๒๓-๑๑๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๙๐
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๒๓-๑๑๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๙๐ ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่นเป็นต้น
พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น ... สิงอยู่ที่ ต้นไม้มีกลิ่นที่กระพี้ ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะเทาะ ... สิงอยู่ที่ ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มี กลิ่นที่รส ... สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น พระเจ้าข้า? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า ... พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น มีอายุยืน มีวรรณะ งาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง ความเป็นสหายของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขา ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็น เหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวก เทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น. จบ สูตรที่ ๒๓-๑๑๒. จบ คันธัพพกายสังยุต. ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. สุทธกสูตร ๔-๑๒. สารคันธาทิทาตาสูตร ๙ สูตร ๒. สุจริตสูตร ๑๓-๒๒. มูลคันธทานูปการสูตร ๑๐ สูตร ๓. มูลคันธทาตาสูตร ๒๓-๑๑๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ๙๐ สูตร (รวม ๑๑๒ สูตร) -----------------------------------------------------
สาวตฺถี ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สารคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯเปฯ เผคฺคุคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ตจคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปปฏิกคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปตฺตคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปุปฺผคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ผลคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ รสคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ อิธ ภิกฺขุ เอกจฺโจ กาเยน สุจริตํ จรติ วาจาย สุจริตํ จรติ มนสา สุจริตํ จรติ ตสฺส สุตํ โหติ คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส อนฺนํ เทติ ปานํ เทติ วตฺถํ เทติ ยานํ เทติ มาลํ เทติ คนฺธํ เทติ วิเลปนํ เทติ เสยฺยํ เทติ อาวสถํ เทติ ปทีเปยฺยํ เทติ ฯ โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ ฯ อยํ โข ภิกฺขุ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ (เอวํ เอกปิณฺฑิเกน เอกสตญฺจ ทฺวาทส จ สุตฺตนฺตา ภวนฺติ) ฯ คนฺธพฺพกายสํยุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ สุทฺธกํ จ สุจริตํ ทาตา หิ อปเร ตโย ทานูปการา ทสธา คนฺธพฺพา สุปฺปกาสิตาติ ฯ ------------