This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

Other items in this volume

๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตร๒. อัชฌัตติกทุกขสูตร๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตร๔. พาหิรอนิจจสูตร๕. พาหิรทุกขสูตร๖. พาหิรอนัตตสูตร๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตร๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตร๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตร๑๐. พาหิรสูตร๑. สัมโพธสูตร ที่ ๑๒. สัมโพธสูตร ที่ ๒๓. อัสสาทสูตร ที่ ๑๔. อัสสาทสูตร ที่ ๒๕. โนอัสสาทสูตร ที่ ๑๖. โนอัสสาทสูตร ที่ ๒๗. อภินันทสูตร ที่ ๑๘. อภินันทสูตร ที่ ๒๙. อุปปาทสูตร ที่ ๑๑๐. อุปปาทสูตร ที่ ๒๑. สัพพสูตร๒. ปหานสูตร ที่ ๑๓. ปหานสูตร ที่ ๒๔. ปริชานสูตร ที่ ๑๕. ปริชานสูตร ที่ ๒๖. อาทิตตปริยายสูตร๗. อันธภูตสูตร๘. สารูปสูตร๙. สัปปายสูตร ที่ ๑๑๐. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. ชาติธรรมวรรค๕. อนิจจวรรค๑. อวิชชาสูตร๒. สังโยชนสูตร ที่ ๑๓. สังโยชนสูตร ที่ ๒๔. อาสวสูตร ที่ ๑๕. อาสวสูตร ที่ ๒๖. อนุสัยสูตร ที่ ๑๗. อนุสัยสูตร ที่ ๒๘. ปริญญาสูตร๙. ปริยาทานสูตร ที่ ๑๑๐. ปริยาทานสูตร ที่ ๒๑. มิคชาลสูตร ที่ ๑๒. มิคชาลสูตร ที่ ๒๓. สมิทธิสูตร ที่ ๑๔. สมิทธิสูตร ที่ ๒๕. สมิทธิสูตร ที่ ๓๖. สมิทธิสูตร ที่ ๔๗. อุปเสนสูตร๘. อุปวาณสูตร๙. ผัสสายตนสูตร ที่ ๑๑๐. ผัสสายตนสูตร ที่ ๒๑๑. ผัสสายตนสูตร ที่ ๓๑. คิลานสูตร ที่ ๑๒. คิลานสูตร ที่ ๒๓. ราธสูตร ที่ ๑๔. ราธสูตร ที่ ๒๕. ราธสูตร ที่ ๓๖. อวิชชาสูตร ที่ ๑๗. อวิชชาสูตร ที่ ๒๘. ภิกขุสูตร๙. โลกสูตร๑๐. ผัคคุณสูตร๑. ปโลกสูตร๒. สุญญสูตร๓. สังขิตสูตร๔. ฉันนสูตร๕. ปุณณสูตร๖. พาหิยสูตร๗. เอชสูตร ที่ ๑๘. เอชสูตร ที่ ๒๙. ทวยสูตร ที่ ๑๑๐. ทวยสูตร ที่ ๒๑. สังคัยหสูตร ที่ ๑๒. สังคัยหสูตร ที่ ๒๓. ปริหานสูตร๔. ปมาทวิหารีสูตร๕. สังวรสูตร๖. สมาธิสูตร๗. ปฏิสัลลีนสูตร๘. นตุมหากสูตร ที่ ๑๙. นตุมหากสูตร ที่ ๒๑๐. อุทกสูตร๑. โยคักเขมีสูตร๒. อุปาทายสูตร๓. ทุกขสูตร๔. โลกสูตร๕. เสยยสูตร๖. สังโยชนสูตร๗. อุปาทานสูตร๘. อปริชานสูตร ที่ ๑๙. อปริชานสูตร ที่ ๒๑๐. อุปัสสุติสูตร๑. มารปาสสูตร ที่ ๑๒. มารปาสสูตร ที่ ๒๓. โลกกามคุณสูตร ที่ ๑๔. โลกกามคุณสูตร ที่ ๒๕. สักกสูตร๖. ปัญจสิขสูตร๗. สารีปุตตสูตร๘. ราหุลสูตร๙. สังโยชนสูตร๑๐. อุปาทานสูตร๑. เวสาลีสูตร๒. วัชชีสูตร๓. นาฬันทสูตร๔. ภารทวาชสูตร๕. โสณสูตร๖. โฆสิตสูตร๗. หาลิททกานิสูตร๘. นกุลปิตุสูตร๙. โลหิจจสูตร๑๐. เวรหัญจานีสูตร๑. เทวทหสูตร๒. ขณสูตร๓. ปัคคัยหสูตร ที่ ๑๔. ปัคคัยหสูตร ที่ ๒๕. อัคคัยหสูตร ที่ ๑๖. อัคคัยหสูตร ที่ ๒๗. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๑๘. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๒๙. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๑๑๐. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๒๑. กรรมสูตร๒. สัปปายสูตร ที่ ๑๓. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. สัปปายสูตร ที่ ๓๕. สัปปายสูตร ที่ ๔๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร๗. ติตถิยสูตร๘. ปริยายสูตร๙. อินทรียสูตร๑๐. ธรรมกถิกสูตร๑. นันทิขยสูตร ที่ ๑๒. นันทิขยสูตร ที่ ๒๓. นันทิขยสูตร ที่ ๓๔. นันทิขยสูตร ที่ ๔๕. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๑๖. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๒๗. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๑๘. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒๙. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๓๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร๑. ฉันทสูตร ที่ ๑ ๒. ราคสูตร ที่ ๑ ๓. ฉันทราคสูตร ที่ ๑๔. ฉันทสูตร ที่ ๒ ๕. ราคสูตร ที่ ๒ ๖. ฉันทราคสูตร ที่ ๒๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓๑๐. ฉันทสูตร ที่ ๔ ๑๑. ราคสูตร ที่ ๔ ๑๒. ฉันทราคสูตร ที่ ๔๑๓. ฉันทสูตร ที่ ๕ ๑๔. ราคสูตร ที่ ๕ ๑๕. ฉันทราคสูตร ที่ ๕๑๖. ฉันทสูตร ที่ ๖ ๑๗. ราคสูตร ที่ ๖ ๑๘. ฉันทราคสูตร ที่ ๖๑๙. อตีตสูตร ที่ ๑๒๐. อนาคตสูตร ที่ ๑๒๑. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๑๒๒. อตีตสูตร ที่ ๒ ๒๓. อนาคตสูตร ที่ ๒ ๒๔. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๒๒๕. อตีตสูตร ที่ ๓ ๒๖. อนาคตสูตร ที่ ๓ ๒๗. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๓๒๘. อตีตสูตร ที่ ๔ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๔ ๓๐. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๔๓๑. อตีตสูตร ที่ ๕ ๓๒. อนาคตสูตร ที่ ๕ ๓๓. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๕๓๔. อตีตสูตร ที่ ๖ ๓๕. อนาคตสูตร ที่ ๖ ๓๖. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๖๓๗. อนิจจสูตร ที่ ๑๓๘. อนิจจสูตร ที่ ๒๓๙. อนิจจสูตร ที่ ๓๔๐. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๔๑. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๔๒. ทุกขสูตร ที่ ๓๔๓. อนัตตสูตร ที่ ๑ ๔๔. อนัตตสูตร ที่ ๒ ๔๕. อนัตตสูตร ที่ ๓๔๖. อนิจจสูตร ที่ ๔ ๔๗. อนิจจสูตร ที่ ๕ ๔๘. อนิจจสูตร ที่ ๖๔๙. ทุกขสูตร ที่ ๔ ๕๐. ทุกขสูตร ที่ ๕ ๕๑. ทุกขสูตร ที่ ๖๕๒. อนัตตสูตร ที่ ๔ ๕๓. อนัตตสูตร ที่ ๕ ๕๔. อนัตตสูตร ที่ ๖๕๕. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๑๕๖. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๒๕๗. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๓๕๘. พาหิรายตนสูตร ที่ ๑๕๙. พาหิรายตนสูตร ที่ ๒๖๐. พาหิรายตนสูตร ที่ ๓๑. สมุทรสูตร ที่ ๑๒. สมุทรสูตร ที่ ๒๓. พาลิสิกสูตร๔. ขีรรุกขสูตร๕. โกฏฐิกสูตร๖. กามภูสูตร๗. อุทายีสูตร๘. อาทิตตปริยายสูตร๙. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๑๑๐. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๒๑. อาสีวิสสูตร๒. รถสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑๕. ทารุขันธสูตร ที่ ๒๖. อวัสสุตสูตร๗. ทุกขธรรมสูตร๘. กึสุกสูตร๙. วีณาสูตร๑๐. ฉัปปาณสูตร๑๑. ยวกลาปิสูตร ๑๒. เทวาสุรสังคามสูตร๑. สมาธิสูตร๒. สุขสูตร๓. ปหานสูตร๔. ปาตาลสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. สัลลัตถสูตร๗. เคลัญญสูตร ที่ ๑๘. เคลัญญสูตร ที่ ๒๙. อนิจจสูตร๑๐. ผัสสมูลกสูตร๑. รโหคตสูตร๒. วาตสูตร ที่ ๑๓. วาตสูตร ที่ ๒๔. นิวาสสูตร๕. อานันทสูตร ที่ ๑๖. อานันทสูตร ที่ ๒๗. สัมพหุลสูตร ที่ ๑๘. สัมพหุลสูตร ที่ ๒๙. ปัญจกังคสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. สิวกสูตร๒. อัฏฐสตปริยายสูตร๓. ภิกขุสูตร๔. ปุพพสูตร๕. ญาณสูตร๖. ภิกขุสูตร๗. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๘. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๑๐. สุทธิกสูตร๑๑. นิรามิสสูตร๑. อมนาปสูตร๒. มนาปสูตร๓. อาเวณิกสูตร๔. มาตุคามสูตร๕. อนุรุทธสูตร๖. อุปนาหีสูตร๗. อิสสุกีสูตร๘. มัจฉรีสูตร๙. อติจารีสูตร๑๐. ทุสสีลสูตร๑๑. อัปปัสสุตสูตร๑๒. กุสีตสูตร๑๓. มุฏฐัสสติสูตร๑๔. ปัญจเวรสูตรอนุรุทธสูตรอนุปนาหีสูตรอนิสสุกีสูตรอมัจฉรีสูตรปัญจสีลสูตร๑. วิสารทสูตร๒. ปัสสัยหสูตร๓. อภิภุยยสูตร๔. อังคสูตร๕. นาสยิตถสูตร๖. เหตุสูตร๗. ฐานสูตร ๘. วิสารทสูตร๙. ปัญจเวรสูตร๑๐. วัฑฒิสูตรชัมพุขาทกสังยุตต์สามัณฑกสังยุตต์โมคคัลลานสังยุตต์๑. สังโยชนสูตร๒. อิสิทัตตสูตร ที่ ๑๓. อิสิทัตตสูตร ที่ ๒๔. มหกสูตร๕. กามภูสูตร ที่ ๑๖. กามภูสูตร ที่ ๒๗. โคทัตตสูตร๘. นิคัณฐสูตร๙. อเจลสูตร๑๐. คิลานสูตร๑. จัณฑสูตร๒. ตาลปุตตสูตร๓. โยธาชีวสูตร๔. หัตถาโรหสูตร๕. อัสสาโรหสูตร๖. ภูมกสูตร๗. เทศนาสูตร๘. อสังขาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. มณิจูฬกสูตร๑๑. คันธภกสูตร๑๒. ราสิยสูตร๑๓. ปาฏลิยสูตรวรรคที่ ๑วรรคที่ ๒๑. เขมาเถรีสูตร๒. อนุราธสูตร๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๑๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๓๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔๗. โมคคัลลานสูตร๘. วัจฉสูตร๙. กุตุหลสาลาสูตร๑๐. อานันทสูตร๑๑. สภิยสูตร

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

ชัมพุขาทกสังยุตต์

Text only · no interpretationข้อ ๔๙๗–๕๑๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค16 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

ชมฺพุขาทกสํยุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ชัมพุขาทกสังยุตต์

Item ๔๙๗Commentary

เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต มคเธสุ วิหรติ นาลคามเก ฯ อถ โข ชมฺพุขาทโก ปริพฺพาชโก เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชมฺพุขาทโก ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ นิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส นิพฺพานนฺติ ฯ {๔๙๗.๑} โย โข อาวุโส ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย อิทํ วุจฺจติ นิพฺพานนฺติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ บ้านนาลคาม ในแคว้นมคธ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่อว่าชัมพุขาทกะ เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า นิพพานๆ ดังนี้ นิพพานเป็นไฉนหนอ ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรผู้มีอายุ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่านิพพาน ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ นิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ นิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ตั้งสติชอบ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อกระทำนิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำนิพพาน ให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๔๙๘

อรหตฺตํ อรหตฺตนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส อรหตฺตนฺติ ฯ โย โข อาวุโส ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย อิทํ วุจฺจติ อรหตฺตนฺติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อรหัตๆ ดังนี้ อรหัตเป็นไฉน ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ธรรมเป็นที่สิ้นราคะ ธรรมเป็นที่สิ้นโทสะ ธรรม เป็นที่สิ้นโมหะ นี้เรียกว่าอรหัต ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ อรหัตนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ อรหัตนั้นให้แจ้ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกระทำอรหัตนั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำอรหัตนั้น ให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๔๙๙

เก นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต โลเก ธมฺมวาทิโน เก โลเก สุปฏิปนฺนา เก โลเก สุคตาติ ฯ เย โข อาวุโส ราคปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสนฺติ โทสปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสนฺติ โมหปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสนฺติ เต โลเก ธมฺมวาทิโน ฯ เย โข อาวุโส ราคสฺส ปหานาย ปฏิปนฺนา โทสสฺส ปหานาย ปฏิปนฺนา โมหสฺส ปหานาย ปฏิปนฺนา เต โลเก สุปฏิปนฺนา ฯ เยสํ โข อาวุโส ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม โทโส ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม โมโห ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม เต โลเก สุคตาติ ฯ {๔๙๙.๑} อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานาย อลญฺจ ปน อาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ใครหนอเป็นธรรมวาทีในโลก ใครเป็นผู้ ปฏิบัติดีในโลก ใครเป็นผู้ไปดีแล้วในโลก ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ท่านผู้ใดแสดงธรรมเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ ท่านผู้นั้นเป็นธรรมวาทีในโลก อนึ่ง ท่านผู้ใดปฏิบัติเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ ท่านผู้นั้นเป็นผู้ปฏิบัติดีในโลก ราคะ โทสะ โมหะ อันท่านผู้ใดละแล้ว ถอน รากเสียแล้วทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน กระทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็น ธรรมดา ท่านผู้นั้นเป็นผู้ไปดีแล้วในโลก ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น ฯ สา. อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่น- *ชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๐

กิมตฺถิยํ อาวุโส สารีปุตฺต สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ ทุกฺขสฺส โข อาวุโส ปริญฺญตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ท่านอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณะ โคดม เพื่อประโยชน์อะไร ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อ กำหนดรู้ทุกข์ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนด รู้ทุกข์นั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนดรู้ ทุกข์นั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้ทุกข์นั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้ทุกข์นั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๑

อสฺสาสปตฺโต อสฺสาสปตฺโตติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต อสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ ยโต โข อาวุโส ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ เอตฺตาวตา โข อาวุโส อสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ถึงความโล่งใจๆ ดังนี้ ด้วยเหตุ เพียงเท่าไรหนอแล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เมื่อไรภิกษุย่อมรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริง ด้วยเหตุเพียง เท่านี้แล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ ความโล่งใจนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ ความโล่งใจนั้นให้แจ้ง ฯ สา. อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่น ชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกระทำความโล่งใจนั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำความโล่งใจ นั้นให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๒

ปรมสฺสาสปตฺโต ปรมสฺสาสปตฺโตติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส ปรมสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ ยโต โข อาวุโส ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ เอตฺตาวตา โข อาวุโส ปรมสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปน อาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ถึงความโล่งใจอย่างยิ่งๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจอย่างยิ่ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เมื่อไรภิกษุรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริงแล้ว เป็นผู้หลุดพ้น เพราะไม่ถือมั่น ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจอย่างยิ่ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ ความโล่งใจอย่างยิ่งนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ ความโล่งใจอย่างยิ่งนั้นให้แจ้ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกระทำความโล่งใจอย่างยิ่ง นั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำความโล่งใจ อย่างยิ่งนั้นให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๓

เวทนา เวทนาติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส เวทนาติ ฯ ติสฺโส อิมา อาวุโส เวทนา ฯ กตมา ติสฺโส สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ อิมา โข อาวุโส ติสฺโส เวทนาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า เวทนาๆ ดังนี้ เวทนา เป็นไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เวทนา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา เวทนา ๓ อย่าง นี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนด รู้เวทนา ๓ อย่างนั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนด รู้เวทนา ๓ อย่างนั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้เวทนา ๓ อย่างนั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้เวทนา ๓ อย่างนั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๔

อาสโว อาสโวติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตโม นุ โข อาวุโส อาสโวติ ฯ ตโยเม อาวุโส อาสวา กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว อิเม โข อาวุโส ตโย อาสวาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ อาสวานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อาสวะๆ ดังนี้ อาสวะเป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อาสวะ ๓ อย่างนี้ คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชา- *สวะ อาสวะ ๓ อย่างนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละอาสวะ เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละอาสวะ เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละอาสวะเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละอาสวะเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๕

อวิชฺชา อวิชฺชาติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส อวิชฺชาติ ฯ ยํ โข อาวุโส ทุกฺเข อญฺญาณํ ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณํ อยํ วุจฺจตาวุโส อวิชฺชาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อวิชชาๆ ดังนี้ อวิชชาเป็น ไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ความไม่รู้ในทุกข์ ในเหตุเกิดแห่งทุกข์ ในความ ดับทุกข์ ในปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับทุกข์ นี้เรียกว่าอวิชชา ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละอวิชชา เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละอวิชชา เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละอวิชชาเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละอวิชชา เหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๖

ตณฺหา ตณฺหาติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส ตณฺหาติ ฯ ติสฺโส อิมา อาวุโส ตณฺหา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา ฯ อิมา โข อาวุโส ติสฺโส ตณฺหาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ตัณหาๆ ดังนี้ ตัณหาเป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ตัณหา ๓ ประการนี้ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตัณหา ๓ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละตัณหา เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละตัณหา เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละตัณหาเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละตัณหาเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๗

โอโฆ โอโฆติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตโม นุ โข อาวุโส โอโฆติ ฯ จตฺตาโรเม อาวุโส โอฆา กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆ ฯ อิเม โข อาวุโส จตฺตาโร โอฆาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ โอฆานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า โอฆะๆ ดังนี้ โอฆะเป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ โอฆะ ๔ ประการนี้ คือ กาโมฆะ ภโวฆะ ทิฏโฐฆะ อวิชโชฆะ โอฆะ ๔ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละโอฆะ เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละโอฆะ เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละโอฆะเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละโอฆะเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๘

อุปาทานํ อุปาทานนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส อุปาทานนฺติ ฯ จตฺตารีมานิ อาวุโส อุปาทานานิ กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ ฯ อิมานิ โข อาวุโส จตฺตาริ อุปาทานานีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อุปาทานๆ ดังนี้ อุปาทานเป็น ไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อุปาทาน ๔ ประการนี้ คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน อุปาทาน ๔ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละอุปาทาน เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละ อุปาทานเหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละอุปาทานเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละอุปาทานเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๐๙

ภโว ภโวติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตโม นุ โข อาวุโส ภโวติ ฯ ตโยเม อาวุโส ภวา กามภโว รูปภโว อรูปภโว ฯ อิเม โข อาวุโส ตโย ภวาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ภพๆ ดังนี้ ภพเป็นไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ภพ ๓ เหล่านี้ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพ ๓ เหล่านี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนด รู้ภพเหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนด รู้ภพเหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้ภพเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้ภพเหล่า นั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๑๐

ทุกฺขํ ทุกฺขนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส ทุกฺขนฺติ ฯ ติสฺโส อิมา อาวุโส ทุกฺขตา ทุกฺขทุกฺขตา สงฺขารทุกฺขตา วิปริณามทุกฺขตา ฯ อิมา โข อาวุโส ติสฺโส ทุกฺขตาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ทุกข์ๆ ดังนี้ ทุกข์เป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ สภาพทุกข์ ๓ ประการนี้ คือ สภาพทุกข์คือทุกข์ สภาพทุกข์คือสังขาร สภาพทุกข์คือความแปรปรวน สภาพทุกข์ ๓ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนดรู้ สภาพทุกข์เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนดรู้ สภาพทุกข์เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้สภาพทุกข์เหล่า นั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้สภาพ ทุกข์เหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๑๑

สกฺกาโย สกฺกาโยติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส สกฺกาโยติ ฯ ปญฺจิเม อาวุโส อุปาทานกฺขนฺธา สกฺกาโย วุตฺตา ภควตา ฯ เสยฺยถีทํ ฯ รูปูปาทานกฺขนฺโธ เวทนูปาทานกฺขนฺโธ สญฺญูปาทานกฺขนฺโธ สงฺขารูปาทานกฺขนฺโธ วิญฺญาณูปาทานกฺขนฺโธ อิเม โข อาวุโส ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา สกฺกาโย วุตฺตา ภควตาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ

ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า สักกายะๆ ดังนี้ สักกายะเป็น ไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ คือ อุปาทานขันธ์คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้แล พระผู้มีพระภาค ตรัสว่าสักกายะ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนดรู้ สักกายะนั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนดรู้ สักกายะนั้น ฯ สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้สักกายะนั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้สักกายะ นั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ

Item ๕๑๒

กึ นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺกรนฺติ ฯ ปพฺพชฺชา โข อาวุโส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺกราติ ฯ ปพฺพชิเตน ปนาวุโส กึ ทุกฺกรนฺติ ฯ ปพฺพชิเตน โข อาวุโส อภิรติ ทุกฺกราติ ฯ อภิรเตน ปนาวุโส กึ ทุกฺกรนฺติ ฯ อภิรเตน โข อาวุโส ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ ทุกฺกราติ ฯ กีวจิรํ ปนาวุโส ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน ภิกฺขุ อรหํ อสฺสาติ ฯ น จิรํ อาวุโสติ ฯ ชมฺพุขาทกสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจ ธมฺมวาที กิมตฺถิยํ อสฺสาโส ปรมสฺสาโส เวทนา อาสวาวิชฺชา ตณฺหา โอฆา อุปาทานํ ภโว ทุกฺขญฺจ สกฺกาโย อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺกรนฺติ ฯ ---------------

ดูกรท่านสารีบุตร อะไรหนอ เป็นการยากที่จะกระทำได้ใน ธรรมวินัยนี้ ฯ สา. บรรพชา ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็สิ่งอะไรอันบุคคลผู้บวชแล้ว กระทำได้โดย ยาก ฯ สา. ความยินดียิ่ง ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็สิ่งอะไร อันภิกษุผู้ยินดียิ่งแล้วกระทำได้โดย ยาก ฯ สา. การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้มีอายุ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมแล้ว จะพึงเป็น พระอรหันต์ได้นานเพียงไร ฯ สา. ไม่นานนัก ผู้มีอายุ ฯ จบชัมพุขาทกสังยุตต์ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นิพพานสูตร ๒. อรหัตตสูตร ๓. ธรรมวาทีสูตร ๔. กิมัตถิย- *สูตร ๕. อัสสาสสูตร ๖. ปรมัสสาสสูตร ๗. เวทนาสูตร ๘. อาสวสูตร ๙. อวิชชาสูตร ๑๐. ตัณหาสูตร ๑๑. โอฆสูตร ๑๒. อุปาทานสูตร ๑๓. ภวสูตร ๑๔. ทุกขสูตร ๑๕. สักกายสูตร ๑๖. ทุกกรสูตร ฯ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย