๑. สมุทรสูตร ที่ ๑
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สมุททวรรคที่ ๓ สมุทรสูตรที่ ๑
สมุทฺทวคฺโค ตติโย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมกล่าวว่า สมุทรๆ ดังนี้ ภิกษุทั้งหลาย สมุทรนั้นไม่ชื่อว่า เป็นสมุทรในวินัยของพระอริยเจ้า ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย สมุทรนั้นเรียกว่า เป็นแอ่งน้ำใหญ่ เป็นห้วงน้ำใหญ่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นสมุทรของบุรุษ กำลังของจักษุนั้นเกิดจากรูป บุคคลใดย่อมอดกลั้นกำลังอัน เกิดจากรูปนั้นได้ บุคคลนี้เรียกว่าเป็นพราหมณ์ ข้ามสมุทรคือจักษุ ซึ่งมีทั้งคลื่น มีทั้งน้ำวน มีทั้งสัตว์ร้าย มีทั้งผีเสื้อน้ำ แล้วขึ้นถึงฝั่งตั้งอยู่บนบก ฯลฯ ใจเป็น สมุทรของบุรุษ กำลังของใจนั้นเกิดจากธรรมารมณ์ บุคคลใดย่อมอดกลั้นกำลัง อันเกิดจากธรรมารมณ์นั้นได้ บุคคลนี้เรียกว่าเป็นพราหมณ์ข้ามสมุทรคือใจได้ ซึ่ง มีทั้งคลื่น มีทั้งน้ำวน มีทั้งสัตว์ร้าย มีทั้งผีเสื้อน้ำ แล้วขึ้นถึงฝั่งตั้งอยู่บนบก ฯ พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
สมุทฺโท สมุทฺโทติ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ เนโส ภิกฺขเว อริยสฺส วินเย สมุทฺโท ฯ มหา เอโส ภิกฺขเว อุทกราสิ มหา อุทกณฺณโว ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว ปุริสสฺส สมุทฺโท ตสฺส รูปมโย เวโค โย ตํ รูปมยํ เวคํ สหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อตริ จกฺขุสมุทฺทํ สอุมฺมึ สาวฏฺฏํ สคาหํ สรกฺขสํ ติณฺโณ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ ฯเปฯ ชิวฺหา ภิกฺขเว ปุริสสฺส สมุทฺโท ตสฺส รสมโย เวโค โย ตํ รสมยํ เวคํ สหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อตริ ชิวฺหาสมุทฺทํ สอุมฺมึ สาวฏฺฏํ สคาหํ สรกฺขสํ ติณฺโณ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ ฯเปฯ มโน ภิกฺขเว ปุริสสฺส สมุทฺโท ตสฺส ธมฺมมโย เวโค โย ตํ ธมฺมมยํ เวคํ สหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อตริ มโนสมุทฺทํ สอุมฺมึ สาวฏฺฏํ สคาหํ สรกฺขสํ ติณฺโณ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณติ ฯ อิทมโวจ ฯเปฯ สตฺถา
บุคคลใดข้ามสมุทรนี้ ซึ่งมีทั้งคลื่น มีทั้งน้ำวน มีทั้ง สัตว์ร้าย มีทั้งผีเสื้อน้ำ น่าหวาดกลัว ข้ามได้แสนยาก ได้ แล้ว บุคคลนั้นเราเรียกว่า เป็นผู้เรียนจบเวท อยู่จบ พรหมจรรย์ ถึงที่สุดแห่งโลก ข้ามถึงฝั่งแล้ว ฯ จบสูตรที่ ๑
โย อิมํ สมุทฺทํ สคาหํ สรกฺขสํ สอุมฺมึ ภยํ ทุตฺตรํ อจฺจตริ สเวทคู วุสิตพฺรหฺมจริโย โลกนฺตคู ปารคโตติ วุจฺจตีติ ฯ