๕. ทามลิสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทามลิสูตรที่ ๕
ปญฺจมํ ทามลิสุตฺตํ
... อารามแห่งอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้ง นั้น ทามลิเทวบุตร เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณงามยิ่งนัก ยังพระวิหาร เชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วก็ถวาย บังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
สาวตฺถิยํ อาราเม ... อถ โข ทามลิ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ
ทามลิเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้ภาษิตคาถา นี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า พราหมณ์ผู้ไม่เกียจคร้าน พึงทำความเพียรนี้ เขาไม่ปรารถนา ภพด้วยเหตุนั้น เพราะละกามได้ขาดแล้ว ฯ
เอกมนฺตํ ฐิโต โข ทามลิ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ กรณียเมตํ พฺราหฺมเณน ปธานมกิลาสุนา กามานํ วิปฺปหาเนน น เตนาสึสเต ภวนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ทามลิ กิจไม่มีแก่พราหมณ์ เพราะว่า พราหมณ์ทำกิจเสร็จ แล้ว บุคคลยังไม่ได้ท่าจอดในแม่น้ำทั้งหลาย เพียงใด เขา เป็นสัตว์เกิด ต้องพยายาม ด้วยตัวทุกอย่าง เพียงนั้น ก็ผู้นั้น ได้ท่าเป็นที่จอดแล้ว ยืนอยู่บนบก ไม่ต้องพยายาม เพราะ ว่า เขาเป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว ฯ ดูกรทามลิเทวบุตร นี้เป็นข้ออุปมาแห่งพราหมณ์ ผู้มีอาสวะ สิ้นแล้ว มีปัญญาเพ่งพินิจ ฯ พราหมณ์นั้น ถึงที่สุดแห่งชาติและมรณะแล้ว ไม่ต้องพยายาม เพราะเป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว ฯ
นตฺถิ กิจฺจํ พฺราหฺมณสฺส [ทามลีติ ภควา] กตกิจฺโจ หิ พฺราหฺมโณ ยาว น คาธํ ลภติ นทีสุ อายูหติ สพฺพคตฺเตภิ ชนฺตุ คาธญฺจ ลทฺธาน ถเล ฐิโต โส นายูหติ ปารคโต หิ โหติ เอสูปมา ทามลิ พฺราหฺมณสฺส ขีณาสวสฺส นิปกสฺส ฌายิโน ปปฺปุยฺย ชาติมรณสฺส อนฺตํ นายูหติ ปารคโต หิ โหตีติ ฯ