This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๕. มารธีตุสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๕๐๕–๕๒๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค17 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มารธีตุสูตรที่ ๕

ปญฺจมํ มารธีตุสุตฺตํ

๕๐๕

ครั้งนั้นแล มารธิดาทั้ง ๓ คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา จึงพากันเข้าไปหาพระยามารถึงที่อยู่ ครั้นแล้วจึงถามพระยามารด้วยคาถาว่า ข้าแต่คุณพ่อ คุณพ่อมีความเสียใจด้วยเหตุอะไร หรือ เศร้าโศกถึงผู้ชายคนไหน หม่อมฉันจักผูกผู้ชายคนนั้นด้วย บ่วง คือราคะ นำมาถวาย เหมือนบุคคลผูกช้างมาจากป่า ฉะนั้น ชายนั้นจักตกอยู่ในอำนาจของคุณพ่อ ฯ

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เยน มาโร ปาปิมา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสึสุ เกนาสิ ทุมฺมโน ตาต ปุริสํ กํ นุ โสจสิ มยํ ตํ ราคปาเสน อรญฺญมิว กุญฺชรํ พนฺธิตฺวา อานยิสฺสาม วสโค เต ภวิสฺสตีติ ฯ

๕๐๖

พระยามารกล่าวว่า ชายนั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ดำเนินไปดีแล้วในโลก ไม่เป็นผู้ อันใครๆ พึงนำมาด้วยราคะได้ง่ายๆ ก้าวล่วงบ่วงมาร ไปแล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเศร้าโศกมาก ฯ

อรหํ สุคโต โลเก น ราเคน สุวานโย มารเธยฺยํ อติกฺกนฺโต ตสฺมา โสจามหํ ภุสนฺติ ฯ

๕๐๗

ครั้งนั้นแล มารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา จึง พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่าง นี้ว่า ข้าแต่พระสมณะ พวกหม่อมฉันจักขอบำเรอพระบาทของพระองค์ ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงใส่พระทัยถึงคำของนางมารธิดาเหล่า นั้น เพราะพระองค์ทรงน้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ ปาเท เต สมณ ปริจาเรมาติ ฯ อถ โข ภควา น มนสากาสิ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๐๘

ลำดับนั้น มารธิดา คือนางตัณหา นางอรดี นางราคา จึง หลีกออกไป ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วร่วมคิดกันอย่างนี้ว่า ความประสงค์ของ บุรุษมีต่างๆ กันแล อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรนิรมิตเพศเป็นนางกุมาริกาคน ละร้อยๆ ฯ ลำดับนั้น มารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา จึงพากันนิรมิต เพศเป็นนางกุมาริกาคนละร้อยๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้ว กราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระสมณะ พวกหม่อมฉันจะขอบำเรอ พระบาทของพระองค์ ฯ พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงใส่พระทัยถึงถ้อยคำของมารธิดา เพราะพระองค์ ทรงน้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม เอวํ สมจินฺเตสุํ อุจฺจาวจา โข ปุริสานํ อธิปฺปายา ยนฺนูน มยํ เอกสตเอกสตํ กุมารีวณฺณสตํ อภินิมฺมิเนยฺยามาติ ฯ อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เอกสตเอกสตํ กุมารีวณฺณสตํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ ปาเท เต สมณ ปริจาเรมาติ ฯ ตมฺปิ ภควา น มนสากาสิ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๐๙

ลำดับนั้น มารธิดาทั้ง ๓ คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันหลีกไป ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ร่วมกันคิดอย่างนี้ว่า ความประสงค์ของ บุรุษมีต่างๆ กัน อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรพากันจำแลงเพศเป็นหญิงยังไม่เคย คลอดบุตรคนละร้อยๆ ฯ ลำดับนั้นแล มารธิดาทั้ง ๓ คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา จึง พากันจำแลงเพศเป็นหญิงยังไม่เคยคลอดบุตรคนละร้อยๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มี- *พระภาคถึงที่ประทับ แล้วกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระสมณะ พวกหม่อมฉันจะขอบำเรอบาทของพระองค์ ฯ ถึงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงใส่พระทัยถึงเลย เพราะพระองค์ ทรงน้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม เอวํ สมจินฺเตสุํ อุจฺจาวจา โข ปุริสานํ อธิปฺปายา ยนฺนูน มยํ เอกสตเอกสตํ อวิชาตวณฺณสตํ อภินิมฺมิเนยฺยามาติ ฯ อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เอกสตเอกสตํ อวิชาตวณฺณสตํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ ปาเท เต สมณ ปริจาเรมาติ ฯ ตมฺปิ ภควา น มนสากาสิ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๑๐

ฝ่ายนางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันหลีกไป ณ ที่ควร ข้างหนึ่งแล้ว ร่วมคิดกันอย่างนี้ว่า ความประสงค์ของบุรุษทั้งหลายมีต่างๆ กัน อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรจำแลงเพศเป็นหญิงที่คลอดบุตรแล้วคราวเดียวคนละ ร้อยๆ ฯ ลำดับนั้นแล นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันจำแลงเพศเป็นหญิง คลอดแล้วคราวเดียวคนละร้อยๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้ว กราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระสมณะ พวกหม่อมฉันจะขอบำเรอ พระบาทของพระองค์ ฯ ถึงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงใส่พระทัยถึง เพราะพระองค์ทรง น้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม เอวํ สมจินฺเตสุํ อุจฺจาวจา โข ปุริสานํ อธิปฺปายา ยนฺนูน มยํ เอกสตเอกสตํ สกึ วิชาตวณฺณสตํ อภินิมฺมิเนยฺยามาติ ฯ อถ โข ตณฺหา จ ฯเปฯ สกึ วิชาตวณฺณสตํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา ฯเปฯ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๑๑

ลำดับนั้นแล นางตัณหา นางอรดี นางราคา ฯลฯ จึงพากัน จำแลงเพศเป็นหญิงที่คลอดบุตรแล้ว ๒ คราว คนละร้อยๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มี- *พระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ แม้ถึงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงใส่พระทัยถึง เพราะพระองค์ทรงน้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ ฯเปฯ ทุวิชาตวณฺณสตํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา ฯเปฯ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๑๒

ลำดับนั้น นางตัณหา นางอรดี นางราคา ฯลฯ จึงพากัน จำแลงเพศเป็นหญิงกลางคน คนละร้อยๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ถึงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงใส่พระทัยถึงเลย เพราะพระองค์ ทรงน้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ ฯเปฯ มชฺฌิมิตฺถีวณฺณสตํ อภินิมฺมิเนยฺยามาติ ฯ อถ โข ตณฺหา จ ฯเปฯ มชฺฌิมิตฺถีวณฺณสตํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา ฯเปฯ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๑๓

ลำดับนั้น นางตัณหา นางอรดี นางราคา ฯลฯ จึงพากัน จำแลงเพศเป็นหญิงผู้ใหญ่คนละร้อยๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคจนถึงที่ประทับ ฯลฯ แม้ถึงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงใส่พระทัยถึง เพราะพระองค์ทรง น้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม ฯ

อถ โข ตณฺหา จ ฯเปฯ มหิตฺถีวณฺณสตํ อภินิมฺมิเนยฺยามาติ ฯ อถ โข ตณฺหา จ ฯเปฯ มหิตฺถีวณฺณสตํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา ฯเปฯ ยถาตํ อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต ฯ

๕๑๔

ลำดับนั้น มารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากัน หลีกไป ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว จึงพูดกันว่า เรื่องนี้จริงดังบิดาของเราได้พูด ไว้ว่า ชายนั้นเป็นพระอรหันต์ ผู้ดำเนินไปดีแล้วในโลก ไม่เป็นผู้ อันใครๆ พึงนำมาด้วยราคะได้ง่ายๆ ก้าวล่วงบ่วงมารไป ได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเศร้าโศกมาก ฯ ก็ถ้าพวกเราพึงเล้าโลมสมณะหรือพราหมณ์คนใดที่ยังไม่หมดราคะ ด้วย ความพยายามอย่างนี้ หทัยของสมณะหรือพราหมณ์คนนั้นพึงแตก หรือโลหิตอุ่น พึงพลุ่งออกจากปาก หรือพึงถึงกับเป็นบ้า หรือถึงความมีจิตฟุ้งซ่าน (จิตลอย) เหมือนอย่างไม้อ้อสดอันลมพัดขาดแล้ว ย่อมหงอยเหงาเหี่ยวแห้งไป แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์นั้นพึงซูบซีดเหี่ยวแห้งไป ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ ครั้นแล้ว นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม เอตทโวจุํ สจฺจํ กิร โน ปิตา อโวจ อรหํ สุคโต โลเก น ราเคน สุวานโย มารเธยฺยํ อติกฺกนฺโต ตสฺมา โสจามหํ ภุสนฺติ ฯ ยญฺหิ มยํ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา อวีตราคํ อิมินา อุปกฺกเมน อุปกฺกเมยฺยาม หทยํ วาสฺส ผเลยฺย อุณฺหํ วา โลหิตํ มุขโต อุคฺคจฺเฉยฺย อุมฺมาทํ วา ปาปุเณยฺย จิตฺตวิกฺเขปํ วา เสยฺยถาปิ ปน นโฬ หริโต ลุโต อุสฺสุสฺสติ วิสุสฺสติ มิลายติ เอวเมว อุสฺสุสฺเสยฺย วิสุสฺเสยฺย มิลาเยยฺยาติ ฯ อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ

๕๑๕

นางตัณหามารธิดา ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ท่านถูกความโศกทับถมหรือ จึงได้มาซบเซาอยู่ในป่าอย่างนี้ ท่านเสื่อมจากทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้วหรือ หรือว่ากำลัง ปรารถนาอยู่ ท่านได้ทำความชั่วอะไรๆ ไว้ในบ้านหรือ เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ทำมิตรภาพกับชนทั้งปวงเล่า หรือว่า ท่านทำมิตรภาพกับใครๆ ไม่สำเร็จ ฯ

เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตณฺหา มารธีตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ โสกาวติณฺโณ นุ วนสฺมึ ฌายสิ วิตฺตํ นุ ชินฺโน อุท ปตฺถยาโน อาคุนฺนุ คามสฺมิมกาสิ กิญฺจิ กสฺมา ชเนน กโรสิ สกฺขึ สกฺขี น สมฺปชฺชติ เกนจิ เตติ ฯ

๕๑๖

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เราชนะเสนาคือปิยรูปและสาตรูป (รูปที่รักและรูปที่พอใจ) เป็นผู้ๆ เดียวเพ่งอยู่ ได้รู้ความบรรลุประโยชน์ และความ สงบแห่งหทัย ว่าเป็นความสุข ฯ เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ทำความเป็นมิตรกับชนทั้งปวง และ ความเป็นมิตรกับใครๆ ย่อมไม่อำนวยประโยชน์ให้แก่เรา ฯ

อตฺถสฺส ปตฺตึ หทยสฺส สนฺตึ เชตฺวาน เสนํ ปิยสาตรูปํ เอกาหํ ฌายํ สุขมานุโพธฺยํ ตสฺมา ชเนน น กโรมิ สกฺขึ สกฺขี น สมฺปชฺชติ เกนจิ เมติ ฯ

๕๑๗

ลำดับนั้น นางอรดีมารธิดาได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ภิกษุในพระศาสนานี้ มีปรกติอยู่ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่าง ไหนมาก จึงข้ามโอฆะทั้ง ๕ แล้ว เวลานี้ได้ข้ามโอฆะที่ ๖ แล้ว กามสัญญาทั้งหลายย่อมห้อมล้อมไม่ได้ซึ่งบุคคลผู้เพ่ง- ฌานอย่างไหนมาก ฯ

อถ โข อรตี มารธีตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ กถํวิหารีพหุโลธ ภิกฺขุ ปญฺโจฆติณฺโณ อตรีธ ฉฏฺฐํ กถํ ฌายํ พหุลํ กามสญฺญา ปริพาหิรา โหนฺติ อลทฺธโย ตนฺติ ฯ

๕๑๘

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลมีกายอันสงบแล้ว มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว เป็นผู้ไม่มี อะไรๆ เป็นเครื่องปรุงแต่ง มีสติ ไม่มีความอาลัย ได้รู้ทั่ว ซึ่งธรรม มีปรกติเพ่งอยู่ด้วยฌานที่ ๔ อันหาวิตกมิได้ ย่อม ไม่กำเริบ ไม่ซ่านไป ไม่เป็นผู้ย่อท้อ ฯ ภิกษุในศาสนานี้ เป็นผู้มีปรกติอยู่ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่ อย่างนี้มาก จึงข้ามโอฆะทั้ง ๕ ได้แล้ว บัดนี้ได้ข้ามโอฆะที่ ๖ แล้ว กามสัญญาทั้งหลายย่อมห้อมล้อมไม่ได้ ซึ่งภิกษุผู้ เพ่งฌานอย่างนี้มาก ฯ

ปสฺสทฺธกาโย สุวิมุตฺตจิตฺโต อสงฺขราโน สติมา อโนโก อญฺญาย ธมฺมํ อวิตกฺกฌายี น กุปฺปติ น สรติ น ถิโน เอวํวิหารีพหุโลธ ภิกฺขุ ปญฺโจฆติณฺโณ อตรีธ ฉฏฺฐํ เอวํ ฌายํ พหุลํ กามสญฺญา ปริพาหิรา โหนฺติ อลทฺธโย ตนฺติ ฯ

๕๑๙

ลำดับนั้นแล นางราคามารธิดา ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วย คาถาว่า พระศาสดาผู้เป็นหัวหน้าดูแลคณะสงฆ์ ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว และชนผู้มีศรัทธาเป็นอันมาก จักประพฤติตามได้แน่แท้ พระศาสดานี้เป็นผู้ไม่มีความอาลัย ได้ตัดขาดจากมือมัจจุราช แล้ว จักนำหมู่ชนเป็นอันมาก ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ฯ

อถ โข ราคา มารธีตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ อจฺเฉชฺช ตณฺหํ ตณสงฺฆวารี อทฺธา จริสฺสนฺติ พหู จ สทฺธา พหุํ วตายํ ชนตํ อโนโก อจฺเฉชฺช เนสฺสติ มจฺจุราชสฺส ปารนฺติ ฯ

๕๒๐

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ตถาคตมีความแกล้วกล้าใหญ่ ย่อมนำสัตว์ไปด้วยพระสัท- ธรรมแล เมื่อตถาคตนำไปอยู่โดยธรรม ไฉนความริษยา จะพึงมีแก่ท่านผู้รู้เล่า ฯ

นยนฺติ เว มหาวีรา สทฺธมฺเมน ตถาคตา ธมฺเมน นยมานานํ กา อุสฺสุยา วิชานตนฺติ ฯ

๕๒๑

ลำดับนั้นแล มารธิดาทั้ง ๓ คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันเข้าไปหาพระยามารถึงที่อยู่ ฯ พระยามารเห็นมารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา มาแต่ไกล ครั้นเห็นแล้ว ได้กล่าวพ้อด้วยคาถาทั้งหลายว่า พวกคนโง่พากันทำลายภูเขาด้วยก้านบัว ขุดภูเขาด้วยเล็บ เคี้ยวเหล็กด้วยฟันทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะทำพระโคดมให้ เบื่อเข้าต้องหลีกไป เป็นประดุจบุคคลวางหินไว้บนศีรษะแล้ว แทรกลงไปในบาดาล หรือดุจบุคคลเอาอกกระแทกตอ ฉะนั้น ฯ พระศาสดาได้ขับไล่นางตัณหา นางอรดี และนางราคา ผู้มีรูป น่าทัศนายิ่ง ซึ่งได้มาแล้วในที่นั้นให้หนีไป เหมือนลมพัด ปุยนุ่น ฉะนั้น ฯ จบวรรคที่ ๓ ----------------------------------------------------- รวมสูตรในวรรคที่สามมี ๕ สูตร คือ สัมพหุลสูตรที่ ๑ สมิทธิสูตรที่ ๒ โคธิกสูตรที่ ๓ สัตตวัสสสูตรที่ ๔ มารธีตุสูตรที่ ๕ นี้ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงแสดงแล้วกะมารธิดา ฯ จบมารสังยุต -----------------------------------------------------

อถ โข ตณฺหา จ อรตี จ ราคา จ มารธีตโร เยน มาโร ปาปิมา เตนุปสงฺกมึสุ ฯ อทฺทสา โข มาโร ปาปิมา ตณฺหญฺจ อรติญฺจ ราคญฺจ มารธีตโร ทูรโตว อาคจฺฉนฺติโย ทิสฺวาน คาถาหิ อชฺฌภาสิ พาลา กุมุทนาเฬหิ ปพฺพตํ อภิมตฺถถ คิรึ นเขน ขนถ อโยทนฺเตภิ ขาทถ เสลํว สิรสิ โอหจฺจ ปาตาเล คาธเมสถ ขาณุํว อุรสาสชฺช นิพฺพิชฺชาเปถ โคตมนฺติ ฯ ททฺทลฺหมานา อาคญฺฉุํ ตณฺหา จ อรตี ราคา ตา ตตฺถ ปนุที สตฺถา ตุลํ ภฏฺฐํว มาลุโตติ ฯ ตติโย วคฺโค ฯ ตสฺสุทฺทานํ ภวติ สมฺพหุลา สมิทฺธิ จ โคธิกสตฺตวสฺสานิ ธีตรํ เทสิตํ พุทฺธ เสฏฺเฐน อิมํ มารปญฺจกนฺติ ฯ มารสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ -------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย