๒. โปกขรณีสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๒. โปกขรณีสูตร
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน- *อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สระโบกขรณียาว ๕๐ โยชน์ กว้าง ๕๐ โยชน์ ลึก ๕๐ โยชน์ มีน้ำเต็มเสมอขอบ กาดื่มกินได้ บุรุษพึงวิดน้ำ ขึ้นจากสระโบกขรณีนั้นด้วยปลายหญ้าคา เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็น ไฉน น้ำที่บุรุษวิดขึ้นด้วยปลายหญ้าคาก็ดี น้ำในสระโบกขรณีก็ดี ไหนจะมากกว่า กัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในสระโบกขรณีนี้แหละ มากกว่า น้ำที่บุรุษวิดขึ้นด้วยปลายหญ้าคามีประมาณน้อย น้ำที่บุรุษวิดขึ้นด้วย ปลายหญ้าคาเมื่อเทียบกันเข้ากับน้ำในสระโบกขรณี ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยว ที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด ฯ
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว โปกฺขรณี ปญฺญาสโยชนา อายาเมน ปญฺญาสโยชนา วิตฺถาเรน ปญฺญาสโยชนา อุพฺเพเธน ปุณฺณา อุทกสฺส สมติตฺติกา กากเปยฺยา ตโต ปุริโส กุสคฺเคน อุทกํ อุทฺธเรยฺย ฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ยํ วา กุสคฺเคน อุทกํ อุพฺภตํ ยํ วา โปกฺขรณิยา อุทกนฺติ ฯ เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยทิทํ โปกฺขรณิยา อุทกํ อปฺปมตฺตกํ กุสคฺเคน อุทกํ อุพฺภตํ เนว สติมํ กลํ อุเปติ น สหสฺสิมํ กลํ อุเปติ น สตสหสฺสิมํ กลํ อุเปติ โปกฺขรณิยา อุทกํ อุปนิธาย กุสคฺเคน อุทกํ อุพฺภตนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ความทุกข์ที่หมดไป สิ้น ไปนี้แหละ ของบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฐิ ตรัสรู้แล้ว เป็น ทุกข์มากกว่า ส่วนที่เหลืออยู่มีประมาณน้อย ความที่ทุกข์เป็นสภาพยิ่งใน ๗ อัตภาพ เมื่อเทียบเข้ากับกองทุกข์ที่หมดไป สิ้นไปอันมีในก่อน ไม่เข้าถึงเสี้ยว ที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การตรัสรู้ธรรมให้ สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ จบสูตรที่ ๒
เอวเมว โข ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อภิสเมตาวิโน เอตเทว พหุตรํ ทุกฺขํ ยทิทํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อปฺปมตฺตกํ อวสิฏฺฐํ เนว สติมํ กลํ อุเปติ น สหสฺสิมํ กลํ อุเปติ น สตสหสฺสิมํ กลํ อุเปติ ปุริมํ ทุกฺขกฺขนฺธํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย ยทิทํ สตฺตกฺขตฺตุปรมตา ฯ เอวํ มหตฺถิโย โข ภิกฺขเว ธมฺมาภิสมโย เอวํ มหตฺถิโย ธมฺมจกฺขุปฏิลาโภติ ฯ ทุติยํ ฯ