๒. นิโมกขสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นิโมกขสูตรที่ ๒
ทุติยํ นิโมกฺขสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว เทวดาองค์หนึ่ง มีวรรณงาม ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างเข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
สาวตฺถิยํ ... อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ
เทวดานั้น ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้กราบทูล คำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์ พระองค์ย่อมทรงทราบมรรค เป็นทางหลีกพ้น ผลเป็นความหลุดพ้น นิพพานเป็นที่สงัด ของสัตว์ทั้งหลาย หรือหนอ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ท่านผู้มีอายุ เรารู้จักมรรคเป็นทางหลีกพ้น ผลเป็นความหลุดพ้น นิพพานเป็นที่สงัด ของสัตว์ทั้งหลายโดยแท้จริง ฯ ท. ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์ ก็พระองค์ย่อมทรงทราบมรรคเป็นทางหลีก พ้น ผลเป็นความหลุดพ้น นิพพานเป็นที่สงัด ของสัตว์ทั้งหลายอย่างไรเล่า ฯ
เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ ชานาสิ โน ตฺวํ มาริส สตฺตานํ นิโมกฺขํ ปโมกฺขํ วิเวกนฺติ ฯ ชานามิ ขฺวาหํ อาวุโส สตฺตานํ นิโมกฺขํ ปโมกฺขํ วิเวกนฺติ ฯ ยถากถํ ปน ตฺวํ มาริส ชานาสิ สตฺตานํ นิโมกฺขํ ปโมกฺขํ วิเวกนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคทรงวิสัชนาโดยคาถานี้ว่า ท่านผู้มีอายุ เพราะความสิ้นภพอันมีความเพลิดเพลินเป็น มูล เพราะความสิ้นแห่งสัญญาและวิญญาณ เพราะ ความดับ เพราะความสงบแห่งเวทนาทั้งหลาย เราย่อมรู้จัก มรรคเป็นทางหลีกพ้น ผลเป็นความหลุดพ้น นิพพานเป็นที่ สงัด ของสัตว์ทั้งหลายอย่างนี้ ฯ
นนฺทิภวปริกฺขยา สญฺญาวิญฺญาณสงฺขยา เวทนานํ นิโรธา อุปสมา เอวํ ขฺวาหํ อาวุโส ชานามิ สตฺตานํ นิโมกฺขํ ปโมกฺขํ วิเวกนฺติ ฯ