This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๓. ปริหานธัมมสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation1 items1 editions

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๕. ฉฬวรรค ๓. ปริหานธัมมสูตร ๓. ปริหานธัมมสูตร ว่าด้วยปริหานธรรม

๙๖

“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงปริหานธรรม อปริหานธรรม และ อภิภายตนะ ๖ ประการแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ปริหานธรรม เป็นอย่างไร คือ ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมเกิดขึ้น แก่ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะเห็นรูปทางตา ถ้าภิกษุให้กิเลสนั้นอาศัยอยู่ ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้หมดสิ้นไป ไม่ให้ถึงความไม่มีอีก ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘เรา กำลังเสื่อมจากกุศลธรรม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นความเสื่อม’ ฯลฯ อีกประการหนึ่ง ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุ เพราะลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ อีกประการหนึ่ง ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุ เพราะรู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจ ถ้าภิกษุให้กิเลสนั้นอาศัยอยู่ ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้หมดสิ้นไป ไม่ให้ถึงความไม่มีอีก ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘เรากำลังเสื่อมจากกุศลธรรม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นความเสื่อม’ ปริหานธรรมเป็นอย่างนี้แล อปริหานธรรม เป็นอย่างไร คือ ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมเกิดขึ้น แก่ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะเห็นรูปทางตา ถ้าภิกษุไม่ให้กิเลสนั้นอาศัยอยู่ ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีก ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘เราไม่เสื่อม จากกุศลธรรม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นความไม่เสื่อม’ ฯลฯ อีกประการหนึ่ง ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุ เพราะลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ อีกประการหนึ่ง ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุ เพราะรู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจ ถ้าภิกษุไม่ให้กิเลสนั้น อาศัยอยู่ ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีก ข้อนั้นภิกษุ พึงทราบว่า ‘เราไม่ เสื่อมจากกุศลธรรม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นความไม่เสื่อม’ อปริหานธรรมเป็นอย่างนี้แล @เชิงอรรถ : @ ปริหานธรรม หมายถึงธรรมที่มีความเสื่อมไปเป็นสภาพ (สํ.สฬา.อ. ๓/๙๖/๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๐๖} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๕. ฉฬวรรค ๔. ปมาทวิหารีสูตร อภิภายตนะ ๖ ประการ เป็นอย่างไร คือ ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ย่อมไม่เกิดขึ้น แก่ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะเห็นรูปทางตา ภิกษุทั้งหลาย ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘อายตนะนี้เราครอบงำได้แล้ว นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอภิภายตนะ’ ฯลฯ อีกประการหนึ่ง ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ภิกษุ เพราะรู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจ ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘อายตนะนี้เราครอบงำได้แล้ว นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอภิภายตนะ’ ภิกษุทั้งหลาย อายตนะเหล่านี้ เราเรียกว่า อภิภายตนะ ๖ ประการ” ปริหานธัมมสูตรที่ ๓ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้