This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๒. เทวทหสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๖–๑๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค5 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๒. เทวทหสูตร ว่าด้วยการกำจัดฉันทราคะในขันธ์ ๕

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้;- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมเทวทหะของศากยะทั้งหลายในสักกชนบท. ครั้งนั้นแล ภิกษุมากรูปด้วยกัน ปรารถนาจะไปสู่ปัจฉาภูมชนบทเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวาย อภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ปรารถนาจะไปสู่ปัจฉาภูมชนบท เพื่อสำเร็จการอยู่อาศัยในปัจฉา ภูมชนบท. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เธอทั้งหลายลาสารีบุตรแล้วหรือ? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ยังมิได้ลาท่านพระสารีบุตร. พระผู้มี พระภาคตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงไปลาสารีบุตรเถิด. สารีบุตรเป็นบัณฑิตอนุเคราะห์ เพื่อนพรหมจารี. ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า.

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺยานํ นิคโม ฯ อถ โข สมฺพหุลา ปจฺฉาภูมคามิกา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อิจฺฉาม มยํ ภนฺเต ปจฺฉาภูมํ ชนปทํ คนฺตุํ ปจฺฉาภูเม ชนปเท นิวาสํ กปฺเปตุนฺติ ฯ อปโลกิโต ปน โว ภิกฺขเว สารีปุตฺโตติ ฯ น โข โน ภนฺเต อปโลกิโต อายสฺมา สารีปุตฺโตติ อปโลเกถ ภิกฺขเว สารีปุตฺตํ ฯ สารีปุตฺโต ภิกฺขเว ปณฺฑิโต ภิกฺขูนํ อนุคฺคาหโก สพฺรหฺมจารีนนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

ก็สมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตรนั่งอยู่ในมณฑปเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มุงด้วยตะใคร่น้ำ ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค. ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้น ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ลุกจากอาสนะ ถวายอภิวาท ทำประทักษิณพระผู้มีพระภาคแล้ว พากันเข้าไปหาท่านพระสารีบุตร กล่าวคำปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกัน ไปแล้ว จึงนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ข้าพเจ้า ทั้งหลายปรารถนาจะไปปัจฉาภูมชนบท เพื่อสำเร็จการอยู่อาศัยในปัจฉาภูมชนบท. ท่านพระ- *สารีบุตรกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย กราบทูลลาพระศาสดาแล้วหรือ? ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็กษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง คฤหบดีผู้เป็นบัณฑิตบ้าง สมณะผู้เป็น บัณฑิตบ้าง เป็นผู้ถามปัญหากะภิกษุผู้ไปไพรัชชประเทศต่างๆ มีอยู่ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็พวกมนุษย์ที่เป็นบัณฑิตทดลองถามว่า พระศาสดาของพวกท่านมีวาทะอย่างไร? ตรัสสอน อย่างไร? ธรรมทั้งหลายพวกท่านฟังดีแล้ว เรียบร้อยดีแล้ว ใส่ใจดีแล้ว ทรงจำดีแล้ว แทง ตลอดดีแล้ว ด้วยปัญญาบ้างหรือ? ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย เมื่อพยากรณ์อย่างไร? จึงจะชื่อว่าเป็นผู้ กล่าวตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว จะไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ด้วยคำไม่จริง และพยากรณ์ ธรรมสมควรแก่ธรรม ทั้งการคล้อยตามวาทะที่ถูกไรๆ จะไม่พึงถึงฐานะอันวิญญูชนจะติเตียนได้. ภิ. ข้าแต่ท่านผู้มีอายุ ข้าพเจ้าทั้งหลาย มาแม้แต่ที่ไกล เพื่อจะรู้เนื้อความแห่งภาษิต นั้นในสำนักท่านพระสารีบุตร ดีละหนอ ขอเนื้อความแห่งภาษิตนั้น จงแจ่มแจ้งกะท่านพระ- *สารีบุตรเถิด.

เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควโต อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ เอลคลาคุมฺเพ นิสินฺโน โหติ ฯ อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทึสุ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจุํ อิจฺฉาม มยํ อาวุโส สารีปุตฺต ปจฺฉาภูมํ ชนปทํ คนฺตุํ ปจฺฉาภูเม ชนปเท นิวาสํ กปฺเปตุนฺติ ฯ อปโลกิโต โน สตฺถาติ ฯ {๗.๑} สนฺติ หาวุโส นานาเวรชฺชคตํ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตาโร ขตฺติยปณฺฑิตาปิ พฺราหฺมณปณฺฑิตาปิ คหปติปณฺฑิตาปิ สมณปณฺฑิตาปิ ปณฺฑิตา หาวุโส มนุสฺสา วีมํสกา กึวาทายสฺมนฺตานํ สตฺถา กิมกฺขายีติ ฯ กจฺจิ โว อายสฺมนฺตานํ ธมฺมา สุสฺสุตา สุคฺคหิตา สุมนสิกตา สูปธาริตา สุปฺปฏิวิทฺธา ปญฺญาย ยถา พฺยากรมานา อายสฺมนฺโต วุตฺตวาทิโน เจว ภควโต อสฺสถ น จ ภควนฺตํ อภูเตน อพฺภาจิกฺเขยฺยาถ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากเรยฺยาถ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุปาโต คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺเฉยฺยาติ ฯ ทูรโตปิ โข มยํ อาวุโส อาคจฺเฉยฺยาม อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส สนฺติเก เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺถมญฺญาตุํ สาธุ วตายสฺมนฺตํ เยว สารีปุตฺตํ ปฏิภาตุ เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถติ ฯ

ส. ถ้าเช่นนั้น ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว. ภิกษุเหล่านั้น รับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว. ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็กษัตริย์เป็น บัณฑิตบ้าง พราหมณ์เป็นบัณฑิตบ้าง คฤหบดีเป็นบัณฑิตบ้าง สมณะเป็นบัณฑิตบ้าง เป็นผู้ถาม ปัญหากะภิกษุผู้ไปไพรัชชประเทศต่างๆ มีอยู่ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็มนุษย์ทั้งหลายที่เป็น บัณฑิต จะทดลองถามว่า พระศาสดาของท่านผู้มีอายุทั้งหลาย มีวาทะว่าอย่างไร ตรัสสอน อย่างไร? ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระศาสดาของเราทั้งหลายตรัสสอนให้กำจัดฉันทราคะ. เมื่อท่าน ทั้งหลายพยากรณ์อย่างนี้แล้ว กษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง คฤหบดีผู้ เป็นบัณฑิตบ้าง สมณะผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พึงถามปัญหายิ่งขึ้นไป ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็มนุษย์ทั้งหลายที่เป็นบัณฑิต จะทดลองถามว่า ก็พระศาสดาของท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ตรัสสอน ให้กำจัดฉันทราคะในสิ่งอะไร. ท่านทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่าน ผู้มีอายุทั้งหลาย พระศาสดาตรัสสอนให้กำจัดฉันทราคะในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ. ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย เมื่อท่านทั้งหลายพยากรณ์อย่างนี้แล้ว กษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง คฤหบดีผู้เป็นบัณฑิตบ้าง สมณะผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พึงถามปัญหา ยิ่งขึ้นไป ก็มนุษย์ทั้งหลายที่เป็นบัณฑิต จะทดลองถามว่า ก็พระศาสดาของท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ทรงเห็นโทษอะไร จึงตรัสสอนให้กำจัดฉันทราคะในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ? ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มี อายุทั้งหลาย เมื่อบุคคลมีความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความกระหาย ความกระวน กระวาย ความทะยานอยากในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ยังไม่ปราศจากไปแล้ว โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสย่อมเกิดขึ้น เพราะรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ แปรปรวนเป็นอย่างอื่นไป ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระศาสดาของเราทั้งหลาย ทรงเห็นโทษนี้แล จึงตรัสสอนให้กำจัดฉันทราคะในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ. ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย แม้เมื่อท่านทั้งหลายพยากรณ์อย่างนี้แล กษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิตบ้าง คฤหบดีผู้เป็นบัณฑิตบ้าง สมณะผู้เป็นบัณฑิตบ้าง พึงถามปัญหา ยิ่งขึ้นไป ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็มนุษย์ทั้งหลายที่เป็นบัณฑิตจะทดลองถามว่า ก็พระศาสดา ของท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ทรงเห็นอานิสงส์อะไร? จึงตรัสสอนให้กำจัดให้ฉันทราคะในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ. ท่านทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย เมื่อบุคคลมีความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความกระหาย ความ กระวนกระวาย ความทะยานอยากในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณปราศจากไปแล้ว โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสย่อมไม่เกิดขึ้นเพราะรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ แปรปรวนเป็นอย่างอื่นไป. ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระศาสดาของเราทั้งหลาย ทรงเห็นอานิสงส์นี้แล จึงตรัสสอนให้กำจัดฉันทราคะในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และ วิญญาณ.

เตนหาวุโส สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวมาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ สนฺติ หาวุโส นานาเวรชฺชคตํ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตาโร ขตฺติยปณฺฑิตาปิ พฺราหฺมณปณฺฑิตาปิ คหปติปณฺฑิตาปิ สมณปณฺฑิตาปิ ปณฺฑิตา หาวุโส มนุสฺสา วีมํสกา กึวาทายสฺมนฺตานํ สตฺถา กิมกฺขายีติ ฯ เอวํ ปุฏฺฐา ตุเมฺห อาวุโส เอวํ พฺยากเรยฺยาถ ฉนฺทราควินยกฺขายี โข โน อาวุโส สตฺถาติ ฯ {๘.๑} เอวํ พฺยากเตปิ โข อาวุโส อสฺสุ เยว อุตฺตรึ ปญฺหํ ปุจฺฉิตาโร ขตฺติยปณฺฑิตาปิ พฺราหฺมณปณฺฑิตาปิ คหปติปณฺฑิตาปิ สมณปณฺฑิตาปิ ปณฺฑิตา หาวุโส มนุสฺสา วีมํสกา กิสฺมึ ปนายสฺมนฺตานํ ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถาติ ฯ เอวํ ปุฏฺฐา ตุเมฺห อาวุโส เอวํ พฺยากเรยฺยาถ รูเป โข อาวุโส ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถา ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถาติ ฯ {๘.๒} เอวํ พฺยากเตปิ โข อาวุโส อสฺสุ เยว อุตฺตรึ ปญฺหํ ปุจฺฉิตาโร ขตฺติยปณฺฑิตาปิ พฺราหฺมณปณฺฑิตาปิ คหปติปณฺฑิตาปิ สมณปณฺฑิตาปิ ปณฺฑิตา หาวุโส มนุสฺสา วีมํสกา กึ ปนายสฺมนฺตานํ อาทีนวํ ทิสฺวา รูเป ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถา ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถาติ ฯ เอวํ ปุฏฺฐา ตุเมฺห อาวุโส เอวํ พฺยากเรยฺยาถ รูเป โข อาวุโส อวีตราคสฺส อวีตฉนฺทสฺส อวีตเปมสฺส อวีตปิปาสสฺส อวีตปริฬาหสฺส อวีตตณฺหสฺส ตสฺส รูปสฺส วิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสา ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ อวีตราคสฺส ฯเปฯ อวีตตณฺหสฺส เตสํ สงฺขารานํ วิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ วิญฺญาเณ อวีตราคสฺส อวีตฉนฺทสฺส อวีตเปมสฺส อวีตปิปาปสฺส อวีตปริฬาหสฺส อวีตตณฺหสฺส ตสฺส วิญฺญาณสฺส วิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ อิทํ โข โน อาวุโส อาทีนวํ ทิสฺวา รูเป ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถา ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถาติ ฯ {๘.๓} เอวํ พฺยากเตปิ โข อาวุโส อสฺสุ เยว อุตฺตรึ ปญฺหํ ปุจฺฉิตาโร ขตฺติยปณฺฑิตาปิ พฺราหฺมณปณฺฑิตาปิ คหปติปณฺฑิตาปิ สมณปณฺฑิตาปิ ปณฺฑิตา หาวุโส มนุสฺสา วีมํสกา กึ ปนายสฺมนฺตานํ อานิสํสํ ทิสฺวา รูเป ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถา ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถาติ ฯ เอวํ ปุฏฺฐา ตุเมฺห อาวุโส เอวํ พฺยากเรยฺยาถ รูเป โข อาวุโส วีตราคสฺส วีตฉนฺทสฺส วีตเปมสฺส วีตปิปาสสฺส วีตปริฬาหสฺส วีตตณฺหสฺส ตสฺส รูปสฺส วิปริณามญฺญถาภาวา นุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสา ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ วีตราคสฺส วีตฉนฺทสฺส วีตเปมสฺส วีตปิปาสสฺส วีตปริฬาหสฺส วีตตณฺหสฺส เตสํ สงฺขารานํ วิปริณามญฺญถาภาวา นุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ วิญฺญาเณ วีตราคสฺส วีตฉนฺทสฺส วีตเปมสฺส วีตปิปาสสฺส วีตปริฬาหสฺส วีตตณฺหสฺส ตสฺส วิญฺญาณสฺส วิปริณามญฺญถาภาวา นุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ฯ อิทํ โข โน อาวุโส อานิสํสํ ทิสฺวา รูเป ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถา ฯ เวทนายํ ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ ฉนฺทราควินยกฺขายี สตฺถาติ ฯ

ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็เมื่อบุคคลเข้าถึงอกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ จักได้มีการอยู่ สบาย ไม่มีความลำบาก ไม่มีความคับแค้น ไม่มีความเดือดร้อน ในปัจจุบันนี้ และเมื่อตาย ไปแล้ว ก็พึงหวังสุคติไซร้ พระผู้มีพระภาคก็จะไม่พึงทรงสรรเสริญ การละอกุศลธรรมทั้งหลาย. ก็เพราะเมื่อบุคคลเข้าถึงอกุศลธรรมทั้งหลาย ย่อมมีการอยู่เป็นทุกข์ มีความลำบาก มีความ คับแค้น มีความเดือดร้อน ในปัจจุบัน และเมื่อตายไปแล้ว ก็พึงหวังได้ทุคติ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาค จึงทรงสรรเสริญ การละอกุศลธรรมทั้งหลาย.

อกุสเล จาวุโส ธมฺเม อุปสมฺปชฺช วิหรโต ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม สุโข วิหาโร อภวิสฺส อวิฆาโต อนุปายาโส อปริฬาโห กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา น ยิทํ ภควา อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ วณฺเณยฺย ฯ ยสฺมา จ โข อาวุโส อกุสเล ธมฺเม อุปสมฺปชฺช วิหรโต ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม ทุกฺโข วิหาโร สวิฆาโต สอุปายาโส สปริฬาโห กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา ตสฺมา ภควา อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ วณฺเณติ ฯ

๑๐

ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย แต่เมื่อบุคคลเข้าถึงกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ จักได้มีการ อยู่เป็นทุกข์ มีความลำบาก มีความคับแค้น มีความเดือดร้อน ในปัจจุบันนี้ และเมื่อตายไป แล้ว ก็พึงหวังได้ทุคติไซร้ พระผู้มีพระภาค ก็จะไม่พึงทรงสรรเสริญ การเข้าถึงกุศลธรรม ทั้งหลาย. ก็เพราะเมื่อบุคคลเข้าถึงกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ มีการอยู่สบาย ไม่มีความลำบาก ไม่มีความคับแค้น ไม่มีความเดือดร้อน ในปัจจุบันนี้ และเมื่อตายไปแล้ว ก็พึงหวังได้สุคติ ฉะนั้นพระผู้มีพระภาค จึงทรงสรรเสริญ การเข้าถึงกุศลธรรมทั้งหลาย. ท่านพระสารีบุตรได้ กล่าวคำนี้แล้ว. ภิกษุเหล่านั้น ชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร ฉะนี้แล. จบ สูตรที่ ๒.

กุสเล จาวุโส ธมฺเม อุปสมฺปชฺช วิหรโต ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม ทุกฺโข วิหาโร อภวิสฺส สวิฆาโต สอุปายาโส สปริฬาโห กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา น ยิทํ ภควา กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทํ วณฺเณยฺย ฯ ยสฺมา จ โข อาวุโส กุสเล ธมฺเม อุปสมฺปชฺช วิหรโต ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม สุโข วิหาโร อวิฆาโต อนุปายาโส อปริฬาโห กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา ตสฺมา ภควา กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทํ วณฺเณตีติ ฯ อิทมโวจ อายสฺมา สารีปุตฺโต ฯ อตฺตมนา เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๒. เทวทหสูตร