๒. พฬิสสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๒. พฬิสสูตร
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ทารุโณ ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนปลาบางตัวเห็นแก่เหยื่อ กลืน เบ็ดที่พรานเบ็ดเกี่ยวเหยื่อหย่อนลงในห้วงน้ำลึก มันกลืนเบ็ดของพรานเบ็ดอย่างนี้ แล้ว ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ พรานเบ็ดพึงทำได้ตามความพอใจ ฉะนั้น ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว พาฬิสิโก อามิสคตํ พฬิสํ คมฺภีเร อุทกรหเท ปกฺขิเปยฺย ตเมนํ อญฺญตโร อามิสจกฺขุ มจฺโฉ คิเลยฺย เอวญฺหิ โส ภิกฺขเว มจฺโฉ คิลพฬิโส พาฬิสิกสฺส อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย พาฬิสิกสฺส ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า "พรานเบ็ด" นี้เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า "เบ็ด" เป็นชื่อของลาภ สักการะและชื่อเสียง ภิกษุบางรูปยินดี พอใจ ลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า กลืนเบ็ดของมาร ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ อันมารใจบาปพึงทำได้ตามความพอใจ ภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การ บรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า อย่างนี้แล ฯ
พาฬิสิโกติ โข ภิกฺขเว มารสฺเสตํ ปาปิมโต อธิวจนํ ฯ พฬิสนฺติ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลกสฺเสตํ อธิวจนํ ฯ โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ อสฺสาเทติ นิกาเมติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ คิลพฬิโส มารสฺส อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย ปาปิมโต ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ฯ
เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลาย จักละ ลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภ สักการะและชื่อเสียง ที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษา อย่างนี้แหละ ฯ จบสูตรที่ ๒
ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิสฺสาม น จ โน อุปฺปนฺโน ลาภสกฺการสิโลโก จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ทุติยํ ฯ