This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑

Other items in this volume

เรื่องเวรัญชพราหมณ์ เวรัญชพราหมณ์กล่าวตำหนิพระผู้มีพระภาค ทรงอุปมาด้วยลูกไก่ ฌาน ๔ วิชชา ๓ เวรัญชพราหมณ์แสดงตนเป็นอุบาสก เมืองเวรัญชาเกิดข้าวยากหมากแพง พุทธประเพณี พระมหาโมคคัลลานะเปล่งสีหนาท พระสารีบุตรทูลถามถึงเหตุที่ทำให้พรหมจรรย์ดำรงอยู่นานและไม่นาน ทรงปรารภเหตุที่จะบัญญัติสิกขาบท เสด็จนิเวศน์เวรัญชพราหมณ์ว่าด้วยการเสพเมถุนธรรม สุทินกลันทบุตรออกบวช พระบัญญัติพระอนุบัญญัติ เรื่องลิงตัวเมียพระอนุบัญญัติ เรื่องพวกภิกษุวัชชีบุตรสิกขาบทวิภังค์ลักษณะที่ไม่เป็นอันบอกคืนสิกขา ลักษณะที่จัดว่าเป็นการบอกคืนสิกขา บอกคืนสิกขาโดยการใช้คำไวพจน์ ลักษณะที่บอกคืนสิกขาแล้วไม่เป็นอันบอกคืนมรรคภาณวารว่าด้วยเรื่องไม่มีเครื่องหุ้ม [๕๘] [ทับ]ว่าด้วยเรื่องมีเครื่องหุ้ม [๖๑] [ทับ]ว่าด้วยเรื่องไม่มีเครื่องหุ้ม [๖๓] [สอด]ว่าด้วยเรื่องมีเครื่องหุ้ม [๖๔] [สอด]อนาปัตติวารคาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องลิงตัวเมียเป็นต้นเรื่องพระธนิยกุมภการบุตร วัสสการพราหมณ์ตรวจราชการ พระบัญญัติเรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติสิกขาบทวิภังค์บทภาชนีย์ มาติกา ทรัพย์ที่อยู่ในแผ่นดิน เป็นต้นการสั่งองค์แห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๒อนาปัตติวารคาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องช่างย้อม ๕ เรื่องเป็นต้นปฐมบัญญัตินิทาน เรื่องหมู่ภิกษุผู้เจริญอสุภกัมมัฏฐานกับตาเถนมิคลัณฑิกะ ทรงแสดงอานาปานสติสมาธิกถา พระบัญญัติเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ทำเอง ... สั่งทูต พรรณนาด้วยกาย ... พรรณนาด้วยวาจา การนำรูปเข้าไปใกล้ ... การนำเสียงเข้าไปใกล้ การบอก การแนะนำ ... การทำนิมิตคาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องพรรณนาคุณความตายเป็นต้นเรื่องภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา มหาโจร ๕ จำพวก นิคมคาถาพระบัญญัติ เรื่องภิกษุสำคัญว่าได้บรรลุ พระอนุบัญญัติสิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์สุทธิกวารกถา ปฐมฌานเป็นต้น สุทธิกฌาน สุทธิกวิโมกข์ สุทธิกสมาธิ สุทธิกสมาบัติ สุทธิกญาณทัสสนะ สุทธิกมัคคภาวนา สุทธิกอริยผล สุทธิกกิเลสปหาน สุทธิกจิตตวินีวรณะขัณฑจักรแห่งเอกมูลกนัย วัตถุวิสารกะ พัทธจักร เอกมูลกนัย แห่งวัตถุวิสารกะ พัทธจักร เอกมูลกนัย แห่งวัตถุวิสารกะ ที่ท่านย่อไว้ ขัณฑจักร ทุมูลกนัยแห่งวัตถุวิสารกะ พัทธจักร ทุมูลกนัยแห่งวัตถุวิสารกะ พัทธจักร ทุมูลกนัย แห่งวัตถุวิสารกะที่ท่านย่อไว้ปัจจยปฏิสังยุตตวารกถา เปยยาล ๑๕ หมวดอนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องภิกษุสำคัญว่าได้บรรลุเป็นต้นบทสรุปปาราชิก ๔ สิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในปาราชิกกัณฑ์เรื่องพระเสยยสกะ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์สุทธิกสังฆาทิเสส ขัณฑจักร มีเจตนาอย่างเดียวเป็นมูล พัทธจักร มีเจตนาอย่างเดียวเป็นมูล ขัณฑจักร มีเจตนา ๒ อย่างเป็นมูล พัทธจักร มีเจตนา ๒ อย่างเป็นมูล สัพพมูลกนัยขัณฑจักร มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็นมูล พัทธจักร มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็นมูล ขัณฑจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็นมูล พัทธจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็นมูล สัพพมูลกนัยอุภโตพัทธมิสสกจักร ขัณฑจักร พัทธจักร กุจฉิจักร หมุนไปข้างหน้า ปิฏฐิจักร หมุนไปข้างหลังอนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องภิกษุฝันเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา ภิกขุเปยยาล อิตถีเปยยาล อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องมารดาเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องผ้ากัมพลสีแดงเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ หญิงเป็นต้น อนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องหญิงหมันต้องการมีบุตรเป็นต้นเรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ เรื่องนักเลงหญิง พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ มาติกา หญิง ๑๐ จำพวก บทภาชนีย์ มาติกา ภรรยา ๑๐ จำพวกธนักกีตาจักร นิกเขปบท ขัณฑจักร มีสตรีคนหนึ่งเป็นมูล พัทธจักร มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล ธนักกีตาจักร พัทธจักร มีหญิง ๑๐ คนเป็นมูล ฉันทวาสินีจักร - มุหุตติกาจักรมาตุรักขิตาจักร ปิตุรักขิตาจักร สปริทัณฑาจักรอุภโตพัทธกจักร ปุริสเปยยาล อิตถีเปยยาลภิกษุรับคำ ภิกษุไม่รับคำ ชายสั่งภิกษุหลายรูป ชายสั่งภิกษุรูปเดียว ภิกษุจัดการสำเร็จและบอกคลาดเคลื่อนอนาปัตติวาร คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว วินีตวัตถุ เรื่องหญิงหลับเป็นต้นเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี เรื่องฤๅษี ๒ พี่น้อง เรื่องนกฝูงใหญ่ เรื่องรัฐบาลกุลบุตร พระบัญญัติสิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เป็นต้น อนาปัตติวารเรื่องพระฉันนะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ สงฆ์ไม่ได้แสดงพื้นที่ให้เป็นต้น อนาปัตติวารเรื่องพระทัพพมัลลบุตร วิธีแต่งตั้ง และกรรมวาจาแต่งตั้งเสนาสนปัญญาปกะและภัตตุทเทสกะ เรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ภิกษุณีเมตติยาใส่ความพระทัพพมัลลบุตร พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ ไม่เห็น โจทว่าได้เห็นเป็นต้น ความเห็น ๔ อย่าง อนาปัตติวารเรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ เลศ ๑๐ อย่าง อธิบายเลศ ๑๐ อย่าง สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ เอเกกมูลจักรเป็นต้น อนาปัตติวารเรื่องพระเทวทัต วัตถุ ๕ ประการ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระโกกาลิกะและพวกประพฤติตาม กล่าวสนับสนุนพระเทวทัต พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระฉันนะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ วิธีทำปัพพาชนียกรรม และกรรมวาจาทำปัพพาชนียกรรม พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารบทสรุป รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์เรื่องพระอุทายี นางวิสาขามิคารมารดาตำหนิพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ปฏิญญาตกรณะ เห็นกำลังนั่งเสพเมถุนเป็นต้นเรื่องพระอุทายี นางวิสาขามิคารมารดาตำหนิพระอุทายี พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ปฏิญญาตกรณะ เห็นกำลังนั่งถูกต้องกายเป็นต้นบทสรุป รวมสิกขาบทที่มีในอนิยตกัณฑ์

Scripture

เรื่องพระฉันนะ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

7 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๑๒. ทุพพจสิกขาบท นิทานวัตถุ ๑๒. ทุพพจสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุเป็นคนว่ายาก เรื่องพระฉันนะ

สมัยนั้นพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุง โกสัมพี ครั้งนั้น ท่านพระฉันนะ ประพฤติไม่สมควร ภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือน อย่างนี้ว่า “ท่านฉันนะ ท่านอย่าได้กระทำอย่างนี้ การกระทำอย่างนั้นไม่สมควร” ท่านพระฉันนะกล่าวอย่างนี้ว่า “พวกท่านสำคัญว่าผมเป็นผู้ที่พวกท่านควร ว่ากล่าวตักเตือนหรือ ผมต่างหากสมควรว่ากล่าวตักเตือนพวกท่าน พระพุทธเจ้า เป็นของผม พระธรรมเป็นของผม พระธรรมอันพระลูกเจ้าของผมเป็นผู้ตรัสรู้แล้ว พวกท่านต่างชื่อ ต่างโคตร ต่างชาติ ต่างตระกูล มาบวชรวมกัน ดุจลมพายุพัดหญ้า ไม้ และใบไม้แห้งมารวมกัน หรือดุจแม่น้ำไหลจากภูเขาพัดจอกแหนมารวมกันไว้ พวก ท่านสำคัญว่าผมเป็นผู้ที่พวกท่านควรว่ากล่าวตักเตือนหรือ ผมต่างหากสมควรว่า กล่าวตักเตือนพวกท่าน พระพุทธเจ้าเป็นของผม พระธรรมเป็นของผม พระธรรม อันพระลูกเจ้าของผมเป็นผู้ตรัสรู้แล้ว” บรรดาภิกษุผู้มักน้อยสันโดษ มีความละอาย มีความระมัดระวัง ใฝ่การศึกษา พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนท่านพระฉันนะเมื่อภิกษุทั้งหลายว่ากล่าว ตักเตือนโดยชอบธรรมจึงทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้เล่า” ครั้นภิกษุ ทั้งหลายตำหนิท่านพระฉันนะโดยประการต่างๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระ ผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามท่านพระฉันนะว่า “ฉันนะ ทราบว่า เธออันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือน @เชิงอรรถ : @ พระฉันนะ เคยเป็นสารถีของเจ้าชายสิทธัตถะในวันเสด็จออกบรรพชา ต่อมาเมื่อบวชเป็นภิกษุถือตัวว่า @เป็นคนใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ใครว่ากล่าวก็ไม่ยอมเชื่อฟัง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๕๔} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๑๒. ทุพพจสิกขาบท พระบัญญัติ โดยชอบธรรมกลับทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ จริงหรือ” ท่านพระฉันนะ ทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ไม่สมควร ฯลฯ ไม่ควรทำ โมฆบุรุษ ไฉนเธออันภิกษุทั้งหลายว่า กล่าวตักเตือนโดยชอบธรรมจึงทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุ ทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง ดังนี้ พระบัญญัติ

ก็ ภิกษุเป็นคนว่ายาก อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนโดย ชอบธรรม ในสิกขาบทที่มาในอุทเทศ กลับทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ได้ โดยกล่าวว่า “พวกท่านอย่าว่ากล่าวอะไรผม ไม่ว่าดีหรือเลว ถึงผมก็จะ ไม่ว่ากล่าวอะไรพวกท่าน ไม่ว่าดีหรือเลวเหมือนกัน พวกท่านงดเว้นว่ากล่าวผม เถิด” ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนอย่างนี้ว่า “ท่านอย่าทำตัว ให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ จงทำตัวให้เป็นคนที่เขาว่ากล่าวตักเตือนได้ แม้ท่านก็จงว่ากล่าวตักเตือนภิกษุทั้งหลายโดยชอบธรรม แม้ภิกษุทั้งหลายก็จะ ว่ากล่าวตักเตือนท่านโดยชอบธรรม เพราะว่าบริษัทของพระผู้มีพระภาคเจริญ แล้วด้วยอาการอย่างนี้ คือด้วยการว่ากล่าวตักเตือนกันและกัน ด้วยการช่วย เหลือกันและกันให้ออกจากอาบัติ” ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือน อยู่อย่างนี้ ก็ยังยกย่องอยู่อย่างนั้น ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงสวดสมนุภาสน์ จนครบ ๓ ครั้งเพื่อให้สละเรื่องนั้น ถ้าเธอกำลังถูกสวดสมนุภาสน์กว่าจะครบ ๓ ครั้ง สละเรื่องนั้นได้ นั่นเป็นการดี ถ้าเธอไม่สละ เป็นสังฆาทิเสส เรื่องพระฉันนะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๕๕} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๑๒. ทุพพจสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ สิกขาบทวิภังค์

คำว่า ก็...ภิกษุเป็นคนว่ายาก ความว่า เป็นผู้ว่ายาก ประกอบ ด้วยธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก ไม่อดทนรับคำสอนโดยเคารพ คำว่า ในสิกขาบทที่มาในอุทเทศ ได้แก่ ในสิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์ คำว่า ภิกษุทั้งหลาย ได้แก่ ภิกษุเหล่าอื่น ชื่อว่า โดยชอบธรรม คือ สิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัตติแล้ว นั่น ชื่อว่า โดยชอบธรรม ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนอยู่โดยสิกขาบทชอบธรรมนั้น กลับทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้โดยกล่าวว่า “พวกท่านอย่าว่ากล่าว อะไรผมไม่ว่าดีหรือเลว ถึงผมก็จะไม่ว่ากล่าวอะไรพวกท่าน ไม่ว่าดีหรือเลว พวก ท่านจงเว้นว่ากล่าวผมเถิด” คำว่า ภิกษุนั้น ได้แก่ ภิกษุผู้ว่ายากนั้น คำว่า อันภิกษุทั้งหลาย ได้แก่ อันภิกษุเหล่าอื่น อธิบายว่า ภิกษุผู้ได้เห็น ผู้ได้ยินพึงว่ากล่าวตักเตือนภิกษุเป็นคนว่ายากนั้นว่า “ท่านอย่าทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ จงทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตัก เตือนได้ แม้ท่านจงว่ากล่าวตักเตือนภิกษุทั้งหลายโดยชอบธรรม แม้ภิกษุทั้งหลายก็ จะว่ากล่าวตักเตือนท่านโดยชอบธรรม เพราะว่าบริษัทของพระผู้มีพระภาคเจริญแล้ว ด้วยอาการอย่างนี้ คือ ด้วยการว่ากล่าวตักเตือนกันและกัน ด้วยการช่วยเหลือกัน และกันให้ออกจากอาบัติ” ควรว่ากล่าวตักเตือนเธอแม้ครั้งที่ ๒ ควรว่ากล่าวตัก เตือนเธอแม้ครั้งที่ ๓ ถ้าเธอสละได้ นั่นเป็นการดี ถ้าเธอไม่สละ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลายได้ยินแล้วไม่ว่ากล่าวตักเตือน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้ง หลายพึงคุมตัวมาสู่ท่ามกลางสงฆ์ ว่ากล่าวตักเตือนว่า “ท่านอย่าทำตัวให้เป็นคนที่ ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ จงทำตัวให้เป็นคนที่เขาว่ากล่าวตักเตือนได้ แม้ท่านจงว่า กล่าวตักเตือนภิกษุทั้งหลายโดยชอบธรรม แม้ภิกษุทั้งหลายก็จะว่ากล่าวตักเตือน ท่านโดยชอบธรรม เพราะบริษัทของพระผู้มีพระภาคเจริญแล้วด้วยอาการอย่างนี้ คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๕๖} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๑๒. ทุพพจสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ ด้วยการว่ากล่าวตักเตือนกันและกัน ด้วยการช่วยเหลือกันและกันให้ออกจากอาบัติ” ควรว่ากล่าวตักเตือนเธอแม้ครั้งที่ ๒ ควรว่ากล่าวตักเตือนเธอแม้ครั้งที่ ๓ ถ้าเธอ สละได้ นั่นเป็นการดี ถ้าเธอไม่สละ ต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์พึงสวดสมนุภาสน์เธอ วิธีสวดสมนุภาสน์ และกรรมวาจาสวดสมนุภาสน์ ภิกษุทั้งหลายพึงสวดสมนุภาสน์ภิกษุนั้นอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึง ประกาศให้สงฆ์ทราบว่า

ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้อันภิกษุทั้งหลายว่า กล่าวตักเตือนโดยชอบธรรม กลับทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ ภิกษุนั้น ไม่ยอมสละเรื่องนั้น ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วพึงสวดสมนุภาสน์ภิกษุชื่อนี้เพื่อให้สละ เรื่องนั้น นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตัก เตือนโดยชอบธรรม กลับทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ ภิกษุนั้นไม่ยอม สละเรื่องนั้น สงฆ์สวดสมนุภาสน์ภิกษุชื่อนี้เพื่อให้สละเรื่องนั้น ท่านรูปใดเห็นด้วย กับการสวดสมนุภาสน์ภิกษุชื่อนี้เพื่อให้สละเรื่องนั้น ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่ เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าก็กล่าวความนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์ จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนโดยชอบธรรม กลับทำตัว ให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ ภิกษุนั้นไม่ยอมสละเรื่องนั้น สงฆ์สวดสมนุภาสน์ ภิกษุชื่อนี้เพื่อให้สละเรื่องนั้น ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการสวดสมนุภาสน์ภิกษุชื่อนี้ เพื่อให้สละเรื่องนั้น ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง ภิกษุชื่อนี้สงฆ์สวดสมนุภาสน์ เพื่อให้สละเรื่องนั้น สงฆ์เห็นด้วย เพราะฉะนั้น จึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้

จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เมื่อเธอต้องอาบัติสังฆาทิเสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๕๗} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๑๒. ทุพพจสิกขาบท อนาปัตติวาร อาบัติทุกกฏ(ที่ต้อง) เพราะญัตติ อาบัติถุลลัจจัย(ที่ต้อง) เพราะกรรมวาจา ๒ ครั้ง ย่อมระงับไป คำว่า เป็นสังฆาทิเสส ความว่า สำหรับอาบัตินั้น สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ฯลฯ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสเรียกว่า “เป็นสังฆาทิเสส” บทภาชนีย์

กรรมที่ทำถูกต้อง ภิกษุสำคัญว่าเป็นกรรมที่ทำถูกต้อง ไม่สละ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กรรมที่ทำถูกต้อง ภิกษุไม่แน่ใจ ไม่สละ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส กรรมที่ทำถูกต้อง ภิกษุสำคัญว่าเป็นกรรมที่ทำไม่ถูกต้อง ไม่สละ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส กรรมที่ทำไม่ถูกต้อง ภิกษุสำคัญว่าเป็นกรรมที่ทำถูกต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ กรรมที่ทำไม่ถูกต้อง ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ กรรมที่ทำไม่ถูกต้อง ภิกษุสำคัญว่าเป็นกรรมที่ทำไม่ถูกต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุยังไม่ถูกสวดสมนุภาสน์ ๒. ภิกษุผู้ยอมสละ ๓. ภิกษุวิกลจริต ๔. ภิกษุต้นบัญญัติ ทุพพจสิกขาบทที่ ๑๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๔๕๘}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้