๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๒
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี ฯลฯ ได้มีคำถามอย่างนั้นเหมือน กันว่า ดูกรท่าน อะไรเล่า เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ปัญหาข้อนั้น ฯ
เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโต พาราณสิยํ วิหรนฺติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯเปฯ สาเยว ปุจฺฉา ฯ โก นุ โข อาวุโส เหตุ โก ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ
ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรท่าน ความเห็นว่า สัตว์เบื้อง หน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกก็ดี สัตว์ เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย แล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ดังนี้ ย่อมเกิดมีแก่บุคคล ผู้ไม่รู้ไม่เห็นรูปตามความเป็นจริง ไม่รู้ไม่เห็นเหตุเกิดแห่งรูปตามความเป็นจริง ไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งรูป ตามความเป็นจริง ไม่รู้ไม่เห็นปฏิปทาเครื่องให้ถึง ความดับแห่งรูปตามความเป็นจริง ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อม เกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย แล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก ก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคลผู้ไม่รู้ไม่เห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง ไม่รู้ไม่เห็นเหตุเกิดแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง ไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง ไม่รู้ไม่เป็นปฏิปทาเครื่องให้ถึงความ ดับแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง ฯ
รูปํ โข อาวุโส อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ รูปสมุทยํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ รูปนิโรธํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ วิญฺญาณสมุทยํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ วิญฺญาณนิโรธํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ อชานโต อปสฺสโต ยถาภูตํ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ
ดูกรท่าน ก็แต่ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิด อีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคลผู้รู้ผู้เห็นรูปตามความ เป็นจริง รู้เห็นเหตุเกิดแห่งรูปตามความเป็นจริง รู้เห็นความดับแห่งรูปตามความ เป็นจริง รู้เห็นปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่งรูปตามความเป็นจริง ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมไม่เกิด อีกก็ดี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีก็ดี สัตว์ เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมไม่เกิด มีแก่บุคคลผู้รู้ผู้เห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง รู้เห็น เหตุเกิดแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง รู้เห็นความ ดับแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง รู้เห็นปฏิปทา เครื่องให้ถึงความดับแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามความเป็นจริง ฯ จบสูตรที่ ๔
รูปญฺจ โข อาวุโส ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ รูปสมุทยํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ รูปนิโรธํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ น เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ วิญฺญาณสมุทยํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ วิญฺญาณนิโรธํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ ชานโต ปสฺสโต ยถาภูตํ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯ อยํ โข อาวุโส เหตุ อยํ ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ จตุตฺถํ ฯ