This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๓. ติงสมัตตาสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๔๔๕–๔๔๙พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค5 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๓. ติงสมัตตาสูตร

๔๔๕

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ภิกษุชาวเมืองปาวาประมาณ ๓๐ รูป ทั้งหมด ล้วนแต่เป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ถือทรงผ้าไตรจีวรเป็นวัตร แต่ทั้งหมดล้วนยังเป็นผู้มีสังโยชน์อยู่ เข้าไปเฝ้าพระ ผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน ... อถ โข ตึสมตฺตา ปาเวยฺยกา ภิกฺขู สพฺเพ อารญฺญิกา สพฺเพ ปิณฺฑปาติกา สพฺเพ ปํสุกูลิกา สพฺเพ เตจีวริกา สพฺเพ สสญฺโญชนา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ

๔๔๖

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า ภิกษุชาวเมือง ปาวาประมาณ ๓๐ รูปเหล่านี้แล ทั้งหมดล้วนถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ถือเที่ยว- *บิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ถือทรงไตรจีวรเป็นวัตร ทั้งหมดล้วน ยังมีสังโยชน์ ถ้ากระไรหนอ เราพึงแสดงธรรมโดยประการที่ภิกษุเหล่านี้จะพึงมี จิตหลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่ถือมั่น ณ อาสนะนี้ทีเดียว ลำดับนั้นแล พระ- *ผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระ- *ผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ฯ

อถ โข ภควโต เอตทโหสิ อิเม โข ตึสมตฺตา ปาเวยฺยกา ภิกฺขู สพฺเพ อารญฺญิกา สพฺเพ ปิณฺฑปาติกา สพฺเพ ปํสุกูลิกา สพฺเพ เตจีวริกา สพฺเพ สสญฺโญชนา ยนฺนูนาหํ อิเมสํ ตถา ธมฺมํ เทเสยฺยํ ยถา เนสํ อิมสฺมึเยว อาสเน อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตานิ วิมุจฺเจยฺยุนฺติ ฯ อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

๔๔๗

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนด ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้ยังมีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหา เป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ พวกเธอ จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน โลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมา ซึ่งถูกตัดศีรษะโดยกาลนานนี้ กับน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ สิ่งไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลายย่อมทราบธรรม ตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วว่า โลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกข้าพระองค์ผู้ ท่องเที่ยวไปมา ซึ่งถูกตัดศีรษะโดยกาลนานนี้แหละมากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทร ทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย ดังนี้ ฯ

ภควา เอตทโวจ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ยํ วา โว ภิกฺขเว อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ ยํ วา จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกนฺติ ฯ ยถา โข มยํ ภนฺเต ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาม เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยํ โน อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกนฺติ ฯ

๔๔๘

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถูกละๆ พวกเธอทราบธรรมที่เราแสดง แล้วอย่างนี้ ถูกแล้ว โลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกเธอ ผู้ท่องเที่ยวไปมาซึ่งถูก ตัดศีรษะโดยกาลนานนี้ นี้แหละมากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย เมื่อเธอทั้งหลายเกิดเป็นโค ซึ่งถูกตัดศีรษะตลอดกาลนาน โลหิตที่หลั่งไหลออก นั่นแหละมากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย เมื่อเธอทั้งหลาย เกิดเป็นกระบือ ซึ่งถูกตัดศีรษะตลอดกาลนาน โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละ มากกว่า ... เมื่อเธอทั้งหลายเกิดเป็นแกะ ... เกิดเป็นแพะ ... เกิดเป็นเนื้อ ... เกิด เป็นสุกร ... เกิดเป็นไก่ ... เมื่อพวกเธอถูกจับตัดศีรษะโดยข้อหาว่า เป็นโจรฆ่า ชาวบ้านตลอดกาลนาน โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละมากกว่า ... ถูกจับตัดศีรษะ โดยข้อหาว่าเป็นโจรคิดปล้น ... ถูกจับตัดศีรษะ โดยข้อหาว่าเป็นโจรประพฤติผิด ในภรรยาของผู้อื่น ตลอดกาลนาน โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละมากกว่า น้ำ ในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าสงสารนี้กำหนด ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ... พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

สาธุ สาธุ ภิกฺขเว สาธุ โข เม ตุเมฺห ภิกฺขเว เอวํ ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาถ เอตเทว ภิกฺขเว พหุตรํ ยํ โว อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว คุนฺนํ สตํ โคภูตานํ สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว มหิสานํ สตํ มหิสภูตานํ สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ ฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว อุรพฺภานํ สตํ อุรพฺภภูตานํ ฯเปฯ อชานํ สตํ อชภูตานํ ฯเปฯ มิคานํ สตํ มิคภูตานํ ฯเปฯ สูกรานํ สตํ สูกรภูตานํ ฯเปฯ กุกฺกุฏานํ สตํ กุกฺกุฏภูตานํ ฯเปฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว โจรา คามฆาตกาติ คเหตฺวา สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ ฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว โจรา ปาริปนฺถกาติ คเหตฺวา ฯเปฯ โจรา ปารทาริกาติ คเหตฺวา สีสจฺฉินฺนานํ โลหิตํ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ

๔๔๙

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นต่างพอใจชื่นชม ภาษิตของพระผู้มีพระภาค เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ จิตของ ภิกษุชาวเมืองปาวาประมาณ ๓๐ รูป พ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ฯ จบสูตรที่ ๓

อิทมโวจ ภควา อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุํ ฯ อิมสฺมิญฺจ ปน เวยฺยากรณสฺมึ ภญฺญมาเน ตึสมตฺตานํ ปาเวยฺยกานํ ภิกฺขูนํ อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตานิ วิมุจฺจึสูติ ฯ ตติยํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๓. ติงสมัตตาสูตร