This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑๕

Other items in this volume

๑. โอฆตรณสูตร๒. นิโมกขสูตร๓. อุปนียสูตร๔. อัจเจนติสูตร๕. กติฉินทสูตร๖. ชาครสูตร๗. อัปปฏิวิทิตสูตร๘. สุสัมมุฏฐสูตร๙. มานกามสูตร๑๐. อรัญญสูตร๑. นันทนสูตร๒. นันทติสูตร๓. นัตถิปุตตสมสูตร๔. ขัตติยสูตร๕. สณมานสูตร๖. นิททาตันทิสูตร๗. ทุกกรสูตร๘. หิริสูตร๙. กุฏิกาสูตร๑๐. สมิทธิสูตร๑. สัตติสูตร๒. ผุสติสูตร๓. ชฏาสูตร๔. มโนนิวารณสูตร๕. อรหันตสูตร๖. ปัชโชตสูตร๗. สรสูตร๘. มหัทธนสูตร๙. จตุจักกสูตร๑๐. เอณิชังฆสูตร๑. สัพภิสูตร๒. มัจฉริสูตร๓. สาธุสูตร๔. นสันติสูตร๕. อุชฌานสัญญิสูตร๖. สัทธาสูตร๗. สมยสูตร๘. สกลิกสูตร๙. ปฐมปัชชุนนธีตุสูตร๑๐. ทุติยปัชชุนนธีตุสูตร๑. อาทิตตสูตร๒. กินททสูตร๓. อันนสูตร๔. เอกมูลสูตร๕. อโนมิยสูตร๖. อัจฉราสูตร๗. วนโรปสูตร๘. เชตวนสูตร๙. มัจฉริสูตร๑๐. ฆฏิการสูตร๑. ชราสูตร๒. อชรสาสูตร๓. มิตตสูตร๔. วัตถุสูตร๕. ปฐมชนสูตร๖. ทุติยชนสูตร๗. ตติยชนสูตร๘. อุปปถสูตร๙. ทุติยสูตร๑๐. กวิสูตร๑. นามสูตร๒. จิตตสูตร๓. ตัณหาสูตร๔. สัญโญชนสูตร๕. พันธนสูตร๖. อัพภาหตสูตร๗. อุฑฑิตสูตร๘. ปิหิตสูตร๙. อิจฉาสูตร๑๐. โลกสูตร๑. ฆัตวาสูตร๒. รถสูตร๓. วิตตสูตร๔. วุฏฐิสูตร๕. ภีตสูตร๖. นชีรติสูตร๗. อิสสรสูตร๘. กามสูตร๙. ปาเถยยสูตร๑๐. ปัชโชตสูตร๑๑. อรณสูตร๑. ปฐมกัสสปสูตร๒. ทุติยกัสสปสูตร๓. มาฆสูตร๔. มาคธสูตร๕. ทามลิสูตร๖. กามทสูตร๗. ปัญจาลจัณฑสูตร๘. ตายนสูตร๙. จันทิมสูตร๑๐. สุริยสูตร๑. จันทิมสสูตร๒. เวณฑุสูตร๓. ทีฆลัฏฐิสูตร๔. นันทนสูตร๕. จันทนสูตร๖. วาสุทัตตสูตร๗. สุพรหมสูตร๘. กกุธสูตร๙. อุตตรสูตร๑๐. อนาถปิณฑิกสูตร๑. สิวสูตร๒. เขมสูตร๓. เสรีสูตร๔. ฆฏิการสูตร๕. ชันตุสูตร๖. โรหิตัสสสูตร๗. นันทสูตร๘. นันทิวิสาลสูตร๙. สุสิมสูตร๑๐. นานาติตถิยสาวกสูตร๑. ทหรสูตร๒. ปุริสสูตร๓. ชรามรณสูตร๔. ปิยสูตร๕. อัตตรักขิตสูตร๖. อัปปกสูตร๗. อัตถกรณสูตร๘. มัลลิกาสูตร๙. ยัญญสูตร๑๐. พันธนสูตร๑. สัตตชฏิลสูตร๒. ปัญจราชสูตร๓. โทณปากสูตร๔. ปฐมสังคามสูตร๕. ทุติยสังคามสูตร๖. ธีตุสูตร๗. ปฐมอัปปมาทสูตร๘. ทุติยอัปปมาทสูตร๙. ปฐมอปุตตกสูตร๑๐. ทุติยอปุตตกสูตร๑. ปุคคลสูตร๒. อัยยิกาสูตร๓. โลกสูตร๔. อิสสัตถสูตร๕. ปัพพโตปมสูตร๑. ตโปกัมมสูตร๒. นาคสูตร๓. สุภสูตร๔. ปฐมมารปาสสูตร๕. ทุติยมารปาสสูตร๖. สัปปสูตร๗. สุปติสูตร๘. นันทนสูตร๙. ปฐมอายุสูตร๑๐. ทุติยอายุสูตร๑. ปาสาณสูตร๒. สีหสูตร๓. สกลิกสูตร๔. ปฏิรูปสูตร๕. มานสสูตร๖. ปัตตสูตร๗. อายตนสูตร๘. ปิณฑสูตร๙. กัสสกสูตร๑๐. รัชชสูตร๑. สัมพหุลสูตร๒. สมิทธิสูตร๓. โคธิกสูตร๔. สัตตวัสสานุพันธสูตร๕. มารธีตุสูตร๑. อาฬวิกาสูตร๒. โสมาสูตร๓. กีสาโคตมีสูตร๔. วิชยาสูตร๕. อุปปลวัณณาสูตร๖. จาลาสูตร๗. อุปจาลาสูตร๘. สีสุปจาลาสูตร๙. เสลาสูตร๑๐. วชิราสูตร๑. พรหมายาจนสูตร๒. คารวสูตร๓. พรหมเทวสูตร๔. พกสูตร๕. อปราทิฏฐิสูตร๖. ปมาทสูตร๗. โกกาลิกสูตร๘. กตโมรกติสสกสูตร๙. ตุทุพรหมสูตร๑๐. โกกาลิกสูตร๑. สนังกุมารสูตร๒. เทวทัตตสูตร๓. อันธกวินทสูตร๔. อรุณวตีสูตร๕. ปรินิพพานสูตร๑. ธนัญชานีสูตร๒. อักโกสสูตร๓. อสุรินทกสูตร๔. พิลังคิกสูตร๕. อหิงสกสูตร๖. ชฏาสูตร๗. สุทธิกสูตร๘. อัคคิกสูตร๙. สุนทริกสูตร๑๐. พหุธิติสูตร๑. กสิภารทวาชสูตร๒. อุทยสูตร๓. เทวหิตสูตร๔. มหาสาลสูตร๕. มานัตถัทธสูตร๖. ปัจจนีกสูตร๗. นวกัมมิกสูตร๘. กัฏฐหารสูตร๙. มาตุโปสกสูตร๑๐. ภิกขกสูตร๑๑. สังครวสูตร๑๒. โขมทุสสสูตร๑. นิกขันตสูตร๒. อรติสูตร๓. เปสลาติมัญญนาสูตร๔. อานันทสูตร๕. สุภาสิตสูตร๖. สารีปุตตสูตร๗. ปวารณาสูตร๘. ปโรสหัสสสูตร๙. โกณฑัญญสูตร๑๐. โมคคัลลานสูตร๑๑. คัคคราสูตร๑๒. วังคีสสูตร๑. วิเวกสูตร๒. อุปัฏฐานสูตร๓. กัสสปโคตตสูตร๔. สัมพหุลสูตร๕. อานันทสูตร๖. อนุรุทธสูตร๗. นาคทัตตสูตร๘. กุลฆรณีสูตร๙. วัชชีปุตตสูตร๑๐. สัชฌายสูตร๑๑. อโยนิโสมนสิการสูตร๑๒. มัชฌัณหิกสูตร๑๓. ปากตินทริยสูตร๑๔. ปทุมปุปผสูตร๑. อินทกสูตร๒. สักกสูตร๓. สูจิโลมสูตร๔. มณิภัททสูตร๕. สานุสูตร๖. ปิยังกรสูตร๗. ปุนัพพสุสูตร๘. สุทัตตสูตร๙. ปฐมสุกกาสูตร๑๐. ทุติยสุกกาสูตร๑๑. จีราสูตร๑๒. อาฬวกสูตร๑. สุวีรสูตร๒. สุสิมสูตร๓. ธชัคคสูตร๔. เวปจิตติสูตร๕. สุภาสิตชยสูตร๖. กุลาวกสูตร๗. นทุพภิยสูตร๘. เวโรจนอสุรินทสูตร๙. อารัญญกสูตร๑๐. สมุททกสูตร๑. ปฐมเทวสูตร๒. ทุติยเทวสูตร๓. ตติยเทวสูตร๔. ทฬิททสูตร๕. รามเณยยกสูตร๖. ยชมานสูตร๗. วันทนาสูตร๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร๑. ฆัตวาสูตร๒. ทุพพัณณิยสูตร๓. สัมพริมายาสูตร๔. อัจจยสูตร๕. อักโกธสูตร

Scripture

๙. สุนทริกสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

1 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๙. สุนทริกสูตร ว่าด้วยสุนทริกภารทวาชพราหมณ์

Item ๑๙๕

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสุนทริกา แคว้นโกศล สมัยนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์บูชาไฟ บำเรอการบูชาไฟอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสุนทริกา ครั้นบูชาแล้วลุกขึ้นจากที่นั่งเหลียวดูทิศทั้ง ๔ โดยรอบด้วยคิดว่า “ใครหนอ ควรบริโภค ข้าวปายาสอันเหลือจากการบูชานี้” สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงห่มผ้าคลุมพระวรกาย ตลอดพระเศียรประทับนั่งที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง ครั้นเห็นแล้วมือซ้ายถือข้าวปายาสที่ เหลือจากการบูชาไฟ มือขวาถือคนโทน้ำ เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปิดผ้าที่คลุมพระเศียรออก เพราะได้ยินเสียงเดินเข้า มาของสุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ครั้งนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กล่าวว่า “นี้สมณะโล้น นี้สมณะโล้น” แล้วต้องการจะกลับจากที่นั้นทีเดียว ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ได้มี ความคิดดังนี้ว่า “พราหมณ์บางพวกในโลกนี้ เป็นผู้โล้นก็มี ทางที่ดีเราพึงเข้าไปหา สมณะโล้นนั้นแล้วถามถึงชาติ” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗๕} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๑. อรหันตวรรค ๙. สุนทริกสูตร ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้วกราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ท่านเป็นชาติอะไร” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ท่านอย่าถามถึงชาติ แต่จงถามถึงความประพฤติเถิด ไฟย่อมเกิดจากไม้ บุคคลถึงแม้เกิดในตระกูลต่ำก็เป็นมุนีได้ มีความทรงจำ เป็นผู้เฉลียวฉลาด กีดกันอกุศลธรรมได้ด้วยหิริ ฝึกตนด้วยสัจจะ ประกอบแล้วด้วยทมะ ถึงที่สุดเวท อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ผู้ใดน้อมการบูชาเข้าไปบูชามุนีนั้น ผู้นั้นชื่อว่าบูชาพระทักขิไณยบุคคลถูกกาล สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า การบูชานี้ของข้าพระองค์จะเป็นอันบูชาดีแล้ว เป็นการเซ่นสรวงดีแล้วเป็นแน่ ที่ข้าพระองค์ได้พบบุคคลผู้ถึงที่สุดเวทเช่นนั้น ความจริง เพราะข้าพระองค์ไม่พบบุคคลเช่นพระองค์ ชนอื่นจึงได้บริโภคข้าวปายาสอันเหลือจากการบูชา สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า “พระโคดมผู้เจริญ เชิญบริโภคเถิด พระองค์เป็นพราหมณ์” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การที่เรากล่าวคาถามิใช่เพื่ออาหาร พราหมณ์ นี้ไม่ใช่ธรรมเนียมของผู้เห็นธรรม พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่รับอาหารที่ได้มาเพราะการกล่าวคาถา พราหมณ์ เมื่อธรรมเนียมมีอยู่ จึงมีการประพฤติอย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ เป็นผู้เฉลียวฉลาด หมายถึงเป็นผู้รู้เหตุและมิใช่เหตุ (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๕/๒๒๒) @ สัจจะ ในที่นี้หมายถึงปรมัตถสัจจะ (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๕/๒๒๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗๖} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๑. อรหันตวรรค ๙. สุนทริกสูตร ท่านจงบำรุงด้วยข้าวและน้ำ และด้วยปัจจัยอื่น แก่พระขีณาสพ ผู้ประกอบด้วยคุณทั้งปวง ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้มีความคะนองอันสงบแล้ว เพราะศาสนานั้นเป็นเขตบุญของผู้แสวงบุญ ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้น ข้าพระองค์จะให้ข้าวปายาสอันเหลือจากการบูชานี้แก่ใคร” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ เรายังไม่เห็นบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ซึ่งจะ บริโภคข้าวปายาสที่เหลือจากการบูชานี้แล้ว พึงให้ถึงความย่อยไปโดยชอบ นอกจาก ตถาคตหรือสาวกของตถาคต พราหมณ์ ถ้าอย่างนั้น ท่านจงทิ้งข้าวปายาสที่เหลือ จากการบูชานั้น ณ ที่ปราศจากของเขียว หรือจงทิ้งให้จมลงไปในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์” ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ทิ้งข้าวปายาสอันเหลือจากการบูชานั้น ให้จมลงไปในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ ครั้งนั้น ข้าวปายาสที่เหลือจากการบูชานั้น ที่สุนทริก- ภารทวาชพราหมณ์เทลงแล้วในน้ำย่อมมีเสียงดังจี่จี่ และเดือดเป็นควันคลุ้ง เหมือน ผาลที่ร้อนตลอดทั้งวัน อันบุคคลจุ่มลงในน้ำย่อมมีเสียงดังจี่จี่ และเดือดเป็นควันคลุ้ง ฉะนั้น ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ประหลาดใจเกิดขนลุกชูชัน เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับสุนทริกภารทวาชพราหมณ์ผู้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร ด้วยพระคาถาทั้งหลายว่า พราหมณ์ ท่านกำลังเผาไม้อยู่ อย่าสำคัญว่าบริสุทธิ์ ก็การเผาไม้นี้เป็นของภายนอก ผู้ฉลาดทั้งหลายไม่กล่าวความบริสุทธิ์ด้วยการเผาไม้นั้น @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๑๙๔ หน้า ๒๗๔-๒๗๕ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗๗} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๑. อรหันตวรรค ๙. สุนทริกสูตร พราหมณ์ เราเลิกการเผาไม้ที่บุคคลพึงปรารถนา ความบริสุทธิ์ด้วยการเผาไม้ซึ่งเป็นของภายนอก ยังไฟ ให้โพลงภายในตนทีเดียว เราเป็นพระอรหันต์ มีไฟอันโพลงแล้วเป็นนิตย์ มีจิตตั้งไว้ชอบแล้วเป็นนิตย์ ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ พราหมณ์ มานะเป็นดุจภาระคือหาบของท่าน ความโกรธเป็นดุจควัน มุสาวาทเป็นดุจเถ้า ลิ้นเป็นดุจภาชนะเครื่องบูชา หทัยเป็นดุจที่ตั้งกองไฟ ตนที่ฝึกดีแล้ว เป็นความรุ่งเรืองของบุรุษ พราหมณ์ บุคคลผู้ถึงเวททั้งหลายนั่นแล อาบในห้วงน้ำคือธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย มีท่าคือศีล ไม่ขุ่นมัว อันสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว มีตัวไม่เปียก ย่อมข้ามถึงฝั่ง พราหมณ์ สัจจะ ธรรม ความสำรวม พรหมจรรย์ การถึงธรรมอันประเสริฐ อาศัยในท่ามกลาง ท่านจงทำความนอบน้อมในพระขีณาสพผู้ซื่อตรงทั้งหลาย เรากล่าวคนนั้นว่า ผู้มีธรรมเป็นสาระ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจน ไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ” อนึ่ง ท่านพระสุนทริกภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ ทั้งหลาย สุนทริกสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ไฟ ในที่นี้หมายถึงไฟคือญาณ (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๕/๒๒๔) @ ฝั่ง ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๕/๒๒๕) @ สัจจะ ในที่นี้หมายถึงวจีสัจจะ ธรรม หมายถึงทิฏฐิ สังกัปปะ วายามะ สติและสมาธิ ความสำรวม @หมายถึงวาจา กัมมันตะและอาชีวะ (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๕/๒๒๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗๘}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้