Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๑๕
๕. อรหันตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๕. อรหันตสูตร ว่าด้วยพระอรหันต์
เทวดากล่าวว่า ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์ ทำกิจเสร็จแล้ว สิ้นอาสวะแล้ว เหลือแต่ร่างกายในชาติสุดท้าย ภิกษุนั้นกล่าวว่า ‘เราพูด’ ดังนี้บ้าง กล่าวว่า ‘คนทั้งหลายพูดกับเรา’ ดังนี้บ้าง พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์ ทำกิจเสร็จแล้ว สิ้นอาสวะแล้ว เหลือแต่ร่างกายในชาติสุดท้าย ภิกษุนั้นกล่าวว่า ‘เราพูด’ ดังนี้บ้าง กล่าวว่า ‘คนทั้งหลายพูดกับเรา’ ดังนี้บ้าง @เชิงอรรถ : @ ไม่พึงห้ามใจที่ถึงความสำรวม หมายถึงไม่พึงห้ามใจจากธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงสำรวม เช่น ทาน ศีล @(สํ.ส.อ. ๑/๒๔/๕๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๘} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๓. สัตติวรรค ๕. อรหันตสูตร ภิกษุนั้นเป็นผู้ฉลาด ทราบคำพูดที่รู้กันในโลก เธอกล่าวตามสมมติที่เขาพูดกัน เทวดานั้นทูลถามว่า ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์ ทำกิจเสร็จแล้ว สิ้นอาสวะแล้ว เหลือแต่ร่างกายในชาติสุดท้าย ภิกษุนั้นยังติดมานะอยู่หรือหนอ จึงกล่าวว่า ‘เราพูด’ ดังนี้บ้าง กล่าวว่า ‘คนทั้งหลายพูดกับเรา’ ดังนี้บ้าง พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า กิเลสเครื่องผูกทั้งหลายไม่มีแก่ภิกษุผู้ละมานะได้แล้ว มานะและกิเลสเครื่องผูกทั้งปวงอันภิกษุนั้นกำจัดได้แล้ว ภิกษุผู้มีปัญญาดีล่วงพ้นความถือตัวได้แล้ว ภิกษุนั้นกล่าวว่า ‘เราพูด’ ดังนี้บ้าง กล่าวว่า ‘คนทั้งหลายพูดกับเรา’ ดังนี้บ้าง ภิกษุนั้นเป็นผู้ฉลาด ทราบคำพูดที่รู้กันในโลก เธอกล่าวตามสมมติที่เขาพูดกัน อรหันตสูตรที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙}