Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๑๕
๕. อุปปลวัณณาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๕. ภิกขุนีสังยุต] ๕. อุปปลวัณณาสูตร ๕. อุปปลวัณณาสูตร ว่าด้วยอุบลวรรณาภิกษุณี
๑๖๖เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้นเวลาเช้า อุบลวรรณาภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร ฯลฯ ได้ยืนอยู่ที่โคนต้นสาละซึ่งมีดอกบานสะพรั่งต้นหนึ่ง ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์ จะให้อุบลวรรณาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหาอุบลวรรณาภิกษุณีถึงที่ยืนอยู่ ได้กล่าวกับอุบลวรรณาภิกษุณีด้วยคาถาว่า ภิกษุณี ท่านเข้าไปใกล้ต้นสาละ ซึ่งมีดอกบานสะพรั่งถึงยอดแล้ว ยืนอยู่แต่ผู้เดียวที่โคนต้นสาละนั้น อนึ่ง ผิวพรรณของท่านไม่เป็นสองรองใคร ท่านไม่กลัวความสามหาวของพวกนักเลงเจ้าชู้หรือ ลำดับนั้น อุบลวรรณาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น อุบลวรรณาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ อีกว่า “นี่คือมารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ฯลฯ จึงกล่าวคาถา” ครั้งนั้นแล อุบลวรรณาภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมาร ผู้มีบาปด้วยคาถาว่า แม้นักเลงตั้งแสนมาในที่นี้ เราก็ไม่สะดุ้ง แม้เพียงขนของเราก็ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นสะเทือน มาร เราแม้ผู้เดียวก็ไม่กลัวท่าน เรานี้จะหายตัวไปหรือเข้าท้องท่าน แม้จะยืนอยู่ ณ ระหว่างดวงตา ท่านก็ไม่เห็นเรา @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.เถรี. (แปล) ๒๖/๒๓๐/๕๙๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๒๒} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๕. ภิกขุนีสังยุต] ๖. จาลาสูตร เราเป็นผู้ชำนาญในจิต เจริญอิทธิบาทดีแล้ว พ้นจากเครื่องผูกทุกชนิด เราไม่กลัวท่านหรอก ท่านผู้มีอายุ ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “อุบลวรรณาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหาย ตัวไป ณ ที่นั้นเอง อุปปลวัณณาสูตรที่ ๕ จบ