This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๘. มหาลิสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๑๓๑–๑๓๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค2 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๘. มหาลิสูตร ว่าด้วยเหตุปัจจัยแห่งความบริสุทธิ์

๑๓๑

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน ใกล้พระนคร เวสาลี. ครั้งนั้นแล เจ้ามหาลิลิจฉวีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่าน ปูรณกัสสปพูดอย่างนี้ว่า เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายไม่มี เหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมองเอง เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ สัตว์ ทั้งหลาย ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์เอง. ในข้อนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างไร? พระผู้ มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมหาลิ เหตุมี ปัจจัยมี เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายมี เหตุ มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมอง เหตุมี ปัจจัยมี เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์. ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เหตุปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์เป็นไฉน? สัตว์ ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมองอย่างไร? พ. ดูกรมหาลิ ก็หากรูปนี้ จะเป็นทุกข์ถ่ายเดียว รังแต่ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความ ทุกข์ มิได้ประกอบด้วยสุขบ้างแล้ว สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในรูป. ก็เพราะรูปเป็นสุข สุขตามสนอง หยั่งลงสู่ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์เสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึง กำหนัดในรูป เพราะกำหนัด จึงถูกประกอบเข้าไว้ เพราะถูกประกอบ จึงเศร้าหมอง ดูกรมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์. สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมอง แม้ด้วยอาการอย่างนี้. ดูกรมหาลิ ก็หากเวทนานี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว ฯลฯ ก็หาก สัญญานี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว ฯลฯ ก็หากสังขารนี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว ฯลฯ ก็หากวิญญาณนี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว รังแต่ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ประกอบด้วยสุขบ้างแล้ว สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในวิญญาณ. ก็เพราะวิญญาณเป็นสุข สุขตามสนอง หยั่งลง สู่ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์เสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงกำหนัดในวิญญาณ เพราะ กำหนัด จึงถูกประกอบเข้าไว้ เพราะถูกประกอบ จึงเศร้าหมอง. ดูกรมหาลิ แม้ข้อนี้แล ก็ เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์. สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมอง แม้ด้วยอาการอย่างนี้.

เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ อถ โข มหลิ ลิจฺฉวี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหลิ ลิจฺฉวี ภควนฺตํ เอตทโวจ ปูรโณ ภนฺเต กสฺสโป เอวมาห นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ อิธ ภควา กิมาหาติ ฯ อตฺถิ มหลิ เหตุ อตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ อตฺถิ มหลิ เหตุ อตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ {๑๓๑.๑} กตโม ปน ภนฺเต เหตุ กตโม ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย กถํ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺตีติ ฯ {๑๓๑.๒} รูปญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขํ อภวิสฺส ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ {๑๓๑.๓} เวทนา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขา อภวิสฺส ทุกฺขานุปติตา ทุกฺขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา สุเขน น ยิทํ สตฺตา เวทนาย สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ เวทนา สุขา สุขานุปติตา สุขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา เวทนาย สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ {๑๓๑.๔} สญฺญา จ หิทํ มหลิ ฯ สงฺขารา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขา อภวิสฺสํสุ ทุกฺขานุปติตา ทุกฺขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา สุเขน น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ สงฺขารา สุขา สุขานุปติตา สุขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ {๑๓๑.๕} วิญฺญาณญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขํ อภวิสฺส ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ วิญฺญาณํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺตีติ ฯ

๑๓๒

ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ส่วนเหตุปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์เป็น ไฉน? สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์ได้อย่างไร? พ. ดูกรมหาลิ ก็หากว่ารูปนี้ จักเป็นสุขถ่ายเดียว สุขตามสนอง หยั่งลงสู่ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์บ้างแล้ว สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป. ก็เพราะรูปเป็นทุกข์ ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ประกอบด้วยสุขเสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึง เบื่อหน่ายในรูป เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงบริสุทธิ์. แม้ข้อนี้แล ก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์. สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์ แม้ด้วยอาการอย่างนี้. ดูกรมหาลิ ก็หากว่าเวทนาเป็นสุขถ่ายเดียว ฯลฯ สัญญาเป็นสุขถ่ายเดียว ฯลฯ สังขารเป็นสุขถ่ายเดียว ฯลฯ วิญญาณเป็นสุขถ่ายเดียว สุขตามสนอง หยั่งลงสู่ ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์บ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ. ก็เพราะวิญญาณเป็นทุกข์ ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ ประกอบด้วยสุขเสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลาย กำหนัด จึงบริสุทธิ์ แม้ข้อนี้แล ก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์. สัตว์ ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์ แม้ด้วยอาการอย่างนี้. จบ สูตรที่ ๘.

กตโม ปน ภนฺเต เหตุ กตโม ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา กถํ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ รูปญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขํ อภวิสฺส สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ รูปํ ทุกฺขํ ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชนฺติ วิราคา วิสุชฺฌนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺติ ฯ เวทนา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขา อภวิสฺส ฯเปฯ สญฺญา จ หิทํ มหลิ ฯ สงฺขารา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขา อภวิสฺสํสุ ฯ วิญฺญาณญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขํ อภวิสฺส สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ วิญฺญาณํ ทุกฺขํ ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชนฺติ วิราคา วิสุชฺฌนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย