This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑๔

Other items in this volume

๑. เทวทหสูตร๒. ปัญจัตตยสูตร๓. กินติสูตร๔. สามคามสูตร๕. สุนักขัตตสูตร๖. อาเนญชสัปปายสูตร๗. คณกโมคคัลลานสูตร๘. โคปกโมคคัลลานสูตร๙. มหาปุณณมสูตร๑๐. จูฬปุณณมสูตร๑. อนุปทสูตร๒. ฉวิโสธนสูตร๓. สัปปุริสสูตร๔. เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร๕. พหุธาตุกสูตร๖. อิสิคิลิสูตร๗. มหาจัตตารีสกสูตร๘. อานาปานัสสติสูตร๙. กายคตาสติสูตร๑๐. สังขารูปปัตติสูตร๑. จูฬสุญญตสูตร๒. มหาสุญญตสูตร๓. อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร๕. ทันตภูมิสูตร๖. ภูมิชสูตร๗. อนุรุทธสูตร๘. อุปักกิเลสสูตร๙. พาลปัณฑิตสูตร๑๐. เทวทูตสูตร๑. ภัทเทกรัตตสูตร๒. อานันทภัทเทกรัตตสูตร๓. มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร๔. โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร๕. จูฬกัมมวิภังคสูตร๖. มหากัมมวิภังคสูตร๗. สฬายตนวิภังคสูตร๘. อุทเทสวิภังคสูตร๙. อรณวิภังคสูตร๑๐. ธาตุวิภังคสูตร๑๑. สัจจวิภังคสูตร๑๒. ทักขิณาวิภังคสูตร๑. อนาถปิณฑิโกวาทสูตร๒. ฉันโนวาทสูตร๓. ปุณโณวาทสูตร๔. นันทโกวาทสูตร๕. จูฬราหุโลวาทสูตร๖. ฉฉักกสูตร๗. สฬายตนวิภังคสูตร๘. นครวินเทยยสูตร๙. ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร๑๐. อินทริยภาวนาสูตร

Scripture

๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

4 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ว่าด้วยอัจฉริยธรรมของพระพักกุลเถระ

Item ๒๐๙

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ท่านพระพักกุละพักอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่ออเจลกัสสปะ ผู้เป็นสหายเก่าของท่าน พระพักกุละเมื่อครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ เข้าไปหาท่านพระพักกุละถึงที่อยู่ ได้สนทนา ปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกัน แล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กล่าว กับท่านพระพักกุละว่า “ท่านพักกุละ ท่านบวชมานานเท่าไรแล้ว” ท่านพระพักกุละตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เราบวชมา ๘๐ พรรษาแล้ว” “ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานั้น ท่านเสพเมถุนธรรม มากี่ครั้ง ขอรับ” “กัสสปะผู้มีอายุ ท่านไม่ควรถามเราอย่างนี้ว่า ‘ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานั้น ท่านเสพเมถุนธรรมมากี่ครั้ง ขอรับ’ แต่ท่านควรถามเราอย่างนี้ว่า ‘ก็ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ กามสัญญาเคยเกิดขึ้นกับท่านกี่ครั้ง’

Item ๒๑๐

ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก เลยว่ากามสัญญาเคยเกิดขึ้น” @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๑๔ (เทวทหสูตร) หน้า ๒๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๒} พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่ามีกามสัญญาเคยเกิดขึ้นตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๑) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกเลยว่า พยาบาทสัญญา ... วิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้น” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่าพยาบาทสัญญา ... วิหิงสาสัญญาเคยเกิด ขึ้นตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคย ปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๒-๓) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกเลยว่า กามวิตกเคยเกิดขึ้น” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่ากามวิตกเคยเกิดขึ้น ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๔) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกเลยว่ามี พยาบาทวิตก ... วิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้น” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่าวิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้น ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๕-๖)

Item ๒๑๑

“ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก ยินดีคหบดีจีวรเลย” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกยินดีคหบดีจีวรเลย ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๗) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้จักการใช้มีด ตัดผ้าเป็นจีวรเลย ...” (๘) “... เราไม่รู้จักการใช้เข็มเย็บจีวรเลย ... ไม่รู้จักการใช้เครื่องย้อมย้อมจีวรเลย ... ไม่รู้จักการเย็บจีวรที่ไม้สดึงเลย ... ไม่รู้จักการจัดทำจีวรของเพื่อนพรหมจารีเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๓} พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ... ไม่รู้สึกยินดีกับกิจนิมนต์เลย ... ไม่รู้สึกเลยว่าเคยเกิดความคิดอย่างนี้ว่า ‘ขอใครๆ พึงนิมนต์เราเถิด’ ... ไม่รู้จักการนั่งในละแวกบ้านเลย ... ไม่รู้จักการฉันในละแวกบ้านเลย ... ไม่รู้จักการถือนิมิตแห่งมาตุคามโดยอนุพยัญชนะ เลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่มาตุคามโดยที่สุดแม้คาถาสี่บาทเลย ... ไม่รู้จักการเข้าไปสู่สำนักของภิกษุณีเลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่ภิกษุณีเลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่สิกขมานาเลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่สามเณรีเลย ... ไม่รู้จักการให้บรรพชาเลย ... ไม่รู้จักการให้อุปสมบทเลย ... ไม่รู้จักการให้นิสัยเลย ... ไม่รู้จักการใช้สามเณรเป็นอุปัฏฐากเลย ... ไม่รู้จักการสรงน้ำในเรือนไฟเลย ... ไม่รู้จักการใช้จุรณสรงน้ำเลย ... ไม่รู้จักยินดีการนวดเฟ้นตัวของเพื่อนพรหมจารีเลย ... ไม่รู้จักอาพาธอันเคยเกิดขึ้นแล้วโดยที่สุดแม้ชั่วขณะรีดนมโคเสร็จเลย ... ไม่รู้จักฉันยาโดยที่สุดแม้เท่าชิ้นสมอเลย ... ไม่รู้จักการนั่งพิงพนักพิงเลย ... ไม่รู้จักการนอนเลย” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้จักการนอนตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่า เป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๙-๓๓) @เชิงอรรถ : @ ไม่รู้จักการถือนิมิตแห่งมาตุคามโดยอนุพยัญชนะ หมายความว่า พระเถระไม่เคยมองดูมาตุคามแล้ว @ยึดมั่นนิมิตในรูป (ม.อุ.อ. ๓/๒๑๑/๑๔๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๔} พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้จักการ จำพรรษาในเสนาสนะใกล้บ้านเลย” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้จักการจำพรรษาในเสนาสนะใกล้บ้านตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่า เป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่าน พักกุละ” (๓๔) “ท่านผู้มีอายุ เราเป็นผู้มีกิเลส ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้น ๗ วันเท่านั้น ในวันที่ ๘ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล” “ข้อที่ท่านพักกุละเป็นผู้มีกิเลส ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้น ๗ วันเท่านั้น ในวันที่ ๘ ก็ได้บรรลุอรหัตตผลนี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่ เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๓๕)

Item ๒๑๒

“ท่านพักกุละ ขอให้ข้าพเจ้าได้บรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัย นี้เถิด” อเจลกัสสปะได้บรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้แล้ว เมื่อบวชแล้วไม่นาน หลีกไปอยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ ไม่นานนัก ก็ ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ยอดเยี่ยม อันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ที่เหล่ากุลบุตรผู้ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ใน ปัจจุบัน รู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” จึงเป็นอันว่า ท่านพระกัสสปะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ ทั้งหลาย สมัยต่อมา ท่านพระพักกุละถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆ หลัง แล้วกล่าว อย่างนี้ว่า “นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด วันนี้ จักเป็นวันปรินิพพานของเรา” ท่านพระกัสสปะกล่าวว่า “ข้อที่ท่านพักกุละถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆ หลัง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ‘นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา’ เราทั้งหลายจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๕} พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๕. ทันตภูมิสูตร ครั้งนั้น ท่านพระพักกุละนั่งปรินิพพานในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ท่านพระกัสสปะ กล่าวว่า “ข้อที่ท่านพักกุละนั่งปรินิพพานในท่ามกลางภิกษุสงฆ์นี้ เราทั้งหลายจะ จำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” ดังนี้แล พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตรที่ ๔ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้