This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๔. ขีรรุกขสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๒๙๑–๒๙๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค4 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ขีรรุกขสูตร

๒๙๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณี รูปใดรูปหนึ่ง มีอยู่ในรูปทั้งหลาย อันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ไม่ละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูป อันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ซึ่งเป็น ของเล็กน้อย ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ก็ครอบงำจิตของภิกษุ หรือภิกษุณีนั้นได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิตของ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นยังมี อยู่ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง มีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ใน โผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ละ ราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้ธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ซึ่งเป็นของ เล็กน้อย ผ่านทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณี นั้นได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิตของภิกษุ หรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นยังมีอยู่ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ฯ

ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯเปฯ {๒๙๑.๑} ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯ

๒๙๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นกร่าง หรือต้นมะเดื่อ เป็นต้นไม้มียาง ขนาดเขื่อง ขนาดรุ่น ขนาดเล็ก บุรุษเอาขวานอันคมสับต้นไม้ นั้น ณ ที่แห่งหนึ่ง ยางพึงไหลออกหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ พ. ข้อนั้น เพราะอะไร ฯ ภิ. เพราะยางมีอยู่ พระเจ้าข้า ฯ พ. ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง มีอยู่ในรูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือ ภิกษุณีนั้นไม่ละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุซึ่ง เป็นของเล็กน้อย ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ก็ครอบงำจิตของ ภิกษุหรือภิกษุณีได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิตของ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นยังมีอยู่ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่งมีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ใน โผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ละ ราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้ธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจซึ่งเป็นของ เล็กน้อย ผ่านทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ย่อมครอบงำจิตของภิกษุหรือ ภิกษุณีนั้นได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิต ของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะ ยัง มีอยู่ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ฯ

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ขีรรุกฺโข อสฺสตฺโถ วา นิโคฺรโธ วา มิลกฺขุ วา อุทุมฺพโร วา ทหโร ตรุโณ โกมารโก ตเมนํ ปุริโส ติณฺหาย กุธาริยา ยโต ยโต ภินฺเทยฺย อาคจฺเฉยฺย ขีรนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ ยํ หิ ภนฺเต ขีรํ ตํ อตฺถีติ ฯ {๒๙๒.๑} เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯเปฯ {๒๙๒.๒} ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ โย ราโค โส อตฺถิ ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯ

๒๙๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณี รูปใดรูปหนึ่ง ไม่มีอยู่ในรูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่ง ผ่าน คลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละ ราคะ โทสะ โมหะนั้นได้แล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใด รูปหนึ่งไม่มีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ในโผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์ อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่ง ผ่านมาทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์ อันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะ ราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้น ได้แล้ว ฯ

ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ ฯเปฯ มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ฯ

๒๙๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นกร่าง หรือต้นมะเดื่อ ซึ่งเป็นไม้มียาง เป็นต้นไม้แห้ง เป็นไม้ผุ ภายนอกฤดูฝน บุรุษเอาขวานอันคม สับต้นไม้นั้น ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ยางพึงไหลออกมาหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูล ว่า ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ พ. ข้อนั้น เพราะเหตุไร ฯ ภิ. เพราะยางไม่มี พระเจ้าข้า ฯ พ. ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง ไม่มีอยู่ในรูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือ ภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุซึ่งเป็น ของใหญ่ยิ่ง ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือ ภิกษุณีนั้นไม่ได้เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุ หรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุ หรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุ หรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง ไม่มีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ใน โผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่ง ผ่านมาทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้ เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือ ภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุ หรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นได้แล้ว ฯ จบสูตรที่ ๔

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ขีรรุกฺโข อสฺสตฺโถ วา นิโคฺรโธ วา มิลกฺขุ วา อุทุมฺพโร วา สุกฺโข โกฬาโป เตโรวสฺสิโก ตเมนํ ปุริโส ติณฺหาย กุธาริยา ยโต ยโต ภินฺเทยฺย อาคจฺเฉยฺย ขีรนฺติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ ยํ หิ ภนฺเต ขีรํ ตํ นตฺถีติ ฯ {๒๙๔.๑} เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโนติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๔. ขีรรุกขสูตร