ชัมพุขาทกสังยุตต์
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ชัมพุขาทกสังยุตต์
ชมฺพุขาทกสํยุตฺตํ
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ บ้านนาลคาม ในแคว้นมคธ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่อว่าชัมพุขาทกะ เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า นิพพานๆ ดังนี้ นิพพานเป็นไฉนหนอ ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรผู้มีอายุ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่านิพพาน ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ นิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ นิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ตั้งสติชอบ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อกระทำนิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำนิพพาน ให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต มคเธสุ วิหรติ นาลคามเก ฯ อถ โข ชมฺพุขาทโก ปริพฺพาชโก เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชมฺพุขาทโก ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ นิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส นิพฺพานนฺติ ฯ {๔๙๗.๑} โย โข อาวุโส ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย อิทํ วุจฺจติ นิพฺพานนฺติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อรหัตๆ ดังนี้ อรหัตเป็นไฉน ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ธรรมเป็นที่สิ้นราคะ ธรรมเป็นที่สิ้นโทสะ ธรรม เป็นที่สิ้นโมหะ นี้เรียกว่าอรหัต ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ อรหัตนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ อรหัตนั้นให้แจ้ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกระทำอรหัตนั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำอรหัตนั้น ให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
อรหตฺตํ อรหตฺตนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส อรหตฺตนฺติ ฯ โย โข อาวุโส ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย อิทํ วุจฺจติ อรหตฺตนฺติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส อรหตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ใครหนอเป็นธรรมวาทีในโลก ใครเป็นผู้ ปฏิบัติดีในโลก ใครเป็นผู้ไปดีแล้วในโลก ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ท่านผู้ใดแสดงธรรมเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ ท่านผู้นั้นเป็นธรรมวาทีในโลก อนึ่ง ท่านผู้ใดปฏิบัติเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ ท่านผู้นั้นเป็นผู้ปฏิบัติดีในโลก ราคะ โทสะ โมหะ อันท่านผู้ใดละแล้ว ถอน รากเสียแล้วทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน กระทำไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็น ธรรมดา ท่านผู้นั้นเป็นผู้ไปดีแล้วในโลก ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น ฯ สา. อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่น- *ชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละราคะ โทสะ โมหะนั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
เก นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต โลเก ธมฺมวาทิโน เก โลเก สุปฏิปนฺนา เก โลเก สุคตาติ ฯ เย โข อาวุโส ราคปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสนฺติ โทสปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสนฺติ โมหปฺปหานาย ธมฺมํ เทเสนฺติ เต โลเก ธมฺมวาทิโน ฯ เย โข อาวุโส ราคสฺส ปหานาย ปฏิปนฺนา โทสสฺส ปหานาย ปฏิปนฺนา โมหสฺส ปหานาย ปฏิปนฺนา เต โลเก สุปฏิปนฺนา ฯ เยสํ โข อาวุโส ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม โทโส ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม โมโห ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม เต โลเก สุคตาติ ฯ {๔๙๙.๑} อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส ปหานาย อลญฺจ ปน อาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ท่านอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณะ โคดม เพื่อประโยชน์อะไร ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อ กำหนดรู้ทุกข์ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนด รู้ทุกข์นั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนดรู้ ทุกข์นั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้ทุกข์นั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้ทุกข์นั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
กิมตฺถิยํ อาวุโส สารีปุตฺต สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ ทุกฺขสฺส โข อาวุโส ปริญฺญตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ถึงความโล่งใจๆ ดังนี้ ด้วยเหตุ เพียงเท่าไรหนอแล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เมื่อไรภิกษุย่อมรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริง ด้วยเหตุเพียง เท่านี้แล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ ความโล่งใจนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ ความโล่งใจนั้นให้แจ้ง ฯ สา. อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่น ชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกระทำความโล่งใจนั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำความโล่งใจ นั้นให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
อสฺสาสปตฺโต อสฺสาสปตฺโตติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต อสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ ยโต โข อาวุโส ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ เอตฺตาวตา โข อาวุโส อสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส อสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ถึงความโล่งใจอย่างยิ่งๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจอย่างยิ่ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เมื่อไรภิกษุรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริงแล้ว เป็นผู้หลุดพ้น เพราะไม่ถือมั่น ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล จึงจะชื่อว่าถึงความโล่งใจอย่างยิ่ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำ ความโล่งใจอย่างยิ่งนั้นให้แจ้ง ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำ ความโล่งใจอย่างยิ่งนั้นให้แจ้ง ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกระทำความโล่งใจอย่างยิ่ง นั้นให้แจ้ง ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกระทำความโล่งใจ อย่างยิ่งนั้นให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
ปรมสฺสาสปตฺโต ปรมสฺสาสปตฺโตติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส ปรมสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ ยโต โข อาวุโส ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ เอตฺตาวตา โข อาวุโส ปรมสฺสาสปตฺโต โหตีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ กตโม ปน อาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส ปรมสฺสาสสฺส สจฺฉิกิริยาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า เวทนาๆ ดังนี้ เวทนา เป็นไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ เวทนา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา เวทนา ๓ อย่าง นี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนด รู้เวทนา ๓ อย่างนั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนด รู้เวทนา ๓ อย่างนั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้เวทนา ๓ อย่างนั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้เวทนา ๓ อย่างนั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
เวทนา เวทนาติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส เวทนาติ ฯ ติสฺโส อิมา อาวุโส เวทนา ฯ กตมา ติสฺโส สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ อิมา โข อาวุโส ติสฺโส เวทนาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อาสวะๆ ดังนี้ อาสวะเป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อาสวะ ๓ อย่างนี้ คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชา- *สวะ อาสวะ ๓ อย่างนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละอาสวะ เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละอาสวะ เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละอาสวะเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละอาสวะเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
อาสโว อาสโวติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตโม นุ โข อาวุโส อาสโวติ ฯ ตโยเม อาวุโส อาสวา กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว อิเม โข อาวุโส ตโย อาสวาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ อาสวานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ อาสวานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อวิชชาๆ ดังนี้ อวิชชาเป็น ไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ความไม่รู้ในทุกข์ ในเหตุเกิดแห่งทุกข์ ในความ ดับทุกข์ ในปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับทุกข์ นี้เรียกว่าอวิชชา ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละอวิชชา เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละอวิชชา เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละอวิชชาเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละอวิชชา เหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
อวิชฺชา อวิชฺชาติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส อวิชฺชาติ ฯ ยํ โข อาวุโส ทุกฺเข อญฺญาณํ ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณํ อยํ วุจฺจตาวุโส อวิชฺชาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานายาติ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอติสฺสา อวิชฺชาย ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ตัณหาๆ ดังนี้ ตัณหาเป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ตัณหา ๓ ประการนี้ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตัณหา ๓ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละตัณหา เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละตัณหา เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละตัณหาเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละตัณหาเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
ตณฺหา ตณฺหาติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส ตณฺหาติ ฯ ติสฺโส อิมา อาวุโส ตณฺหา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา ฯ อิมา โข อาวุโส ติสฺโส ตณฺหาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตาสํ ตณฺหานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า โอฆะๆ ดังนี้ โอฆะเป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ โอฆะ ๔ ประการนี้ คือ กาโมฆะ ภโวฆะ ทิฏโฐฆะ อวิชโชฆะ โอฆะ ๔ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละโอฆะ เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละโอฆะ เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละโอฆะเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละโอฆะเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
โอโฆ โอโฆติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตโม นุ โข อาวุโส โอโฆติ ฯ จตฺตาโรเม อาวุโส โอฆา กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆ ฯ อิเม โข อาวุโส จตฺตาโร โอฆาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ โอฆานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ โอฆานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า อุปาทานๆ ดังนี้ อุปาทานเป็น ไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อุปาทาน ๔ ประการนี้ คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน อุปาทาน ๔ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อละอุปาทาน เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อละ อุปาทานเหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อละอุปาทานเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อละอุปาทานเหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
อุปาทานํ อุปาทานนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส อุปาทานนฺติ ฯ จตฺตารีมานิ อาวุโส อุปาทานานิ กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ ฯ อิมานิ โข อาวุโส จตฺตาริ อุปาทานานีติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ อุปาทานานํ ปหานาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ภพๆ ดังนี้ ภพเป็นไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ ภพ ๓ เหล่านี้ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพ ๓ เหล่านี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนด รู้ภพเหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนด รู้ภพเหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้ภพเหล่านั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้ภพเหล่า นั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
ภโว ภโวติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตโม นุ โข อาวุโส ภโวติ ฯ ตโยเม อาวุโส ภวา กามภโว รูปภโว อรูปภโว ฯ อิเม โข อาวุโส ตโย ภวาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอเตสํ ภวานํ ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า ทุกข์ๆ ดังนี้ ทุกข์เป็นไฉน หนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ สภาพทุกข์ ๓ ประการนี้ คือ สภาพทุกข์คือทุกข์ สภาพทุกข์คือสังขาร สภาพทุกข์คือความแปรปรวน สภาพทุกข์ ๓ ประการนี้แล ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนดรู้ สภาพทุกข์เหล่านั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนดรู้ สภาพทุกข์เหล่านั้น ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้สภาพทุกข์เหล่า นั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้สภาพ ทุกข์เหล่านั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
ทุกฺขํ ทุกฺขนฺติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมํ นุ โข อาวุโส ทุกฺขนฺติ ฯ ติสฺโส อิมา อาวุโส ทุกฺขตา ทุกฺขทุกฺขตา สงฺขารทุกฺขตา วิปริณามทุกฺขตา ฯ อิมา โข อาวุโส ติสฺโส ทุกฺขตาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตาสํ ทุกฺขตานํ ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า สักกายะๆ ดังนี้ สักกายะเป็น ไฉนหนอ ฯ สา. ดูกรผู้มีอายุ อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ คือ อุปาทานขันธ์คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้แล พระผู้มีพระภาค ตรัสว่าสักกายะ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกำหนดรู้ สักกายะนั้น ฯ สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกำหนดรู้ สักกายะนั้น ฯ สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจมั่นชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทา เพื่อกำหนดรู้สักกายะนั้น ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปทาดีนัก เพื่อกำหนดรู้สักกายะ นั้น และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯ
สกฺกาโย สกฺกาโยติ อาวุโส สารีปุตฺต วุจฺจติ กตมา นุ โข อาวุโส สกฺกาโยติ ฯ ปญฺจิเม อาวุโส อุปาทานกฺขนฺธา สกฺกาโย วุตฺตา ภควตา ฯ เสยฺยถีทํ ฯ รูปูปาทานกฺขนฺโธ เวทนูปาทานกฺขนฺโธ สญฺญูปาทานกฺขนฺโธ สงฺขารูปาทานกฺขนฺโธ วิญฺญาณูปาทานกฺขนฺโธ อิเม โข อาวุโส ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา สกฺกาโย วุตฺตา ภควตาติ ฯ อตฺถิ ปนาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อตฺถิ โข อาวุโส มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ กตโม ปนาวุโส มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ อยเมว โข อาวุโส อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญาย ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ โข อาวุโส มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญายาติ ฯ ภทฺทโก อาวุโส มคฺโค ภทฺทิกา ปฏิปทา เอตสฺส สกฺกายสฺส ปริญฺญาย อลญฺจ ปนาวุโส สารีปุตฺต อปฺปมาทายาติ ฯ
ดูกรท่านสารีบุตร อะไรหนอ เป็นการยากที่จะกระทำได้ใน ธรรมวินัยนี้ ฯ สา. บรรพชา ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็สิ่งอะไรอันบุคคลผู้บวชแล้ว กระทำได้โดย ยาก ฯ สา. ความยินดียิ่ง ผู้มีอายุ ฯ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็สิ่งอะไร อันภิกษุผู้ยินดียิ่งแล้วกระทำได้โดย ยาก ฯ สา. การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้มีอายุ ช. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมแล้ว จะพึงเป็น พระอรหันต์ได้นานเพียงไร ฯ สา. ไม่นานนัก ผู้มีอายุ ฯ จบชัมพุขาทกสังยุตต์ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นิพพานสูตร ๒. อรหัตตสูตร ๓. ธรรมวาทีสูตร ๔. กิมัตถิย- *สูตร ๕. อัสสาสสูตร ๖. ปรมัสสาสสูตร ๗. เวทนาสูตร ๘. อาสวสูตร ๙. อวิชชาสูตร ๑๐. ตัณหาสูตร ๑๑. โอฆสูตร ๑๒. อุปาทานสูตร ๑๓. ภวสูตร ๑๔. ทุกขสูตร ๑๕. สักกายสูตร ๑๖. ทุกกรสูตร ฯ -----------------------------------------------------
กึ นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺกรนฺติ ฯ ปพฺพชฺชา โข อาวุโส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺกราติ ฯ ปพฺพชิเตน ปนาวุโส กึ ทุกฺกรนฺติ ฯ ปพฺพชิเตน โข อาวุโส อภิรติ ทุกฺกราติ ฯ อภิรเตน ปนาวุโส กึ ทุกฺกรนฺติ ฯ อภิรเตน โข อาวุโส ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ ทุกฺกราติ ฯ กีวจิรํ ปนาวุโส ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน ภิกฺขุ อรหํ อสฺสาติ ฯ น จิรํ อาวุโสติ ฯ ชมฺพุขาทกสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจ ธมฺมวาที กิมตฺถิยํ อสฺสาโส ปรมสฺสาโส เวทนา อาสวาวิชฺชา ตณฺหา โอฆา อุปาทานํ ภโว ทุกฺขญฺจ สกฺกาโย อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺกรนฺติ ฯ ---------------