๑๐. ทุติยปัชชุนนธีตุสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทุติยปัชชุนนธีตุสูตรที่ ๑๐
ทสมํ ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลาในป่ามหาวัน เขตพระนครเวสาลี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว ธิดาของท้าวปัชชุนนะ ชื่อจุลลโกกนทา มีวรรณงาม ยังป่ามหาวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มี- *พระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วยืนอยู่ ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ อถ โข จุลฺลโกกนทา ปชฺชุนฺนสฺส ธีตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ มหาวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ
ธิดาของท้าวปัชชุนนะ ชื่อจุลลโกกนทา ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ได้กล่าวคาถาทั้งหลายในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ธิดาของท้าวปัชชุนนะ ชื่อโกกนทา มีวรรณสว่างดังสายฟ้า มาแล้วในที่นี้ ไหว้พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ได้ กล่าวแล้วซึ่งคาถาทั้งหลายนี้มีประโยชน์เทียว หม่อมฉัน พึงจำแนกธรรมนั้นโดยปริยายแม้มาก ธรรมเช่นนั้นมีอยู่โดย ปริยาย ธรรมเท่าใดที่หม่อมฉันศึกษาแล้วด้วยใจ หม่อมฉัน จักกล่าวอรรถแห่งธรรมนั้นโดยย่อ ใครๆ ไม่ควรทำกรรม อันลามกด้วยวาจา ด้วยใจ หรือด้วยกายอย่างไรๆ ในโลก ทั้งปวง ใครๆ ละกามทั้งหลายแล้ว มีสติสัมปชัญญะ ไม่ พึงเสพทุกข์อันไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ฯ จบ สตุลลปกายิกวรรค ที่ ๔ ----------------------------------------------------- สูตรที่กล่าวในสตุลลปกายิกวรรคนั้น สัพภิสูตร มัจฉริสูตร สาธุสูตร นสันติสูตร อุชฌานสัญญิสูตร สัทธาสูตร สมยสูตร สกลิกสูตร ปัชชุนน- *ธีตุสูตรทั้ง ๒ สูตร ฉะนี้แล ฯ -----------------------------------------------------
เอกมนฺตํ ฐิตา โข จุลฺลโกกนทา ปชฺชุนฺนสฺส ธีตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ อิธาคมา วิชฺชุปภาสวณฺณา โกกนทา ปชฺชุนฺนสฺส ธีตา พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ นมสฺสมานา คาถาวิมา อตฺถวตี อภาสิ พหุนาปิ โข นํ วิภเชยฺยํ ปริยาเยน ตาทิโส ธมฺโม สงฺขิตฺตมตฺถํ ลปยิสฺสามิ ยาวตา เม มนสา ปริยตฺตํ ปาปํ น กยิรา วจสา มนสา กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเก กาเม ปหาย สติมา สมฺปชาโน ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสญฺหิตนฺติ ฯ สตุลฺลปกายิกวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺสุทฺทานํ สพฺภิ มจฺฉรินา สาธุ นสนฺตุชฺฌานสญฺญิโน สทฺธา สมโย สกลิกํ อุโภ ปชฺชุนฺนธีตโรติ ฯ ---------------