Scripture · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Scripture · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๓
เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโต พาราณสิยํ วิหรนฺติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯเปฯ สาเยว ปุจฺฉา ฯ โก นุ โข อาวุโส เหตุ โก ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี ฯลฯ ได้มีคำถามอย่างนั้นเหมือน กันว่า ดูกรท่าน อะไรเล่าเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ปัญหาข้อนั้น ฯ
รูเป โข อาวุโส อวิคตราคสฺส อวิคตจฺฉนฺทสฺส อวิคตเปมสฺส อวิคตปิปาสสฺส อวิคตปริฬาหสฺส อวิคตตณฺหสฺส โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ อวิคตราคสฺส อวิคตจฺฉนฺทสฺส อวิคตเปมสฺส อวิคตปิปาสสฺส อวิคตปริฬาหสฺส อวิคตตณฺหสฺส โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส โหติ ฯ
ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรท่าน ความเห็นว่า สัตว์เบื้อง หน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หา มิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคลผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความระหาย ความเร่าร้อน ความทะยานอยากในรูป ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคลผู้ ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความระหาย ความเร่าร้อน ความทะยานอยากในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณ ฯ
รูเป จ โข อาวุโส วิคตราคสฺส ฯเปฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ วิคตราคสฺส วิคตจฺฉนฺทสฺส วิคตเปมสฺส วิคตปิปาสสฺส วิคตปริฬาหสฺส วิคตตณฺหสฺส โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิสฺส น โหติ ฯ อยํ โข อาวุโส เหตุ อยํ ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ ปญฺจมํ ฯ
ดูกรท่าน ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก ก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หา มิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคลผู้ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความระหาย ความเร่าร้อน ความทะยานอยากในรูป ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคล ผู้ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรัก ความระหาย ความเร่าร้อน ความ ทะยานอยากในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณ ดูกรท่าน นี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น ฯ จบสูตรที่ ๕