วิหารสูตร ที่ ๒
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค วิหารสูตรที่ ๒ ว่าด้วยปัจจัยแห่งเวทนา
สาวัตถีนิทาน. พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า เราปรารถนาจะหลีกเร้น อยู่ตลอด ๓ เดือน ใครๆ ไม่พึงเข้าไปหาเรา นอกจากภิกษุผู้นำบิณฑบาตไปให้รูปเดียว ภิกษุ ทั้งหลายรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้วใน ๓ เดือนนี้ ไม่มีใครเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค นอกจากภิกษุผู้นำบิณฑบาตไปถวายรูปเดียว.
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อิจฺฉามหํ ภิกฺขเว เตมาสํ ปฏิสลฺลียิตุํ นมฺหิ เกนจิ อุปสงฺกมิตพฺโพ อญฺญตฺร เอเกน ปิณฺฑปาตนีหารเกนาติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา ฯ นาสฺสุธ โกจิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมติ อญฺญตฺร เอเกน ปิณฺฑปาตนีหารเกน ฯ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงออกจากที่หลีกเร้นโดยล่วงไป ๓ เดือนนั้นแล้ว ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราแรกตรัสรู้ ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรม อันใด เราอยู่แล้วโดยส่วนแห่งวิหารธรรมอันนั้น เรารู้ชัดอย่างนี้ว่า เวทนาย่อมมีเพราะความเห็น ผิดเป็นปัจจัยบ้าง เพราะความเห็นผิดสงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะความเห็นชอบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะความเห็นชอบสงบเป็นปัจจัยบ้าง ฯลฯ เพราะความตั้งใจมั่นผิดเป็นปัจจัยบ้าง เพราะความ ตั้งใจมั่นผิดสงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะความตั้งใจมั่นชอบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะความตั้งใจมั่นชอบสงบเป็น ปัจจัยบ้าง เพราะฉันทะเป็นปัจจัยบ้าง เพราะฉันทะสงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะวิตกเป็นปัจจัยบ้าง เพราะวิตกสงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะสัญญาเป็นปัจจัยบ้าง เพราะสัญญาสงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะ ฉันทวิตกและสัญญายังไม่สงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะฉันทวิตกและสัญญาสงบเป็นปัจจัยบ้าง เพราะ มีความพยายามเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง และเมื่อถึงฐานะนั้นแล้วเป็นปัจจัยบ้าง. จบ สูตรที่ ๒
อถ โข ภควา ตสฺส เตมาสสฺส อจฺจเยน ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ เยน สฺวาหํ ภิกฺขเว วิหาเรน ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ วิหรามิ ตสฺส ปเทเสน วิหาสึ โส เอวํ ปชานามิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปจฺจยาปิ เวทยิตํ มิจฺฉาทิฏฺฐิวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ สมฺมาทิฏฺฐิปจฺจยาปิ เวทยิตํ สมฺมาทิฏฺฐิวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิ- ปจฺจยาปิ เวทยิตํ มิจฺฉาสมาธิวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ สมฺมาสมาธิปจฺจยาปิ เวทยิตํ สมฺมาสมาธิวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ ฉนฺทปจฺจยาปิ เวทยิตํ ฉนฺทวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ วิตกฺกปจฺจยาปิ เวทยิตํ วิตกฺกวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ สญฺญาปจฺจยาปิ เวทยิตํ สญฺญาวูปสมปจฺจยาปิ เวทยิตํ ฉนฺโท จ อวูปสนฺโต โหติ วิตกฺกา จ อวูปสนฺตา โหนฺติ สญฺญา จ อวูปสนฺตา โหติ ตปฺปจฺจยาปิ เวทยิตํ ฉนฺโท จ วูปสนฺโต โหติ วิตกฺกา จ วูปสนฺตา โหนฺติ สญฺญา จ วูปสนฺตา โหติ ตปฺปจฺจยาปิ เวทยิตํ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อตฺถิ วายามํ ตสฺมึปิ ฐาเน อนุปฺปตฺเต ตปฺปจฺจยาปิ เวทยิตนฺติ ฯ