This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑

Other items in this volume

เรื่องเวรัญชพราหมณ์ เวรัญชพราหมณ์กล่าวตำหนิพระผู้มีพระภาค ทรงอุปมาด้วยลูกไก่ ฌาน ๔ วิชชา ๓ เวรัญชพราหมณ์แสดงตนเป็นอุบาสก เมืองเวรัญชาเกิดข้าวยากหมากแพง พุทธประเพณี พระมหาโมคคัลลานะเปล่งสีหนาท พระสารีบุตรทูลถามถึงเหตุที่ทำให้พรหมจรรย์ดำรงอยู่นานและไม่นาน ทรงปรารภเหตุที่จะบัญญัติสิกขาบท เสด็จนิเวศน์เวรัญชพราหมณ์ว่าด้วยการเสพเมถุนธรรม สุทินกลันทบุตรออกบวช พระบัญญัติพระอนุบัญญัติ เรื่องลิงตัวเมียพระอนุบัญญัติ เรื่องพวกภิกษุวัชชีบุตรสิกขาบทวิภังค์ลักษณะที่ไม่เป็นอันบอกคืนสิกขา ลักษณะที่จัดว่าเป็นการบอกคืนสิกขา บอกคืนสิกขาโดยการใช้คำไวพจน์ ลักษณะที่บอกคืนสิกขาแล้วไม่เป็นอันบอกคืนมรรคภาณวารว่าด้วยเรื่องไม่มีเครื่องหุ้ม [๕๘] [ทับ]ว่าด้วยเรื่องมีเครื่องหุ้ม [๖๑] [ทับ]ว่าด้วยเรื่องไม่มีเครื่องหุ้ม [๖๓] [สอด]ว่าด้วยเรื่องมีเครื่องหุ้ม [๖๔] [สอด]อนาปัตติวารคาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องลิงตัวเมียเป็นต้นเรื่องพระธนิยกุมภการบุตร วัสสการพราหมณ์ตรวจราชการ พระบัญญัติเรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติสิกขาบทวิภังค์บทภาชนีย์ มาติกา ทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน เป็นต้นการสั่งองค์แห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๒อนาปัตติวารคาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องช่างย้อม ๕ เรื่องเป็นต้นปฐมบัญญัตินิทาน เรื่องหมู่ภิกษุผู้เจริญอสุภกัมมัฏฐานกับตาเถนมิคลัณฑิกะ ทรงแสดงอานาปานสติสมาธิกถา พระบัญญัติเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ทำเอง ... สั่งทูต พรรณนาด้วยกาย ... พรรณนาด้วยวาจา การนำรูปเข้าไปใกล้ ... การนำเสียงเข้าไปใกล้ การบอก การแนะนำ ... การทำนิมิตคาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องพรรณนาคุณความตายเป็นต้นเรื่องภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา มหาโจร ๕ จำพวก นิคมคาถาพระบัญญัติ เรื่องภิกษุสำคัญว่าได้บรรลุ พระอนุบัญญัติสิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์สุทธิกวารกถา ปฐมฌานเป็นต้น สุทธิกฌาน สุทธิกวิโมกข์ สุทธิกสมาธิ สุทธิกสมาบัติ สุทธิกญาณทัสสนะ สุทธิกมัคคภาวนา สุทธิกอริยผล สุทธิกกิเลสปหาน สุทธิกจิตตวินีวรณะขัณฑจักรแห่งเอกมูลกนัย วัตถุวิสารกะ พัทธจักร เอกมูลกนัย แห่งวัตถุวิสารกะ พัทธจักร เอกมูลกนัย แห่งวัตถุวิสารกะ ที่ท่านย่อไว้ ขัณฑจักร ทุมูลกนัยแห่งวัตถุวิสารกะ พัทธจักร ทุมูลกนัยแห่งวัตถุวิสารกะ พัทธจักร ทุมูลกนัย แห่งวัตถุวิสารกะที่ท่านย่อไว้ปัจจยปฏิสังยุตตวารกถา เปยยาล ๑๕ หมวดอนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องภิกษุสำคัญว่าได้บรรลุเป็นต้นบทสรุปปาราชิก ๔ สิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในปาราชิกกัณฑ์เรื่องพระเสยยสกะ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์สุทธิกสังฆาทิเสส ขัณฑจักร มีเจตนาอย่างเดียวเป็นมูล พัทธจักร มีเจตนาอย่างเดียวเป็นมูล ขัณฑจักร มีเจตนา ๒ อย่างเป็นมูล พัทธจักร มีเจตนา ๒ อย่างเป็นมูล สัพพมูลกนัยขัณฑจักร มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็นมูล พัทธจักร มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็นมูล ขัณฑจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็นมูล พัทธจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็นมูล สัพพมูลกนัยอุภโตพัทธมิสสกจักร ขัณฑจักร พัทธจักร กุจฉิจักร หมุนไปข้างหน้า ปิฏฐิจักร หมุนไปข้างหลังอนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องภิกษุฝันเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา ภิกขุเปยยาล อิตถีเปยยาล อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องมารดาเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องผ้ากัมพลสีแดงเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ หญิงเป็นต้น อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องหญิงหมันต้องการมีบุตรเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ เรื่องนักเลงหญิง พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา หญิง ๑๐ จำพวก บทภาชนีย์ มาติกา ภรรยา ๑๐ จำพวกธนักกีตาจักร นิกเขปบท ขัณฑจักร มีสตรีคนหนึ่งเป็นมูล พัทธจักร มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล ธนักกีตาจักร พัทธจักร มีหญิง ๑๐ คนเป็นมูล ฉันทวาสินีจักร - มุหุตติกาจักรมาตุรักขิตาจักร ปิตุรักขิตาจักร สปริทัณฑาจักรอุภโตพัทธกจักร ปุริสเปยยาล อิตถีเปยยาลภิกษุรับคำ ภิกษุไม่รับคำ ชายสั่งภิกษุหลายรูป ชายสั่งภิกษุรูปเดียว ภิกษุจัดการสำเร็จและบอกคลาดเคลื่อนอนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องหญิงหลับเป็นต้นเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี เรื่องฤๅษี ๒ พี่น้อง เรื่องนกฝูงใหญ่ เรื่องรัฐบาลกุลบุตร พระบัญญัติสิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เป็นต้น อนาปัตติวารเรื่องพระฉันนะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เป็นต้น อนาปัตติวารเรื่องพระทัพพมัลลบุตร วิธีแต่งตั้ง และกรรมวาจาแต่งตั้งเสนาสนปัญญาปกะและภัตตุทเทสกะ เรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ภิกษุณีเมตติยาใส่ความพระทัพพมัลลบุตร พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ ไม่เห็น โจทว่าได้เห็นเป็นต้น ความเห็น ๔ อย่าง อนาปัตติวารเรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ เลศ ๑๐ อย่าง อธิบายเลศ ๑๐ อย่าง สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ เอเกกมูลจักรเป็นต้น อนาปัตติวารเรื่องพระเทวทัต วัตถุ ๕ ประการ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระโกกาลิกะและพวกประพฤติตาม กล่าวสนับสนุนพระเทวทัต พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระฉันนะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ วิธีทำปัพพาชนียกรรม และกรรมวาจาทำปัพพาชนียกรรม พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารบทสรุป รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์เรื่องพระอุทายี นางวิสาขามิคารมารดาตำหนิพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ปฏิญญาตกรณะ เห็นกำลังนั่งเสพเมถุนเป็นต้นเรื่องพระอุทายี นางวิสาขามิคารมารดาตำหนิพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ปฏิญญาตกรณะ เห็นกำลังนั่งถูกต้องกายเป็นต้นบทสรุป รวมสิกขาบทที่มีในอนิยตกัณฑ์

Scripture

เรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องผ้ากัมพลสีแดงเป็นต้น

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation7 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท นิทานวัตถุ ๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท ว่าด้วยการพูดเกี้ยวหญิง เรื่องพระอุทายี

Item ๒๘๓

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุทายีอยู่ในป่า วิหารของ ท่านสวยงาม น่าดู น่าชม หญิงจำนวนมากพากันไปที่วัดเพื่อชมวิหาร พากันเข้าไป หาท่านพระอุทายีถึงที่อยู่ ครั้นเข้าไปหาแล้ว กล่าวว่า “พวกดิฉันต้องการชมวิหาร ของพระคุณเจ้า เจ้าค่ะ” ท่านพระอุทายีพาหญิงเหล่านั้นชมวิหาร พูดชมบ้าง พูดติบ้าง ขอบ้าง อ้อนวอนบ้าง ถามบ้าง ถามซ้ำบ้าง บอกบ้าง สอนบ้าง ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนัก ทวารเบาของหญิงเหล่านั้น พวกหญิงที่ไม่กลัวบาป ใจถึง ไม่มียางอาย บ้างก็ยิ้มพราย บ้างก็พูดยั่ว บ้าง ก็กระซิกกระซี้ บ้างก็กระเซ้ากับท่านพระอุทายี ส่วนพวกหญิงที่มีความละอายใจ ก็เลี่ยงออกไปแล้วฟ้องภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านเจ้าข้า คำเช่นนี้ไม่เหมาะ ไม่ควร สามี พูดเช่นนี้พวกเราก็ยังไม่ชอบ นี่พระคุณเจ้าอุทายีมาพูดได้อย่างไร” บรรดาภิกษุผู้มักน้อยสันโดษ มีความละอาย มีความระมัดระวัง ใฝ่การศึกษา จึงพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนท่านพระอุทายี จึงพูดเกี้ยวมาตุคาม ด้วยวาจาชั่วหยาบเล่า” ครั้นภิกษุเหล่านั้นตำหนิท่านพระอุทายีโดยประการต่างๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามท่านพระอุทายีว่า “อุทายี ทราบว่า เธอพูดเกี้ยวมาตุคามด้วยวาจาชั่ว หยาบจริงหรือ” ท่านทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคทรงตำหนิว่า “โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ไม่สมควร ไม่คล้อยตาม ไม่เหมาะสม ไม่ใช่กิจของสมณะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๑๕} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนเธอจึงพูดเกี้ยวมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบเล่า โมฆบุรุษ เรา แสดงธรรมโดยประการต่างๆ เพื่อคลายความกำหนัด มิใช่เพื่อความกำหนัด ฯลฯ เราบอกการระงับความกลัดกลุ้มเพราะกามไว้โดยประการต่างๆ มิใช่หรือ โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส ฯลฯ” แล้ว จึงรับสั่งให้ ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ

Item ๒๘๔

ก็ภิกษุใดถูกราคะครอบงำแล้ว มีจิตแปรปรวน พูดเกี้ยวมาตุคาม ด้วยวาจาชั่วหยาบ พาดพิงเมถุน เหมือนชายหนุ่มพูดเกี้ยวหญิงสาว เป็น สังฆาทิเสส เรื่องพระอุทายี จบ สิกขาบทวิภังค์

Item ๒๘๕

คำว่า ก็...ใด คือผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็...ใด คำว่า ภิกษุ มีอธิบายว่า ที่ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระ ภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุ ในความหมายนี้ ที่ชื่อว่า ถูกราคะครอบงำแล้ว คือ มีความยินดี เพ่งเล็ง มีจิตรักใคร่ คำว่า แปรปรวน ความว่า จิตกำหนัดแล้วชื่อว่าแปรปรวนบ้าง จิตโกรธแล้ว ชื่อว่าแปรปรวนบ้าง จิตหลงแล้วชื่อว่าแปรปรวนบ้าง แต่จิตกำหนัดแล้ว พระผู้มีพระ ภาคทรงประสงค์ว่า แปรปรวน ในความหมายนี้ ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่ หญิงมนุษย์ ไม่ใช่นางยักษ์ ไม่ใช่นางเปรต ไม่ใช่สัตว์ ดิรัจฉานตัวเมีย แต่เป็นหญิงที่รู้เดียงสา สามารถรับรู้ถ้อยคำสุภาษิต ทุพภาษิต คำ หยาบและคำสุภาพ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๑๖} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ วาจาที่ชื่อว่า ชั่วหยาบ ได้แก่ ถ้อยคำที่พาดพิงเมถุนธรรมทางทวารหนัก ทวารเบา คำว่า พูดเกี้ยว นี้ ท่านเรียกความประพฤติล่วงเกิน คำว่า เหมือนชายหนุ่มพูดเกี้ยวหญิงสาว ได้แก่ หนุ่มพูดเกี้ยวสาว ชายวัย รุ่นพูดเกี้ยวหญิงวัยรุ่น คือ ชายผู้บริโภคกามพูดเกี้ยวหญิงผู้บริโภคกาม คำว่า พาดพิงเมถุน ได้แก่ ถ้อยคำเกี่ยวกับเมถุนธรรม คำว่า เป็นสังฆาทิเสส ความว่า สำหรับอาบัตินี้ สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ฯลฯ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “เป็นสังฆาทิเสส” บทภาชนีย์ มาติกา ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ขอบ้าง อ้อนวอนบ้าง ถามบ้าง ถามซ้ำบ้าง บอกบ้าง สอนบ้าง ด่าบ้าง พาดพิงทวารทั้งสอง ที่ชื่อว่า พูดชม คือ พูดชมเชย พรรณนา พูดสรรเสริญทวารทั้งสอง ที่ชื่อว่า พูดติ คือ พูดข่ม พูดเสียดสี พูดติเตียนทวารทั้งสอง ที่ชื่อว่า ขอ คือ พูดว่า “จงให้แก่เรา ควรให้แก่เรา” ที่ชื่อว่า อ้อนวอน คือ พูดว่า “เมื่อไรมารดาของเธอจักเลื่อมใส เมื่อไรบิดา ของเธอจักเลื่อมใส เมื่อไรเทวดาของเธอจักเลื่อมใส เมื่อไรเธอจะมีขณะดี มีลยะดี มี ครู่ดี เมื่อไรเราจะได้เสพเมถุนธรรมกับเธอ” ที่ชื่อว่า ถาม คือ ถามว่า “เธอให้แก่สามีอย่างไรหรือให้แก่ชายชู้อย่างไร” ที่ชื่อว่า ถามซ้ำ คือ สอบถามว่า “ทราบว่า เธอให้แก่สามีอย่างนี้ ให้แก่ชายชู้ อย่างนี้หรือ” ที่ชื่อว่า บอก คือ พอถูกถามจึงบอกว่า “เธอจงให้อย่างนี้ เมื่อให้อย่างนี้ จะเป็นที่รักใคร่พอใจของสามี” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๑๗} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ ที่ชื่อว่า สอน คือ เขาไม่ถามก็สอนว่า “เธอจงให้อย่างนี้ เมื่อให้อย่างนี้ จะเป็นที่รักใคร่พอใจของสามี” ที่ชื่อว่า ด่า คือ ด่าว่า “เธอไม่มีเครื่องหมายเพศ เธอสักแต่ว่ามีเครื่องหมาย เพศ เธอไม่มีประจำเดือน เธอมีประจำเดือนไม่หยุด เธอใช้ผ้าซับเสมอ เธอเป็นคน ไหลซึม เธอมีเดือย เธอเป็นบัณเฑาะก์หญิง เธอมีลักษณะคล้ายชาย เธอมีทวาร หนักทวารเบาติดกัน เธอมีสองเพศ” หญิง

Item ๒๘๖

(๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ขอบ้าง อ้อนวอนบ้าง ถามบ้าง ถามซ้ำบ้าง บอกบ้าง สอนบ้าง ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของหญิง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส (๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุไม่แน่ใจหญิงว่าเป็นหญิง ฯลฯ สำคัญว่าเป็น บัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉานและมีความ กำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบา ของหญิง ต้องอาบัติถุลลัจจัย บัณเฑาะก์ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของ บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็น ชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของ บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติทุกกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๑๘} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ ชาย (๑) เป็นชาย (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ ไม่แน่ใจว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนัก ทวารเบาของชาย ต้องอาบัติทุกกฏ สัตว์ดิรัจฉาน (๑) เป็นสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ ไม่แน่ใจว่า เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชายและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ หญิง ๒ คน (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของหญิงทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คน ฯลฯ สำคัญว่า เป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉานและมีความ กำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบา ของหญิงทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว บัณเฑาะก์ ๒ คน (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ภิกษุสำคัญก์ว่าเป็นบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คนและ มีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวาร เบาของบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๑๙} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิง และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนัก ทวารเบาของบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ชาย ๒ คน (๑) เป็นชาย ๒ คน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นชายทั้ง ๒ คน ฯลฯ ไม่แน่ใจว่า เป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ สำคัญว่า เป็นบัณเฑาะก์และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของชายทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว สัตว์ดิรัจฉาน ๒ ตัว (๑) เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ๒ ตัว (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉานทั้ง ๒ ตัว ฯลฯ ไม่แน่ใจว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชายและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่า บ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของสัตว์ดิรัจฉานทั้ง ๒ ตัว ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว หญิงและบัณเฑาะก์ (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมี ความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวาร เบาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับสังฆาทิเสส (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงและบัณเฑาะก์ ทั้ง ๒ คน ฯลฯ ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉานและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับ ถุลลัจจัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๐} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ หญิงและชาย (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมีความ กำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของ ทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับสังฆาทิเสส (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงและชายทั้ง ๒ คน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนัก ทวารเบาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย หญิงและสัตว์ดิรัจฉาน (๑) เป็นหญิงและสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ และมี ความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวาร เบาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับสังฆาทิเสส (๑) เป็นหญิงและสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงและสัตว์ดิรัจฉาน ทั้ง ๒ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็น สัตว์ดิรัจฉานและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิง ทวารหนักทวารเบาของทั้ง ๒ ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย บัณเฑาะก์และชาย (๑) เป็นบัณเฑาะก์และชาย (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คนและ มีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวาร เบาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย (๑) เป็นบัณเฑาะก์และชาย (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นบัณเฑาะก์และชายทั้ง ๒ คน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็น หญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวาร หนักทวารเบาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๑} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ บัณเฑาะก์และสัตว์ดิรัจฉาน (๑) เป็นบัณเฑาะก์และสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนัก ทวารเบาของทั้ง ๒ ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย (๑) เป็นบัณเฑาะก์และสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นบัณเฑาะก์และ สัตว์ดิรัจฉานทั้ง ๒ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นชาย ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญว่าเป็นหญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของทั้ง ๒ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ชายและสัตว์ดิรัจฉาน (๑) เป็นชายและสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นชายทั้ง ๒ ฯลฯ ไม่แน่ ใจว่าเป็นชายและสัตว์ดิรัจฉานทั้ง ๒ ฯลฯ สำคัญว่าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ สำคัญ ว่าเป็นหญิง ฯลฯ สำคัญว่าเป็นบัณเฑาะก์และมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงทวารหนักทวารเบาของทั้ง ๒ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ใต้รากขวัญและเหนือเข่า (๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุ พูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงอวัยวะเบื้องบนใต้รากขวัญลงมา อวัยวะเบื้องต่ำเหนือเข่าขึ้นไป เว้นทวารหนักและทวารเบาของหญิง ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ฯลฯ (๑) เป็นสัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ ต้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงอวัยวะเบื้องบนใต้รากขวัญลงมา อวัยวะเบื้องต่ำเหนือเข่าขึ้นไป เว้นทวารหนักและทวารเบาของหญิงทั้ง ๒ ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ๒ ตัว ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๒} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท บทภาชนีย์ (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมี ความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงอวัยวะเบื้อง บนใต้รากขวัญลงมา อวัยวะเบื้องต่ำเหนือเข่าขึ้นไป เว้นทวารหนักและทวารเบา ของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏกับถุลลัจจัย ฯลฯ เหนือรากขวัญและใต้เข่า (๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูด ชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงอวัยวะเบื้องบนเหนือรากขวัญขึ้นไป อวัยวะเบื้องต่ำใต้เข่าลงมาของหญิง ต้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ (๑) เป็นชาย (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ (๑) สัตว์ดิรัจฉาน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิง ฯลฯ ต้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมีความ กำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงอวัยวะเบื้องบน เหนือรากขวัญขึ้นไป อวัยวะเบื้องต่ำใต้เข่าลงมาของหญิงทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมี ความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงอวัยวะเบื้อง บนเหนือรากขวัญขึ้นไป อวัยวะเบื้องต่ำใต้เข่าลงมาของทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ พูดพาดพิงถึงของที่เนื่องด้วยกาย (๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูด ชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงของที่เนื่องด้วยกายของหญิง ต้องอาบัติ ทุกกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๓} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท คาถารวมวินีตวัตถุ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ฯลฯ (๑) เป็นชาย ฯลฯ (๑) เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ ต้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมีความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงของที่เนื่องด้วยกายของหญิงทั้ง ๒ คน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุสำคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมี ความกำหนัด (๓) ภิกษุพูดชมบ้าง พูดติบ้าง ฯลฯ ด่าบ้าง พาดพิงถึงของที่เนื่อง ด้วยกายของทั้ง ๒ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ฯลฯ อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

Item ๒๘๗

๑. ภิกษุมุ่งอรรถะ ๒. ภิกษุมุ่งธรรม ๓. ภิกษุมุ่งพร่ำสอน ๔. ภิกษุวิกลจริต ๕. ภิกษุต้นบัญญัติ คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว เรื่องผ้ากัมพลสีแดง ๑ เรื่อง เรื่องผ้ากำพลขนแข็ง ๑ เรื่อง เรื่องผ้ากัมพลขนยุ่งเหยิง ๑ เรื่อง เรื่องผ้ากัมพลขนหยาบ ๑ เรื่อง เรื่องผ้าห่มขนยาว ๑ เรื่อง เรื่องนาหว่าน ๑ เรื่อง เรื่องหนทางราบเรียบ ๑ เรื่อง เรื่องมีศรัทธา ๑ เรื่อง เรื่องให้ทาน ๑ เรื่อง เรื่องทำงาน ๓ เรื่อง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๔} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท วินีตวัตถุ วินีตวัตถุ เรื่องผ้ากัมพลสีแดง ๑ เรื่อง

Item ๒๘๘

สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งห่มผ้ากัมพลใหม่สีแดง ภิกษุรูปหนึ่งมีความ กำหนัด ได้กล่าวกับเธอว่า “น้องหญิง เธอมีสีแดงแท้” แต่นางไม่เข้าใจความหมาย จึงกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ พระคุณเจ้า ผ้ากัมพลใหม่สีแดง” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๑) เรื่องผ้ากัมพลขนแข็ง ๑ เรื่อง สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งห่มผ้ากัมพลขนแข็ง ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้ กล่าวกับเธอว่า “น้องหญิง เธอมีขนแข็งแท้” แต่นางไม่เข้าใจความหมายจึงกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ พระคุณเจ้า ผ้ากัมพลขนแข็ง” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๒) เรื่องผ้ากัมพลขนยุ่งเหยิง ๑ เรื่อง สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งห่มผ้ากัมพลซักใหม่ ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้ กล่าวกับเธอว่า “น้องหญิง เธอมีขนยุ่งเหยิง” แต่นางไม่เข้าใจความหมายจึงกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ พระคุณเจ้า ผ้ากัมพลขนยุ่งเหยิง” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๓) เรื่องผ้ากัมพลขนหยาบ ๑ เรื่อง สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งห่มผ้ากัมพลขนหยาบ ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้ กล่าวกับเธอว่า “น้องหญิง เธอมีขนหยาบ” แต่นางไม่เข้าใจความหมายจึงกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ พระคุณเจ้า ผ้ากัมพลขนหยาบ” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๕} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท วินีตวัตถุ สังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๔) เรื่องผ้าห่มขนยาว ๑ เรื่อง สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งห่มผ้าห่มขนยาว ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้กล่าว กับเธอว่า “น้องหญิง เธอมีขนยาว” แต่นางไม่เข้าใจความหมายจึงกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ พระคุณเจ้า ผ้าห่มขนยาว” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสหรือ หนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๕) เรื่องนาหว่าน ๑ เรื่อง

Item ๒๘๙

สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งหว่านนาแล้วเดินมา ภิกษุรูปหนึ่งมีความ กำหนัด ได้กล่าวกับเธอว่า “น้องหญิง เธอหว่านเสร็จแล้วหรือ” แต่นางไม่เข้าใจ ความหมายจึงกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ พระคุณเจ้า หว่านเสร็จแล้วแต่ยังมิได้ไถกลบ” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูล พระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๖) เรื่องหนทางราบเรียบ ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งพบนางปริพาชิกาเดินสวนทางมา มีความกำหนัด ได้ กล่าวกับเธอว่า “น้องหญิง ทางของเธอราบเรียบหรือ” แต่นางไม่เข้าใจความหมาย จึงกล่าวว่า “เจ้าค่ะ นิมนต์พระคุณเจ้าเดินไปเถิด” ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต้อง อาบัติสังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๗) เรื่องมีศรัทธา ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้กล่าวกับหญิงคนหนึ่งว่า “น้องหญิง เธอเป็นคนมีศรัทธา จะถวายสิ่งที่เธอให้แก่สามีแก่พวกอาตมาบ้างไม่ได้หรือ” “อะไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๖} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๓. ทุฎฐุลลวาจาสิกขาบท วินีตวัตถุ เจ้าค่ะ” ภิกษุนั้นตอบว่า“เมถุนธรรม” แล้วเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ ตรัสว่า “ภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสส” (เรื่องที่ ๘) เรื่องให้ทาน ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้กล่าวกับหญิงคนหนึ่งว่า “น้องหญิง เธอเป็นคนมีศรัทธา จะถวายทานอันเลิศแก่พวกอาตมาบ้างไม่ได้หรือ” “อะไร เจ้าค่ะ” ภิกษุนั้นตอบว่า “เมถุนธรรม” แล้วเกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ ตรัสว่า “ภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสส” (เรื่องที่ ๙) เรื่องทำงาน ๓ เรื่อง สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งกำลังทำงานอยู่ ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้กล่าว กับเธอว่า “น้องหญิง หยุดเถิด อาตมาจักช่วยทำ” แต่นางไม่รู้ความหมาย ท่านเกิด ความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้อง อาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๑๐) สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งกำลังทำงานอยู่ ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้กล่าว กับเธอว่า “น้องหญิง นั่งเถิด อาตมาจักช่วยทำ” แต่นางไม่รู้ความหมาย ท่านเกิด ความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้อง อาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๑๑) สมัยนั้น หญิงคนหนึ่งกำลังทำงานอยู่ ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัด ได้กล่าว กับเธอว่า “น้องหญิง นอนพักเถิด อาตมาจักช่วยทำ” แต่นางไม่รู้ความหมาย ท่าน เกิดความกังวลใจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสหรือหนอ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระ ผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ ต้องอาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๑๒) ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบทที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๒๗}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้