่า ขึ้นชื่อว่าหมู่มหาชนอย่างนี้ๆ ยังไม่ทันถึง ๑๐๐ ปี ก็จักตกอยู่ในปากแห่งความตาย.

ลำดับนั้น สหายทั้ง ๒ เมื่อบริษัทลุกขึ้นแล้ว ได้ไต่ถามกันและกัน มีอัธยาศัยร่วมกัน มีความสำคัญว่าความตายปรากฏเฉพาะหน้า ปรึกษากันว่า เพื่อน เมื่อความตายมี ธรรมที่ไม่ตายก็ต้องมีด้วย. เอาเถิด เราค้นหาธรรมที่ไม่ตายกันเถิดดังนี้.

____________________________

คิรคฺคสมชฺช มหรสพฉลองประจำปี ณ กรุงราชคฤห์, มหรสพยอดเขา.

เพื่อค้นหาธรรมที่ไม่ตาย จึงพร้อมด้วยบริษัทบวชในสำนักสญชัยปริพาชกผู้นุ่งผ้า ไม่กี่วันนักก็ถึงฝั่งในลัทธิสมัยซึ่งเป็นวิสัยแห่งญาณของสญชัยนั้น.

เมื่อมองไม่เห็นอมตธรรม จึงถามว่า ท่านอาจารย์ กระผมขอถามแก่นสารแม้อื่นในบรรพชานี้จะยังมีอยู่หรือ?

ได้ฟังคำตอบของท่านว่า ไม่มี ผู้มีอายุ และว่า ลัทธินี้มีเท่านี้แล.

จึงได้ทำกติกาไว้ว่า ผู้มีอายุ ลัทธินี้เหลวไหลไม่มีแก่นสาร ทีนี้ในพวกเรา ผู้ใดพบอมตธรรมก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่อีกฝ่ายหนึ่ง.

เพราะเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า ท่านทั้ง ๒ ได้ทำกติกากันไว้.

ตติยาวิภัตติในลักษณะแห่งอิตถัมภูต ผู้ศึกษาพึงทราบในบททั้งหลายว่า ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน เป็นต้น.

คำนี้ว่า อตฺถิเกหิ อุปญาตํ มคฺคํ เป็นคำแสดงเหตุการติดตาม.

จริงอยู่ มีคำที่ท่านอธิบายไว้ดังนี้ว่า

อย่ากระนั้นเลย เราพึงตามติดภิกษุนี้ไปข้างหลังๆ.

เพราะเหตุไร? เพราะเหตุว่าธรรมดาการตามติดไปข้างหลังๆ นี้ เป็นทางที่ผู้มีความต้องการทั้งหลาย รู้จักเข้าหาแล้ว. อธิบายว่า เป็นมรรคา อันชนทั้งหลายผู้มีความต้องการรู้แล้วและดำเนินเข้ามาหาแล้ว.

อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นความในคำนี้อย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่านิพพาน อันเราทั้งหลายผู้มีความต้องการ รู้ชัดแล้วว่ามีอยู่แน่นอน ด้วยอนุมานอย่างนี้ว่า เมื่อความตายมี ธรรมที่ไม่ตายก็ต้องมีด้วย อย่ากระนั้นเลย เราเมื่อแสวงหาคือเมื่อค้นหานิพพานนั้น พึงตามติดภิกษุนี้ไปข้างหลังๆ.

หลายบทว่า ปิณฺฑปาตํ อาทาย ปฏิกฺกมิ มีความว่า พระอัสสชิผู้มีอายุเข้าไปนั่งชิดเชิงฝาแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีประการดังกล่าวแล้วในสุทินนกัณฑ์. แม้สารีบุตรเล่ายืนคอยเวลาอยู่ว่า ยังไม่ใช่เวลาที่จะถามปัญหาก่อน เพื่อจะบำเพ็ญวัตตปฏิบัติ จึงถวายน้ำจากคนโทของตนแก่พระเถระผู้เสร็จภัตตกิจแล้ว กระทำปฏิสันถารกับพระเถระผู้ล้างมือและเท้าแล้ว ถามปัญหา.

เพราะเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์จึงกล่าวว่า อถ โข สารีปุตฺโต ปริพฺพาชโก เป็นต้น.

____________________________

มหาวิภงฺค. ปฐม. ๒๗.

สองบทว่า น ตฺยาหํ สกฺโกมิ ตัดบทว่า น เต อหํ สกฺโกมิ แปลว่า สำหรับท่าน เราไม่อาจ.

แต่ว่า พระเถระถึงปฏิสัมภิทาญาณในธรรมวินัยนี้ จะไม่อาจเพื่อแสดงธรรมเพียงเท่านี้หามิได้ โดยที่แท้ ท่านคิดว่า เราจักปลูกความเคารพในธรรมแก่ผู้นี้ ได้ถือเอาข้อที่การแสดงธรรมในพุทธวิสัยโดยอาการทั้งปวงไม่ใช่วิสัยของท่าน จึงกล่าวอย่างนั้น.

บาทคาถาว่า เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา มีความว่า เบญจขันธ์ชื่อว่าธรรมมีเหตุเป็นแดนเกิด. พระเถระแสดงทุกขสัจแก่สารีบุตรนั้นด้วยคำนั้น.

บาทคาถาว่า เตสํเหตุํ ตถาคโต อาห มีความว่า สมุทยสัจชื่อว่าเหตุแห่งเบญจขันธ์นั้น พระเถระแสดงว่า พระตถาคตตรัสสมุทยสัจนั้นด้วย.

บาทคาถาว่า เตสญฺจ โย นิโรโธ จ มีความว่า พระตถาคตตรัสความดับคือความไม่เป็นไปแห่งสัจจะแม้ทั้ง ๒ นั้นด้วย พระเถระแสดงนิโรธสัจแก่สารีบุตรนั้นด้วยคำนั้น. ส่วนมรรคสัจ แม้ท่านไม่ได้แสดงรวมไว้ในคาถานี้ ก็เป็นอันแสดงแล้วโดยนัย. เพราะว่าเมื่อกล่าวนิโรธ มรรคซึ่งเป็นเหตุให้ถึงนิโรธนั้น ก็เป็นอันกล่าวด้วย.

อีกอย่างหนึ่ง ในบาทคาถาว่า เตสญฺจ โย นิโรโธ จ นี้ สัจจะแม้ ๒ เป็นอันพระเถระแสดงแล้วอย่างนี้ว่า ความดับแห่งสัจจะทั้ง ๒ นั้นและอุบายแห่งความดับแห่งสัจจะทั้ง ๒ นั้น ฉะนี้แล. บัดนี้ พระเถระเมื่อจะยังเนื้อความนั้นนั่นแลให้รับกัน จึงกล่าวว่า พระมหาสมณะมีปกติตรัสอย่างนี้.

บาทคาถาว่า เอเสว ธมฺโม ยทิ ตาวเทว มีความว่า แม้ถ้าว่า ธรรมที่ยิ่งกว่านี้ไม่มีไซร้ ธรรมเพียงเท่านี้เท่านั้นคือคุณ มาตรว่าโสดาปัตติผลนี้เท่านั้น อันข้าพเจ้าจะพึงบรรลุ ถึงอย่างนั้นธรรมนี้นั่นแล อันข้าพเจ้าค้นหาแล้ว.

บาทคาถาว่า ปจฺจพฺยถา ปทมโสกํ มีความว่า พวกข้าพเจ้าเที่ยวค้นหาทางอันไม่มีความโศกใด ท่านทั้งหลายนั่นแล ย่อมตรัสรู้ทางอันไม่มีความโศกนั้น.

อธิบายว่า ทางนั้น อันท่านทั้งหลายบรรลุแล้ว.

กึ่งคาถาว่า อทิฏฺฐํ อพฺภุติตํ พหุเกหิ กปฺปนหุเตหิ มีความว่า ทางอันไม่มีความโศกนี้ ชื่ออันข้าพเจ้าทั้งหลายไม่เห็นแล้วทีเดียว ล่วงไปนักหนาตั้งหลายนหุตแห่งกัลป์ สารีบุตรปริพาชกแสดงข้อที่ตนมีความเสื่อมใหญ่ตลอดกาลนาน เพราะเหตุที่ไม่ได้เห็นทางนั้นด้วยประการดังนี้.

____________________________

ปาฐะในอรรถกถาว่า ตถาปิ เอโสเอว ธมฺโม. โยชนาหน้า ๑๘๔ แก้ขยายความว่า ตถาปิ เอโสเอว มยา คเวสิโต นิพฺพานสงฺขาโต ธมฺโมติ อตฺโถ. จึงได้แปลไว้อย่างนี้ หรืออีกนัยหนึ่งว่า ธรรมที่ข้าพเจ้าค้นหาแล้ว ก็ธรรมนี้นั่นแล.

บาทคาถาว่า คมฺภีเร ญาณวิสเย มีความว่า เป็นธรรมอันลึกซึ้งด้วย เป็นวิสัยแห่งญาณอันลึกซึ้งด้วย.

บาทคาถาว่า อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย ได้แก่ นิพพาน.

บทว่า วิมุตฺเต มีความว่า ผู้นั้นพ้นแล้วด้วยวิมุตติมีนิพพานนั้นเป็นอารมณ์.

บทว่า พฺยากาสิ มีความว่า พระศาสดาเมื่อตรัสว่า คู่แห่งสหายนั้นจักเป็นคู่อัครสาวก เป็นคู่ที่เจริญของเรา ดังนี้ ชื่อว่าทรงพยากรณ์แล้วซึ่งคู่แห่งสหายในสาวกบารมีญาณ.

ข้อว่า สา ว เตสํ อายสฺมนฺตานํ อุปสมฺปทา อโหสิ มีความว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทานั้นแล ได้เป็นอุปสัมปทาของท่านทั้ง ๒ พร้อมทั้งบริษัท.

ก็แลในพระเถระทั้ง ๒ ซึ่งอุปสมบทแล้วอย่างนั้น พระมหาโมคคัลลานเถระ ๗ วันจึงได้สำเร็จพระอรหัต พระสารีบุตรเถระกึ่งเดือนจึงได้สำเร็จพระอรหัต.

ได้ยินว่า ในอดีตกาล พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าอโนมทัสสี เสด็จอุบัติในโลก. ดาบสชื่อสรทะกระทำมณฑปด้วยดอกไม้ต่างๆ ที่อาศรมของตน เพื่อพระพุทธเจ้านั้น อัญเชิญพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ประทับบนอาสนะดอกไม้นั่นเทียว กระทำมณฑปอย่างนั้นแล ตั้งแต่งอาสนะดอกไม้สำหรับภิกษุสงฆ์ด้วย แล้วปรารถนาเป็นอัครสาวก.

ก็แลครั้นปรารถนาแล้ว จึงส่งข่าวไปบอกแก่เศรษฐีชื่อสิริวัฒน์ว่า ข้าพเจ้าได้ปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกแล้ว ถึงท่านก็จงมาปรารถนาตำแหน่งหนึ่ง.

เศรษฐีกระทำมณฑปดอกอุบลเขียว นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ฉันในมณฑปนั้น ครั้นให้ฉันเสร็จแล้ว ได้ปรารถนาเป็นสาวกที่ ๒. ในชนทั้ง ๒ นั้น สรทดาบสเกิดเป็นพระสารีบุตรเถระ สิริวัฒน์เศรษฐีเกิดเป็นพระมหาโมคคัลลานเถระ ฉะนี้แล บุพกรรมของพระอัครสาวกทั้ง ๒ นั้นเท่านี้.

วินิจฉัยในบทว่า อปุตฺตกตาย เป็นต้น ดังต่อไปนี้ :-

พระสมณโคดมปฏิบัติเพื่อความที่ชนทั้งหลายผู้มีบุตรบวชต้องเป็นคนไร้บุตร เพื่อความที่หญิงทั้งหลายผู้มีผัวบวชต้องเป็นหม้าย คือต้องเป็นคนร้างผัว เพื่อเข้าไปตัดสกุลเสีย แม้ด้วยอาการทั้ง ๒ อย่าง.

บทว่า สญฺชยานิ คือ ผู้เป็นอันเตวาสิกของสญชัย.

สองบทว่า มาคธานํ คิริพฺพชํ มีความว่า สู่คิริพพชนครของชาวมคธทั้งหลาย.

บทว่า มหาวีรา ได้แก่ ผู้มีความเพียรใหญ่.

บทว่า นียมานานํ มีความว่า ครั้นเมื่อกุลบุตรทั้งหลาย อันพระองค์ทรงแนะนำอยู่

บทว่า นียมานานํ นี้เป็นฉัฏฐีวิภัตติใช้ในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ อีกนัยหนึ่ง ใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ.

บาทคาถาว่า กา อุสฺสูยา วิชานตํ มีความว่า จะต้องริษยาอะไรด้วยเล่า เมื่อรู้อยู่อย่างนี้ว่า พระตถาคตทั้งหลายทรงแนะนำโดยธรรม.

____________________________

ชื่อนี้ตรงกับอรรถกถาธรรมบท แต่ในอปทานว่า เดิมพระสารีบุตรชื่อสุรุจิดาบส พระโมคคัลลานะเป็นพระยานาคชื่ออรุณ.

อรรถกถาสารีปุตตโมคคัลลานบรรพชา จบ. -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะบรรพชา · Volume 4