๑
อรรถกถาแปลไทย
ว่าด้วยธรรมเนียมในโรงฉัน
บทว่า วิปฺปกตโภชเน มีความว่า ภิกษุกำลังฉันอยู่ในที่ใดที่หนึ่งในละแวกบ้านก็ตาม ในวิหารก็ตาม ในป่าก็ตาม เมื่อการฉันยังไม่เสร็จ ไม่ควรให้ลุก. ในละแวกบ้าน ภิกษุผู้มาที่หลังพึงรับภิกษาแล้วไปยังที่แห่งภิกษุผู้เป็นสภาคกัน. ถ้าชาวบ้านหรือภิกษุทั้งหลาย นิมนต์ว่า ท่านจงเข้าไป ควรบอกว่า เมื่อเราเข้าไป ภิกษุทั้งหลายจักต้องลุกขึ้น. เธออันเขากล่าวว่า ที่นี่ยังมีที่นั่ง จึงควรเข้าไป. ถ้าใครๆ ไม่กล่าวคำน้อยหนึ่ง พึงไปที่อาสนศาลาแล้ว เฉียดมายืนอยู่ในที่แห่งภิกษุผู้เป็นสภาคกัน ; เมื่อภิกษุทั้งหลายทำโอกาสแล้ว เธออันเขานิมนต์ว่า นิมนต์เข้ามาเถิด ดังนี้ พึงเข้าไป. แต่ถ้า ที่อาสนะซึ่งจะถึงแก่เธอ มีภิกษุมิได้ฉันนั่งอยู่ จะให้ภิกษุนั้นลุกขึ้น ควรอยู่.
ภิกษุผู้นั่งดื่มหรือขบฉันยาคูและของเคี้ยวเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว แม้มีมือว่างก็ไม่ควรให้ลุก จนกว่าภิกษุอื่นจะมา เพราะว่าเธอนับว่าเป็นผู้ฉันค้างเหมือนกัน.
ข้อว่า สเจ วุฏฺฐาเปติ มีความว่า ถ้าแม้เธอแกล้งล่วงอาบัติให้ลุกขึ้นจนได้.
ข้อว่า ปริวาริโต จ โหติ มีความว่า เธอจะให้ภิกษุใดลุก, ถ้าภิกษุนี้เป็นผู้ห้ามโภชนะแล้ว, เธออันภิกษุนั้นพึงกล่าวว่า จงไปหาน้ำมา. จริง ข้อนี้แล เป็นสถานอันหนึ่ง ที่ภิกษุหนุ่มให้ภิกษุแก่กว่าได้. ถ้าเธอไม่หาน้ำมาให้. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงแสดงหน้าที่ซึ่งภิกษุผู้อ่อนกว่าจะพึงกระทำ จึงตรัสคำเป็นต้นว่า พึงกลืนเมล็ดข้าวให้เรียบร้อย.
[ว่าด้วยเสนาสนะที่เหมาะแก่ภิกษุอาพาธ]
วินิจฉัยในคำว่า คิลานสฺส ปฏิรูปํ เสยฺยํ นี้ พึงทราบดังนี้ :-
ภิกษุใดเป็นผู้อาพาธ ด้วยโรคหืดหรือโรคริดสีดวง และโรคลงแดงเป็นต้น, ภาชนะมีกระโถนและหม้ออุจจาระเป็นต้น เป็นของอันภิกษุนั้นควรเตรียมไว้.
อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุเป็นโรคเรื้อน ย่อมทำเสนาสนะให้เสีย, ควรให้ภายใต้ปราสาทมณฑปและศาลาเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเสนาสนะส่วนหนึ่ง แก่ภิกษุเห็นปานนั้น. เมื่อภิกษุผู้อาพาธรูปใดอยู่ จะไม่ทำเสนาสนะให้เสียหาย. แม้ที่นอนประณีต ก็ควรให้แก่ภิกษุรูปนั้นแท้. ฝ่ายภิกษุใดทำยาอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นต้นว่า ยาแดง ยาถ่ายและยานัตถุ์ ภิกษุนั้นทั้งหมดจัดว่าผู้อาพาธด้วย. พึงกำหนดให้เสนาสนะที่เหมาะแก่ภิกษุแม้นั้น.
บทว่า เลสกปฺเปน ได้แก่ สักว่าปวดศีรษะเป็นต้นเล็กน้อย.
-----------------------------------------------------