This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๔. อิสสัตถสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๔๐๕–๔๑๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค6 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อิสสัตถสูตรที่ ๔

จตุตฺถํ อิสฺสตฺถสุตฺตํ

๔๐๕

สาวัตถีนิทาน ฯ พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทาน บุคคลพึงให้ในที่ไหนหนอแล ฯ พ. ดูกรมหาบพิตร จิตย่อมเลื่อมใสในที่ใด พึงให้ในที่นั้นแล ฯ ป. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ และทานที่ให้แล้วในที่ไหนจึงมีผลมาก ฯ

สาวตฺถิยํ ... เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิโกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ กตฺถ นุ โข ภนฺเต ทานํ ทาตพฺพนฺติ ฯ ยตฺถ โข มหาราช จิตฺตํ ปสีทตีติ ฯ กตฺถ ปน ภนฺเต ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ

๔๐๖

พ. ดูกรมหาบพิตร ทานพึงให้ในที่ไหนนั่นเป็นข้อหนึ่ง และทาน ที่ให้แล้วในที่ไหนจึงมีผลมาก นั่นเป็นอีกข้อหนึ่ง ดูกรมหาบพิตร ทานที่ให้แล้ว แก่ผู้มีศีลแลมีผลมาก ทานที่ให้แล้วในผู้ทุศีลหามีผลมากไม่ ดูกรมหาบพิตร และ ด้วยเหตุนั้น อาตมภาพจักย้อนถามมหาบพิตรในปัญหากรรมข้อนั้นบ้าง มหาบพิตร พอพระทัยอย่างใด พึงพยากรณ์อย่างนั้น ฯ

อญฺญํ โข เอตํ มหาราช กตฺถ ทานํ ทาตพฺพํ อญฺญํ ปเนตํ กตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ สีลวโต โข มหาราช ทินฺนํ มหปฺผลํ โน ตถา ทุสฺสีเล ฯ เตน หิ มหาราช ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ ยถา เต ขเมยฺย ตถา นํ พฺยากเรยฺยาสิ ฯ

๔๐๗

มหาบพิตรจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ณ ที่นี้การยุทธพึง ปรากฏเฉพาะหน้าแด่พระองค์ สงครามพึงปะทะกัน ถ้าว่ากุมารที่เป็นกษัตริย์ผู้ไม่ ได้ศึกษา ไม่ได้หัดมือ ไม่ได้รับความชำนาญ ไม่ได้ประลองการยิง เป็นคน ขลาด เป็นคนมักสั่น เป็นคนมักสะดุ้ง เป็นคนมักวิ่งหนี พึงมาอาสาไซร้ พระองค์ พึงทรงชุบเลี้ยงบุรุษนั้นหรือ และพระองค์พึงทรงต้องการบุรุษเช่นนั้นหรือ ฯ ป. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่พึงชุบเลี้ยงบุรุษเช่นนั้น และ ข้าพระองค์ไม่ต้องการบุรุษเช่นนั้นเลย ฯ พ. ถ้าว่า กุมารที่เป็นพราหมณ์ ผู้ไม่ได้ศึกษา ฯลฯ พึงมาอาสาไซร้ ฯลฯ ถ้าว่ากุมารที่เป็นแพศย์ ผู้ไม่ได้ศึกษา ฯลฯ พึงมาอาสาไซร้ ฯลฯ ถ้าว่ากุมารที่เป็น ศูทร ผู้ไม่ได้ศึกษา ฯลฯ พึงมาอาสาไซร้ พระองค์พึงทรงชุบเลี้ยงบุรุษนั้นหรือ และพระองค์พึงทรงต้องการบุรุษเช่นนั้นหรือ ฯ ป. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่พึงชุบเลี้ยงบุรุษนั้น และข้า- *พระองค์ไม่พึงต้องการบุรุษเช่นนั้นแล ฯ

ตํ กึ มญฺญสิ มหาราช อิธ ตฺยสฺส ยุทฺธํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ สงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อถ อาคจฺเฉยฺย ขตฺติยกุมาโร อสิกฺขิโต อกตหตฺโถ อกตโยคฺโค อกตุปาสโน ภีรุ ฉมฺภี อุตฺราสี ปลายี ภเรยฺยาสิ ตํ ปุริสํ อตฺโถ จ เต ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ นาหํ ภนฺเต ภเรยฺยํ ตํ ปุริสํ น จ เม อตฺโถ ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ อถ อาคจฺเฉยฺย พฺราหฺมณกุมาโร อสิกฺขิโต ฯเปฯ อถ อาคจฺเฉยฺย เวสฺสกุมาโร อสิกฺขิโต ฯเปฯ อถ อาคจฺเฉยฺย สุทฺทกุมาโร อสิกฺขิโต ฯเปฯ น จ เม อตฺโถ ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ

๔๐๘

พ. ดูกรมหาบพิตร พระองค์จะทรงสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ณ ที่นี้การยุทธพึงปรากฏแก่พระองค์ สงครามพึงปะทะกัน ถ้าว่า กุมารที่เป็นกษัตริย์ ผู้ศึกษาดีแล้ว ได้หัดมือแล้ว ได้รับความชำนาญแล้ว ได้ประลองการยิงมาแล้ว ไม่เป็นคนขลาด ไม่เป็นคนสั่น ไม่เป็นคนสะดุ้ง ไม่เป็นคนมักวิ่งหนี พึงมา อาสาไซร้ พระองค์พึงทรงชุบเลี้ยงบุรุษนั้นหรือ และพระองค์พึงทรงมีพระประสงค์ บุรุษเช่นนั้นหรือ ฯ ป. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันพึงชุบเลี้ยงบุรุษนั้น และหม่อมฉัน พึงต้องการบุรุษเช่นนั้น ฯ พ. ถ้าว่ากุมารที่เป็นพราหมณ์ ผู้ศึกษาดีแล้ว ฯลฯ พึงมาอาสาไซร้ ฯลฯ ถ้าว่า กุมารที่เป็นแพศย์ ผู้ศึกษาดีแล้ว ฯลฯ พึงมาอาสาไซร้ ฯลฯ ถ้าว่า กุมาร ที่เป็นศูทร ผู้ศึกษาดีแล้ว ฯลฯ พึงมาอาสาไซร้ พระองค์จะพึงทรงชุบเลี้ยงบุรุษ นั้นหรือ และพระองค์จะพึงทรงมีพระประสงค์บุรุษเช่นนั้นหรือ ป. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันพึงชุบเลี้ยงบุรุษนั้น และหม่อมฉัน พึงต้องการบุรุษเช่นนั้น ฯ

ตํ กึ มญฺญสิ มหาราช อิธ ตฺยสฺส ยุทฺธํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ สงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อถ อาคจฺเฉยฺย ขตฺติยกุมาโร สุสิกฺขิโต กตหตฺโถ กตโยคฺโค กตุปาสโน อภีรุ อจฺฉมฺภี อนุตฺราสี อปลายี ภเรยฺยาสิ ตํ ปุริสํ อตฺโถ จ เต ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ ภเรยฺยาหํ ภนฺเต ตํ ปุริสํ อตฺโถ จ เม ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ อถ อาคจฺเฉยฺย พฺราหฺมณกุมาโร ฯเปฯ อถ อาคจฺเฉยฺย เวสฺสกุมาโร ฯเปฯ อถ อาคจฺเฉยฺย สุทฺทกุมาโร สุสิกฺขิโต กตหตฺโถ กตโยคฺโค กตุปาสโน อภีรุ อจฺฉมฺภี อนุตฺราสี อปลายี ภเรยฺยาสิ ตํ ปุริสํ อตฺโถ จ เต ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ ภเรยฺยาหํ ภนฺเต ตํ ปุริสํ อตฺโถ จ เม ตาทิเสน ปุริเสนาติ ฯ

๔๐๙

พ. ฉันนั้นนั่นแล มหาบพิตร แม้หากว่า กุลบุตรออกจากเรือน ตระกูลไรๆ เป็นผู้บวชหาเรือนมิได้ และกุลบุตรนั้น เป็นผู้มีองค์ ๕ อันละได้ แล้ว เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยองค์ ๕ ทานที่ให้แล้วในกุลบุตรนั้น ย่อมเป็นทาน มีผลมาก องค์ ๕ อันกุลบุตรนั้นละได้แล้วเป็นไฉน กามฉันทะอันกุลบุตรนั้นละ ได้แล้ว พยาบาทอันกุลบุตรนั้นละได้แล้ว ถีนมิทธะอันกุลบุตรนั้นละได้แล้ว อุทธัจจกุกกุจจะอันกุลบุตรนั้นละได้แล้ว วิจิกิจฉาอันกุลบุตรนั้นละได้แล้ว องค์ ๕ เหล่านี้อันกุลบุตรนั้นละได้แล้ว กุลบุตรนั้นเป็นผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นไฉน กุลบุตรนั้นเป็นผู้ประกอบแล้วด้วยศีลขันธ์ อันเป็นของพระอเสขะ เป็นผู้ประกอบ แล้วด้วยสมาธิขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยปัญญาขันธ์ อันเป็นของพระอเสขะ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยวิมุตติขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ อันเป็นของพระอเสขะ กุลบุตรนั้น เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ ทานที่ให้แล้วในกุลบุตรผู้มีองค์ ๕ อันละ ได้แล้ว ผู้ประกอบแล้วด้วยองค์ ๕ ดังนี้ ย่อมมีผลมาก ฯ

เอวเมว โข มหาราช ยสฺมา เจปิ กุลา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ โส จ โหติ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต ตสฺมึ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหติ ฯ กตมานิ ปญฺจงฺคานิ ปหีนานิ โหนฺติ ฯ กามจฺฉนฺโท ปหีโน โหติ พฺยาปาโท ปหีโน โหติ ถีนมิทฺธํ ปหีนํ โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหีนํ โหติ วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ ฯ อิมานิ ปญฺจงฺคานิ ปหีนานิ โหนฺติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต โหติ ฯ อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสกฺเขน สมาธิกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสกฺเขน ปญฺญากฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสกฺเขน วิมุตฺติกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสกฺเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต โหติ ฯ อิติ ปญฺจงฺควิปฺปหีเน ปญฺจงฺคสมนฺนาคเต ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ

๔๑๐

พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ศิลปะการยิงแม่น กำลังเข้มแข็ง และความกล้าหาญมีอยู่ ในชายหนุ่มผู้ใด พระราชาผู้ทรงพระประสงค์ด้วยการยุทธ พึงทรงชุบเลี้ยงชายหนุ่มเช่นนั้น ไม่พึงทรงชุบเลี้ยงชายหนุ่ม ผู้ไม่กล้าหาญ เพราะเหตุแห่งชาติ ฉันใด ฯ ธรรมะคือขันติ และโสรัจจะ ตั้งอยู่แล้วในบุคคลใด บุคคล พึงบูชาบุคคลนั้นผู้มีปัญญา มีความประพฤติเยี่ยงพระอริยะ แม้มีชาติทราม ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ พึงสร้างอาศรมอันเป็นที่รื่นรมย์ ยังผู้พหูสูตทั้งหลายให้สำนัก อยู่ ณ ที่นั้น พึงสร้างบ่อน้ำไว้ในป่าที่กันดารน้ำ และสะพาน ในที่เป็นหล่ม พึงถวาย ข้าว น้ำ ของเคี้ยว ผ้า และ เสนาสนะในท่านผู้ซื่อตรงทั้งหลาย ด้วยน้ำใจอันผ่องใส เมฆมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ (เมฆอันประกอบด้วยถ่องแถว แห่งสายฟ้า) มียอดตั้งร้อยกระหึ่มอยู่ ยังแผ่นดินให้โชกชุ่มอยู่ ย่อมยังที่ดอนและที่ลุ่มให้เต็ม แม้ฉันใด ฯ ทายกผู้มีศรัทธา เป็นบัณฑิตได้ฟังแล้ว ย่อมจัดหาโภชนา- หารมาเลี้ยงวณิพก ด้วยข้าวน้ำให้อิ่มหนำ บันเทิงใจ เที่ยวไป ในโรงทาน สั่งว่า ท่านทั้งหลายจงให้ ท่านทั้งหลายจงให้ ดังนี้ และทายกนั้นบันลือเสียงเหมือนเสียงกระหึ่มแห่งเมฆ เมื่อฝนกำลังตก ฉะนั้น ธารแห่งบุญอันไพบูลย์นั้น ย่อมยัง ทายกผู้ให้ ให้ชุ่มชื่น ฯ

อิทมโวจ ภควา ฯเปฯ สตฺถา อิสฺสตฺถํ พลวิริยญฺจ ยสฺมึ วิชฺเชถ มาณเว ตํ ยุทฺธตฺโถ ภเร ราชา นาสูรํ ชาติปจฺจยา ตเถว ขนฺติโสรจฺจํ ธมฺมา ยสฺมึ ปติฏฺฐิตา ตมริยวุตฺติ เมธาวึ หีนชจฺจมฺปิ ปูชเย การเย อสฺสเม รมฺเม วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต ปปญฺจวิวเน กยิรา ทุคฺเค สงฺกมนานิ จ อนฺนํ ปานํ ขาทนียํ วตฺถเสนาสนานิ จ ทเทยฺย อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ยถาปิ เมโฆ ถนยํ วิชฺชุมาลี สตกฺกุกุ ถลํ นินฺนญฺจ ปูเรติ อภิวสฺสํ วสุนฺธรํ ตเถว สทฺโธ สุตวา อภิสงฺขจฺจ โภชนํ วณิพฺพเก ตปฺปยติ อนฺนปาเนน ปณฺฑิโต อนุโมทมาโน ปกิเรติ เทถ เทถาติ ภาสติ ตญฺหิสฺส ตชฺชิตํ โหติ เทวสฺเสว ปวสฺสโต สา ปุญฺญธารา วิปุลา ทาตารํ อภิวสฺสตีติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๔. อิสสัตถสูตร