๑. สัพภิสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สตุลลปกายิกวรรคที่ ๔ สัพภิสูตรที่ ๑
สตุลฺลปกายิกวคฺโค จตุตฺโถ ----------- ปฐมํ สพฺภิสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว พวกเทวดาสตุลลปกายิกา (ผู้เทิดทูนธรรมของสัตบุรุษ) มากด้วยกัน มีวรรณงาม ยังพระวิหารเชตวันให้สว่างทั่วกัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว จึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วจึงยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ
เทวดาองค์หนึ่ง ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าว คาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว มีแต่คุณ อันประเสริฐ ไม่มีโทษอันลามกเลย ฯ
เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย เสยฺโย โหติ น ปาปิโยติ ฯ
ลำดับนั้น เทวดาอื่นอีกได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมได้- *ปัญญา หาได้ปัญญาแต่คนอันธพาลอื่นไม่ ฯ
อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย ปญฺญํ ลภติ นาญฺญโตติ ฯ
ลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีกได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มี- *พระภาคว่า บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อม ไม่เศร้าโศก ในท่ามกลางแห่งเรื่องเป็นที่ตั้งแห่งความเศร้า- *โศก ฯ
อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย โสกมชฺเฌ น โสจตีติ ฯ
ลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีกได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มี- *พระภาคว่า บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อม ไพโรจน์ในท่ามกลางแห่งญาติ ฯ
อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย ญาติมชฺเฌ วิโรจตีติ ฯ
ลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีกได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มี- *พระภาคว่า บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ สัตว์ทั้งหลายทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมไปสู่สุคติ ฯ
อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคตินฺติ ฯ
ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก พระผู้มีพระภาคว่า บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ สัตว์ทั้งหลายทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมดำรงอยู่สบายเนืองๆ ฯ ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กราบทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค คำของใครหนอแลเป็นสุภาษิต ฯ
อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สตฺตา ติฏฺฐนฺติ สาตตนฺติ ฯ อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ กสฺส นุ โข ภควา สุภาสิตนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสบอกว่า คำของพวกท่านทั้งหมดเป็นสุภาษิต โดยปริยาย ก็แต่พวกท่านจงฟังซึ่งคำของเราบ้าง บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวก สัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมพ้น- *จากทุกข์ทั้งปวง ฯ
สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน อปิจ มมาปิ สุณาถ สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ ฯ