This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๓. ปุตตมังสสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๒๔๐–๒๔๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค5 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๓. ปุตตมังสสูตร

๒๔๐

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด อาหาร ๔ อย่างนั้นคือ ๑. กวฬิงการาหาร หยาบบ้าง ละเอียดบ้าง ๒. ผัสสาหาร ๓. มโนสัญเจตนาหาร ๔. วิญญาณาหาร ภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ อย่างเหล่านี้ แล เพื่อดำรงอยู่แห่งสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้ แสวงหาที่เกิด ฯ

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อาหารา ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหาย ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ กวฬีกาโร อาหาโร โอฬาริโก วา สุขุโม วา ผสฺโส ทุติโย มโนสญฺเจตนา ตติยา วิญฺญาณํ จตุตฺถํ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อาหารา ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหาย ฯ

๒๔๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กวฬิงการาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร ภิกษุ ทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ภรรยาสามี ๒ คน ถือเอาเสบียงเดินทางเล็กน้อย แล้ว ออกเดินไปสู่ทางกันดาร เขาทั้งสองมีบุตรน้อยๆ น่ารักน่าพอใจอยู่คนหนึ่ง เมื่อ ขณะทั้งสองคนกำลังเดินไปในทางกันดารอยู่ เสบียงเดินทางที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย นั้นได้หมดสิ้นไป แต่ทางกันดารนั้นยังเหลืออยู่ เขาทั้งสองยังข้ามพ้นไปไม่ได้ ครั้งนั้น เขาทั้งสองคนคิดตกลงกันอย่างนี้ว่า เสบียงเดินทางของเราทั้งสองอันใด แลมีอยู่เล็กน้อย เสบียงเดินทางอันนั้นก็ได้หมดสิ้นไปแล้ว แต่ทางกันดารนี้ยัง เหลืออยู่ เรายังข้ามพ้นไปไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย เราสองคนมาช่วยกันฆ่าบุตร น้อยๆ คนเดียว ผู้น่ารัก น่าพอใจคนนี้เสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็มและเนื้อย่าง เมื่อได้ บริโภคเนื้อบุตร จะได้พากันเดินข้ามพ้นทางกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น ถ้าไม่เช่นนั้น เราทั้งสามคนต้องพากันพินาศหมดแน่ ครั้งนั้น ภรรยาสามีทั้งสองคนนั้น ก็ฆ่าบุตร น้อยๆ คนเดียวผู้น่ารัก น่าพอใจนั้นเสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็ม และเนื้อย่าง เมื่อ บริโภคเนื้อบุตรเสร็จ ก็พากันเดินข้ามทางกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น เขาทั้งสองคน รับประทานเนื้อบุตรพลาง ค่อนอกพลางรำพันว่า ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของ ฉันไปไหนเสีย ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของฉันไปไหนเสีย ดังนี้ เธอทั้งหลาย จะเข้าใจความข้อนั้นเป็นอย่างไร คือว่าเขาได้บริโภคเนื้อบุตรที่เป็นอาหารเพื่อความ คะนองหรือเพื่อความมัวเมา หรือเพื่อความตบแต่ง หรือเพื่อความประดับประดา ร่างกายใช่ไหม ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า หามิได้ พระเจ้าข้า จึงตรัสต่อไปว่า ถ้า เช่นนั้น เขาพากันรับประทานเนื้อบุตรเป็นอาหารเพียงเพื่อข้ามพ้นทางกันดารใช่ ไหม ใช่ พระเจ้าข้า พระองค์จึงตรัสว่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า บุคคลควรเห็น กวฬิงการาหารว่า [เปรียบด้วยเนื้อบุตร] ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เมื่ออริยสาวก กำหนดรู้กวฬิงการาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณ เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณได้แล้ว สังโยชน์อันเป็น เครื่องชักนำอริยสาวกให้มาสู่โลกนี้อีกก็ไม่มี ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว กวฬีกาโร อาหาโร ทฏฺฐพฺโพ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เทฺว ชายปติกา ปริตฺตํ สมฺพลํ อาทาย กนฺตารมคฺคํ ปฏิปชฺเชยฺยุํ เตสมสฺส เอกปุตฺตโก ปิโย มนาโป ฯ อถ โข เตสํ ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ ชายปติกานํ กนฺตารคตานํ ยา ปริตฺตา สมฺพลมตฺตา สา ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย สิยา ปเนส กนฺตาราวเสโส อนิตฺถิณฺโณ ฯ อถ โข เตสํ ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ ชายปติกานํ เอวมสฺส อมฺหากํ โข ยา ปริตฺตา สมฺพลมตฺตา สา ปริกฺขีณา ปริยาทินฺนา อตฺถิ จายํ กนฺตาราวเสโส อนิตฺถิณฺโณ ยนฺนูน มยํ อิมํ เอกปุตฺตกํ ปิยํ มนาปํ วธิตฺวา วลฺลูรญฺจ โสณฺฑิกญฺจ กริตฺวา ปุตฺตมํสานิ ขาทนฺตา เอว เทฺวปิ ตํ กนฺตาราวเสสํ นิตฺถเรยฺยาม โน เจ สพฺเพว ตโย วินสฺสมฺหาติ ฯ อถ โข เต ภิกฺขเว เทฺว ชายปติกา เอตํ เอกปุตฺตกํ ปิยํ มนาปํ วธิตฺวา วลฺลูรญฺจ โสณฺฑิกญฺจ กริตฺวา ปุตฺตมํสานิ ขาทนฺตา เอว ตํ กนฺตาราวเสสํ นิตฺถเรยฺยุํ เต ปุตฺตมํสานิ เจว ขาเทยฺยุํ อุเร จ ปติปึเสยฺยุํ กหํ เอกปุตฺตก กหํ เอกปุตฺตกาติ ฯ {๒๔๑.๑} ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว อปิ นุ เต ทวาย วา อาหารํ อาหเรยฺยุํ มทาย วา อาหารํ อาหเรยฺยุํ มณฺฑนาย วา อาหารํ อาหเรยฺยุํ วิภูสนาย วา อาหารํ อาหเรยฺยุนฺติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ นนุ เต ภิกฺขเว ยาวเทว กนฺตารสฺส นิตฺถรณตฺถาย อาหารํ อาหเรยฺยุนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ เอวเมว ขฺวาหํ ภิกฺขเว กวฬีกาโร อาหาโร ทฏฺฐพฺโพติ วทามิ ฯ กวฬีกาเร ภิกฺขเว อาหาเร ปริญฺญาเต ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโต โหติ ปญฺจกามคุณิเก ราเค ปริญฺญาเต นตฺถิ ตํ สญฺโญชนํ เยน สญฺโญชเนน สญฺญุตฺโต อริยสาวโก ปุน อิมํ โลกํ อาคจฺเฉยฺย ฯ

๒๔๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ผัสสาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่าง ว่า แม่โคนมที่ไม่มีหนังหุ้ม ถ้ายืนพิงฝาอยู่ก็จะถูกพวกตัวสัตว์อาศัยฝาเจาะกิน ถ้า ยืนพิงต้นไม้อยู่ ก็จะถูกพวกสัตว์ชนิดอาศัยต้นไม้ไชกิน หากลงไปยืนแช่น้ำอยู่ ก็ จะถูกพวกสัตว์ที่อาศัยน้ำตอดและกัดกิน ถ้ายืนอาศัยอยู่ในที่ว่าง ก็จะถูกมวลสัตว์ ที่อาศัยอยู่ในอากาศเกาะกัดและจิกกิน เป็นอันว่าแม่โคนมตัวนั้นที่ไร้หนังหุ้มจะไป อาศัยอยู่ในสถานที่ใดๆ ก็ถูกจำพวกสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้นๆ กัดกินอยู่ร่ำไป ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่าพึงเห็นผัสสาหารฉันนั้นเหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนด รู้ผัสสาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้เวทนาทั้งสามได้ เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ เวทนาทั้งสามได้แล้ว เรากล่าวว่าไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ อีกแล้ว ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ผสฺสาหาโร ทฏฺฐพฺโพ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว คาวี นิจฺจมฺมา กุฑฺฑญฺเจ นิสฺสาย ติฏฺเฐยฺย เย กุฑฺฑนิสฺสิตา ปาณา เต นํ ขาเทยฺยุํ รุกฺขญฺเจ นิสฺสาย ติฏฺเฐยฺย เย รุกฺขนิสฺสิตา ปาณา เต นํ ขาเทยฺยุํ อุทกญฺเจ นิสฺสาย ติฏฺเฐยฺย เย อุทกนิสฺสิตา ปาณา เต นํ ขาเทยฺยุํ อากาสญฺเจ นิสฺสาย ติฏฺเฐยฺย เย อากาสนิสฺสิตา ปาณา เต นํ ขาเทยฺยุํ ยญฺญเทว หิ สา ภิกฺขเว คาวี นิจฺจมฺมา นิสฺสาย ติฏฺเฐยฺย เย ตํ นิสฺสิตา ตํ นิสฺสิตา ปาณา เต นํ ขาเทยฺยุํ เอวเมว ขฺวาหํ ภิกฺขเว ผสฺสาหาโร ทฏฺฐพฺโพติ วทามิ ฯ ผสฺเส ภิกฺขเว อาหาเร ปริญฺญาเต ติสฺโส เวทนา ปริญฺญาตา โหนฺติ ตีสุ เวทนาสุ ปริญฺญาตาสุ อริยสาวกสฺส นตฺถิ กิญฺจิ อุตฺตริกรณียนฺติ วทามิ ฯ

๒๔๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มโนสัญเจตนาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่างว่า มีหลุมถ่านเพลิงอยู่แห่งหนึ่ง ลึกมากกว่าชั่วบุรุษ เต็มไปด้วยถ่าน เพลิง ไม่มีเปลว ไม่มีควัน ครั้งนั้นมีบุรุษคนหนึ่งอยากมีชีวิตอยู่ ไม่อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์เดินมา บุรุษสองคนมีกำลังจับเขาที่แขนข้างละคนคร่าไปสู่หลุม ถ่านเพลิง ทันใดนั้นเอง เขามีเจตนาปรารถนาตั้งใจอยากจะให้ไกลจากหลุมถ่าน เพลิง ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเขารู้ว่า ถ้าเขาจักตกหลุมถ่านเพลิงนี้ ก็จักต้อง ตายหรือถึงทุกข์แทบตาย ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่าพึงเห็นมโนสัญเจตนาหาร ฉันนั้น เหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดมโนสัญเจตนาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้ ตัณหาทั้งสามได้แล้ว เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ตัณหาทั้งสามได้แล้ว เรากล่าวว่าไม่มี สิ่งใดที่อริยสาวกพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มโนสญฺเจตนาหาโร ทฏฺฐพฺโพ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว องฺคารกาสุ สาธิกโปริสา ปุณฺณา องฺคารานํ วีตจฺจิกานํ วีตธูมานํ อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ชีวิตุกาโม อมริตุกาโม สุขกาโม ทุกฺขปฏิกฺกูโล ตเมนํ เทฺว พลวนฺโต ปุริสา นานาพาหาสุ คเหตฺวา ตํ องฺคารกาสุํ อุปกฑฺเฒยฺยุํ ฯ อถ โข ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส อารกาวสฺส เจตนา อารกาว ปตฺถนา อารกา ปณิธิ ตํ กิสฺส เหตุ วิทิตญฺหิ ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส โหติ อิมญฺจาหํ องฺคารกาสุํ ปปติสฺสามิ ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺฉามิ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขนฺติ เอวเมว ขฺวาหํ ภิกฺขเว มโนสญฺเจตนาหาโร ทฏฺฐพฺโพติ วทามิ ฯ มโนสญฺเจตนาย ภิกฺขเว อาหาเร ปริญฺญาเต ติสฺโส ตณฺหา ปริญฺญาตา โหนฺติ ตีสุ ตณฺหาสุ ปริญฺญาตาสุ อริยสาวกสฺส นตฺถิ กิญฺจิ อุตฺตริกรณียนฺติ วทามิ ฯ

๒๔๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วิญญาณาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือน อย่างว่า พวกเจ้าหน้าที่จับโจรผู้กระทำผิดได้แล้วแสดงแก่พระราชาว่า ขอเดชะ ด้วยโจรผู้นี้กระทำผิด ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ลง โทษโจรผู้นี้ตามที่ทรงเห็นสมควรเถิด จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ ช่วยประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้า ต่อมาเป็นเวลาเที่ยงวัน พระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้น เป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมี พระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงช่วยกันประหารมันเสีย ด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นเสีย ด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน ต่อมาเป็นเวลาเย็น พระราชาทรงซักถาม เจ้าหน้าที่เหล่านั้นอีกอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขา พากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่าง นี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายยังเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน คือว่าเมื่อเขากำลังถูกประหารด้วยหอก ร้อยเล่มตลอดวันอยู่นั้น จะพึงได้เสวยแต่ทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหาร นั้นเป็น เหตุเท่านั้น มิใช่หรือ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกแม้เล่ม เดียว ก็พึงเสวยความทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหารนั้นเป็นเหตุ แต่จะกล่าวไปไยถึง เมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกสามร้อยเล่มเล่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า จะพึง เห็นวิญญาณาหารฉันนั้นเหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้วิญญาณาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เมื่ออริยสาวกมากำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เรากล่าว ว่า ไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ จบสูตรที่ ๓

กถญฺจ ภิกฺขเว วิญฺญาณาหาโร ทฏฺฐพฺโพ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว โจรํ อาคุจารึ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ อยนฺเต เทว โจโร อาคุจารี อิมสฺส ยํ อิจฺฉสิ ตํ ทณฺฑํ ปเณหีติ ตเมนํ ราชา เอวํ วเทยฺย คจฺฉถ โภ อิมํ ปุริสํ ปุพฺพณฺหสมยํ สตฺติสเตน หนถาติ ตเมนํ ปุพฺพณฺหสมยํ สตฺติสเตน หเนยฺยุํ อถ ราชา มชฺฌนฺติกสมยํ เอวํ วเทยฺย อมฺโภ กถํ โส ปุริโสติ ตเถว เทว ชีวตีติ ตเมนํ ราชา เอวํ วเทยฺย คจฺฉถ โภ ตํ ปุริสํ มชฺฌนฺติกสมยํ สตฺติสเตน หนถาติ ตเมนํ มชฺฌนฺติกสมยํ สตฺติสเตน หเนยฺยุํ อถ ราชา สายณฺหสมยํ เอวํ วเทยฺย อมฺโภ กถํ โส ปุริโสติ ตเถว เทว ชีวตีติ ตเมนํ ราชา เอวํ วเทยฺย คจฺฉถ โภ ตํ ปุริสํ สายณฺหสมยํ สตฺติสเตน หนถาติ ตเมนํ สายณฺหสมยํ สตฺติสเตน หเนยฺยุํ ฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว อปิ นุ โข โส ปุริโส ทิวสํ ตีหิ สตฺติสเตหิ หญฺญมาโน ตโตนิทานํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวทเยถาติ เอกิสฺสาปิ ภิกฺขเว สตฺติยา หญฺญมาโน ตโตนิทานํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวทเยถ โก ปน วาโท ตีหิ สตฺติสเตหิ หญฺญมาโนติ เอวเมว ขฺวาหํ ภิกฺขเว วิญฺญาณาหาโร ทฏฺฐพฺโพติ วทามิ ฯ วิญฺญาเณ ภิกฺขเว อาหาเร ปริญฺญาเต นามรูปํ ปริญฺญาตํ โหติ นามรูเป ปริญฺญาเต อริยสาวกสฺส นตฺถิ กิญฺจิ อุตฺตริกรณียนฺติ วทามีติ ฯ ตติยํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๓. ปุตตมังสสูตร