สกุณัคฆีสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สกุณัคฆีสูตร ว่าด้วยอารมณ์โคจร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีแล้ว เหยี่ยวโฉบลงจับนกมูลไถ โดยรวดเร็ว ครั้งนั้น นกมูลไถกำลังถูกเหยี่ยวนำไป ได้รำพันอย่างนี้ว่า เราเป็นคนอับโชค มีบุญน้อย ที่ เที่ยวไปในถิ่นของผู้อื่น อันมิใช่ถิ่นหากิน ถ้าวันนี้เราไปเที่ยวในถิ่นอันเป็นของบิดาตน ซึ่งควร เที่ยวไปไซร้ เหยี่ยวตัวนี้เราอาจต่อสู้ได้. เหยี่ยวจึงถามว่า แน่ะนกมูลไถ ก็ถิ่นซึ่งเป็นของบิดาตน อันเป็นที่หากินของเจ้าเป็น เช่นไร? นกมูลไถตอบว่า คือ ที่ๆ มีก้อนดิน ซึ่งเขาทำการไถไว้. ครั้งนั้น เหยี่ยวหยิ่งในกำลังของตน อวดอ้างกำลังของตน ปล่อยนกมูลไถไป พร้อม ด้วยบอกว่า เจ้าจงไปเถิดนกมูลไถ เจ้าจะไปแม้ในที่นั้นก็ไม่พ้นเราได้ นกมูลไถจึงไปยังที่ๆ มี ก้อนดินซึ่งเขาทำการไถไว้ ขึ้นสู่ก้อนดินก้อนใหญ่ ยืนท้าเหยี่ยวอยู่ว่า แน่ะเหยี่ยว บัดนี้ท่าน จงมาจับเราเถิด ครั้งนั้น เหยี่ยวหยิ่งในกำลังของตน อวดอ้างในกำลังของตน จึงห่อปีกทั้ง ๒ โฉบนกมูลไถโดยรวดเร็ว ครั้งใด นกมูลไถรู้ว่าเหยี่ยวนี้โฉบลงมาเร็วจะจับเรา ครั้งนั้น ก็หลบ เข้าซอกดินนั้นเอง เหยี่ยวยังอกให้กระแทกดิน (ตาย) ในที่นั้นเอง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนก มูลไถเที่ยวไปในถิ่นอื่น อันมิใช่ถิ่นหากิน ย่อมเป็นเช่นนี้แล.
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกุณคฺฆี ลาปํ สกุณํ สหสา อชฺฌปฺปตฺตา อคฺคเหสิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว ลาโป สกุโณ สกุณคฺฆิยา หริยมาโน เอวํ ปริเทเวสิ มยเมวมฺห อลกฺขิกา มยํ อปฺปปุญฺญา เย มยํ อโคจเร จริมฺห ปรวิสเย ฯ สจชฺช มยํ โคจเร จเรยฺยาม สเก เปตฺติเก วิสเย น มฺยายํ สกุณคฺฆี อลํ อภวิสฺส ยทิทํ ยุทฺธายาติ ฯ โก ปน เต ลาป โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ ฯ ยทิทํ นงฺคลกฏฺฐกรณํ เลฑฺฑุฏฺฐานนฺติ ฯ {๖๙๘.๑} อถ โข ภิกฺขเว สกุณคฺฆี สเก พเล อปตฺถทฺธา สเก พเล อวาทมานา ลาปํ สกุณํ ปมุญฺจิ คจฺฉ โข ตฺวํ ลาป ตตฺรปิ เม คนฺตฺวา น โมกฺขสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว ลาโป สกุโณ นงฺคลกฏฺฐกรณํ เลฑฺฑุฏฺฐานํ คนฺตฺวา มหนฺตํ เลฑฺฑุํ อภิรูหิตฺวา สกุณคฺฆึ วทมาโน อฏฺฐาสิ เอหิ โขทานิ เม สกุณคฺฆิ เอหิ โขทานิ เม สกุณคฺฆีติ ฯ อถ โข สา ภิกฺขเว สกุณคฺฆี สเก พเล อปตฺถทฺธา สเก พเล อวาทมานา อุโภ ปกฺเข สนฺธาย ลาปํ สกุณํ สหสา อชฺฌปฺปตฺตา ฯ ยทา โข ภิกฺขเว อญฺญาสิ ลาโป สกุโณ พหุ อาคตา โข มฺยายํ สกุณคฺฆีติ อถสฺเสว เลฑฺฑุสฺส อนฺตรํ ปจฺจุปาทิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกุณคฺฆี ตตฺเถว อุรํ ปจฺจตาเฬสิ ฯ เอวเญฺหตํ ภิกฺขเว โหติ โย อโคจเร จรติ ปรวิสเย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายอย่าเที่ยวไปในอารมณ์อื่น อันมิใช่โคจร เมื่อเธอทั้งหลายเที่ยวไปในอารมณ์อื่น อันมิใช่โคจร มารจักได้ช่อง มารจักได้ อารมณ์ ก็อารมณ์อื่นอันมิใช่โคจรของภิกษุ คืออะไร? คือ กามคุณ ๕ กามคุณ ๕ เป็นไฉน? คือ รูปอันพึงรู้ด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัด เสียงที่พึงรู้ด้วยหู ... กลิ่นที่พึงรู้ด้วยจมูก ... รสที่พึงรู้ด้วยลิ้น ... โผฏฐัพพะที่พึงรู้ด้วยกาย อันน่า ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัด ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้คือ อารมณ์อื่น มิใช่โคจรของภิกษุ.
ตสฺมา ติห ภิกฺขเว มา อโคจเร จริตฺถ ปรวิสเย ฯ อโคจเร ภิกฺขเว จรตํ ปรวิสเย ลจฺฉติ มาโร โอตารํ ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ ฯ โก จ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย ฯ ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา โสตวิญฺเญยฺยา สทฺทา ฯ ฆานวิญฺเญยฺยา คนฺธา ฯ ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา ฯ กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวไปในอารมณ์ ซึ่งเป็นของบิดาตน อันเป็นโคจร เมื่อเธอทั้งหลายเที่ยวไปในอารมณ์ ซึ่งเป็นของบิดาตน อันเป็นโคจร มารจักไม่ได้ ช่อง มารจักไม่ได้อารมณ์ ก็อารมณ์อันเป็นของบิดา อันเป็นโคจร คืออะไร? คือสติ ปัฏฐาน ๔ สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มี ความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย ย่อมพิจารณาเห็นเวทนา ในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้คือ อารมณ์ซึ่ง เป็นของบิดาตน อันเป็นโคจรของภิกษุ. จบ สูตรที่ ๖
โคจเร ภิกฺขเว จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย ฯ โคจเร ภิกฺขเว จรตํ สเก เปตฺติเก วิสเย น ลจฺฉติ มาโร โอตารํ น ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ ฯ โก จ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย ฯ ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ ฯ