๑๒. อาฬวกสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อาฬวกสูตรที่ ๑๒
ทฺวาทสมํ อาฬวกสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับในที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ เขตเมือง อาฬวี ฯ ครั้งนั้นแล อาฬวกยักษ์เข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ได้กล่าวว่า ท่านจงออกมา สมณะ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีแล้วผู้มีอายุ แล้วก็เสด็จออกมา ฯ ยักษ์กล่าวว่า ท่านจงเข้าไป สมณะ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีแล้วผู้มีอายุ แล้วก็เสด็จเข้าไป ฯ แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ อาฬวกยักษ์ได้กล่าวว่า ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ฯลฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อาฬวกสฺส ยกฺขสฺส ภวเน ฯ อถ โข อาฬวโก ยกฺโข เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ นิกฺขม สมณาติ ฯ สาธาวุโสติ ภควา นิกฺขมิ ฯ ปวิส สมณาติ ฯ สาธาวุโสติ ภควา ปาวิสิ ฯ ทุติยมฺปิ โข อาฬวโก ยกฺโข ภควนฺตํ เอตทโวจ นิกฺขม สมณาติ ฯ สาธาวุโสติ ภควา นิกฺขมิ ฯ ปวิส สมณาติ ฯ สาธาวุโสติ ภควา ปาวิสิ ฯ ตติยมฺปิ โข อาฬวโก ยกฺโข ภควนฺตํ เอตทโวจ นิกฺขม สมณาติ ฯ สาธาวุโสติ ภควา นิกฺขมิ ฯ ปวิส สมณาติ ฯ สาธาวุโสติ ภควา ปาวิสิ ฯ
ครั้นครั้งที่ ๔ อาฬวกยักษ์ได้กล่าวว่า ท่านจงออกมา สมณะ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ผู้มีอายุ เราจักไม่ออกไปละท่านจะทำอะไรก็จง ทำเถิด ฯ สมณะ เราจักถามปัญหากะท่าน ถ้าท่านพยากรณ์แก่เราไม่ได้ เราจักทำ จิตของท่านให้ฟุ้งซ่าน หรือฉีกหัวใจของท่านหรือจักจับที่เท้าแล้วเหวี่ยงไปยังแม่น้ำ คงคาฝั่งโน้น ฯ อาวุโส เราไม่เห็นใครเลยในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหม โลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ที่จะพึงทำจิตของเราให้ ฟุ้งซ่านได้ หรือขยี้หัวใจของเรา หรือจับเราที่เท้าแล้วเหวี่ยงไปยังแม่น้ำคงคาฝั่ง โน้น เอาเถิด อาวุโส เชิญถามปัญหาตามที่ท่านจำนงเถิด ฯ
จตุตฺถมฺปิ โข อาฬวโก ยกฺโข ภควนฺตํ เอตทโวจ นิกฺขม สมณาติ ฯ น ขฺวาหํ อาวุโส นิกฺขมิสฺสามิ ยนฺเต กรณียํ ตํ กโรหีติ ฯ ปญฺหํ ตํ สมณ ปุจฺฉิสฺสามิ สเจ เม น พฺยากริสฺสสิ จิตฺตํ วา เต ขิปิสฺสามิ หทยํ วา เต ผาเลสฺสามิ ปาเทสุ วา คเหตฺวา ปารคงฺคาย ขิปิสฺสามีติ ฯ น ขฺวาหนฺตํ อาวุโส ปสฺสามิ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย โย เม จิตฺตํ วา ขิเปยฺย หทยํ วา ผาเลยฺย ปาเทสุ วา คเหตฺวา ปารคงฺคาย ขิเปยฺย อปิจ ตฺวํ อาวุโส ปุจฺฉ ยทากงฺขสีติ ฯ
อาฬวกยักษ์ทูลถามว่า อะไรหนอ เป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอันประเสริฐของคนใน โลกนี้ อะไรหนอที่บุคคลประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้ อะไรหนอเป็นรสอันล้ำเลิศกว่ารสทั้งหลาย นักปราชญ์ ทั้งหลายกล่าวชีวิตของผู้ที่เป็นอยู่อย่างไร ว่าประเสริฐสุด ฯ
กึสูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ กึสุ สุจิณฺณํ สุขมาวหาติ กึสุ หเว สาธุตรํ รสานํ กถํชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฺฐนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ศรัทธาเป็นทรัพย์ อันประเสริฐของคนในโลกนี้ ธรรมอัน บุคคลประพฤติดีแล้ว นำความสุขมาให้ ความสัตย์แลเป็น รสอันล้ำเลิศกว่ารสทั้งหลายนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตของ ผู้ที่เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่าประเสริฐสุด ฯ
สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ สจฺจํ หเว สาธุตรํ รสานํ ปญฺญาชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฺฐนฺติ ฯ
อาฬวกยักษ์ทูลถามว่า คนข้ามโอฆะได้อย่างไรหนอ ข้ามอรรณพได้อย่างไร ล่วง ทุกข์ได้อย่างไร บริสุทธิ์ได้อย่างไร
กถํสุ ตรติ โอฆํ กถํสุ ตรติ อณฺณวํ กถํสุ ทุกฺขมจฺเจติ กถํสุ ปริสุชฺฌตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า คนข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา ข้ามอรรณพได้ด้วยความไม่ ประมาท ล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร บริสุทธิ์ได้ด้วย ปัญญา ฯ
สทฺธาย ตรติ โอฆํ อปฺปมาเทน อณฺณวํ วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ ปญฺญาย ปริสุชฺฌตีติ ฯ
อาฬวกยักษ์ทูลถามว่า คนได้ปัญญาอย่างไรหนอ ทำอย่างไรจึงจะหาทรัพย์ได้ คนได้ ชื่อเสียงอย่างไรหนอ ทำอย่างไรจึงจะผูกมิตรไว้ได้ คน ละโลกนี้ไปสู่โลกหน้า ทำอย่างไรจึงจะไม่เศร้าโศก ฯ
กถํสุ ลภเต ปญฺญํ กถํสุ วินฺทเต ธนํ กถํสุ กิตฺตึ ปปฺโปติ กถํ มิตฺตานิ คนฺถติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ กถํ เปจฺจ น โสจตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลเชื่อธรรมของพระอรหันต์ เพื่อบรรลุนิพพาน ฟังอยู่ ด้วยดีย่อมได้ปัญญา เป็นผู้ไม่ประมาท มีวิจาร คนทำเหมาะ เจาะ ไม่ทอดธุระ เป็นผู้หมั่น ย่อมหาทรัพย์ได้ คนย่อม ได้ชื่อเสียงเพราะความสัตย์ ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้ บุคคล ใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไป แล้วย่อมไม่เศร้าโศก เชิญท่านถามสมณพราหมณ์เป็นอัน มากเหล่าอื่นดูซิว่าในโลกนี้มีอะไรยิ่งไปกว่าสัจจะ ทมะ จาคะ และขันติ ฯ
สทฺทหาโน อรหตํ ธมฺมํ นิพฺพานปตฺติยา สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ ปฏิรูปการี ธุรวา อุฏฺฐาตา วินฺทเต ธนํ สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา สทฺธสฺส ฆรเมสิโน สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค ส เว เปจฺจ น โสจติ อิงฺฆ อญฺเญปิ ปุจฺฉสฺสุ ปุถู สมณพฺราหฺมเณ ยทิ สจฺจา ทมา จาคา ขนฺตฺยา ภิยฺโยธ วิชฺชตีติ ฯ
อาฬวกยักษ์กราบทูลว่า ทำไมหนอ ข้าพเจ้าจึงจะต้องถามสมณพราหมณ์เป็นอันมากใน บัดนี้ วันนี้ข้าพเจ้ารู้ชัดถึงสัมปรายิกประโยชน์ พระพุทธเจ้า เสด็จมาอยู่เมืองอาฬวี เพื่อประโยชน์แก่ข้าพเจ้าโดยแท้ วันนี้ข้าพเจ้ารู้ชัดถึงทานที่บุคคลให้ในที่ใดมีผลมาก ข้าพเจ้า จักเที่ยวจากบ้านไปสู่บ้าน จากบุรีไปสู่บุรี พลางนมัสการ พระสัมพุทธเจ้าและพระธรรมซึ่งเป็นธรรมที่ดี ฯ จบยักขสังยุตบริบูรณ์ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรแห่งยักขสังยุต ๑๒ สูตร คือ อินทกสูตรที่ ๑ สักกสูตรที่ ๒ สูจิโลมสูตรที่ ๓ มณิภัทสูตรที่ ๔ สานุสูตรที่ ๕ ปิยังกรสูตรที่ ๖ ปุนัพพสุสูตรที่ ๗ สุทัตตสูตรที่ ๘ สุกกา- *สูตร ๒ สูตร จีราสูตร ๑ อาฬวกสูตร ๑ รวม ๑๒ สูตร ฯ -----------------------------------------------------
กถํ นุทานิ ปุจฺเฉยฺยํ ปุถู สมณพฺราหฺมเณ โยหํ อชฺช ปชานามิ โย อตฺโถ สมฺปรายิโก อตฺถาย วต เม พุทฺโธ วาสายาฬวิมาคมา โยหํ อชฺช ปชานามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ โส อหํ วิจริสฺสามิ คามา คามํ ปุรา ปุรํ นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตนฺติ ฯ ยกฺขสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ อินฺทโก สกฺกสูจิ จ มณิภทฺโท จ สานุ จ ปิยงฺกรปุนพฺพสุ สุทตฺโต จ เทฺว สุกฺกา จีรา อาฬวเกน ทฺวาทสาติ ฯ ------------