๕. จันทนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. จันทนสูตร ว่าด้วยจันทนเทพบุตร
จันทนเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาว่า บุคคลผู้ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน จะข้ามโอฆะได้อย่างไร ใครไม่จมในห้วงน้ำลึกซึ่งไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีปัญญา มีจิตตั้งมั่นดี ปรารภความเพียร อุทิศกายและใจตลอดกาลทุกเมื่อ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๒} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๖. วาสุทัตตสูตร ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก เขาเว้นขาดแล้วจากกามสัญญา ล่วงรูปสังโยชน์ได้ มีความกำหนัดด้วยความเพลิดเพลินสิ้นแล้ว ย่อมไม่จมในห้วงน้ำลึก จันทนสูตรที่ ๕ จบ ๖. วาสุทัตตสูตร ว่าด้วยวาสุทัตตเทพบุตร
วาสุทัตตเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก ของพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุพึงอยู่อย่างมีสติ เพื่อละกามราคะ เหมือนบุคคลถูกแทงด้วยหอก มุ่งถอนหอกออก เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้อยู่บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุพึงอยู่อย่างมีสติ เพื่อละสักกายทิฏฐิ เหมือนบุคคลถูกแทงด้วยหอก มุ่งถอนหอกออก เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้อยู่บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น วาสุทัตตสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ กามสัญญา หมายถึงอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๙๖-๙๗/๑๐๖) @ รูปสังโยชน์ หมายถึงโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๙๖-๙๗/๑๐๖) @ ดูเทียบคาถาข้อ ๒๑ หน้า ๒๕ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๓}