ถปติสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ถปติสูตร ว่าด้วยช่างไม้นามว่าอิสิทัตตะ
สาวัตถีนิทาน. ก็สมัยนั้น ภิกษุมากรูปกระทำจีวรกรรมของพระผู้มีพระภาค ด้วยคิดว่า พระผู้มีพระภาคมีจีวรสำเร็จแล้ว จักเสด็จจาริกไปโดยล่วงสามเดือน.
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ ฯ
ก็สมัยนั้น พวกช่างไม้ผู้เคยเป็นพระสกทาคามีนามว่า อิสิทัตตะ อยู่อาศัย ในหมู่บ้านส่วยด้วยกรณียกิจบางอย่าง พวกเขาได้ฟังข่าวว่า ภิกษุมากรูปกระทำจีวรกรรมของพระ ผู้มีพระภาคด้วยคิดว่า พระผู้มีพระภาคมีจีวรสำเร็จแล้ว จะเสด็จจาริกไปโดยล่วงสามเดือน จึงวาง บุรุษไว้ในหนทางโดยสั่งว่า ดูกรผู้บุรุษผู้เจริญ ท่านเห็นพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาในเวลาใด พึงบอกพวกเราในเวลานั้น บุรุษนั้นอยู่มาได้ ๒-๓ วัน ได้เห็นพระผู้มีพระภาค เสด็จมาแต่ไกล จึงเข้าไปหาพวกช่างไม้แล้วได้บอกว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังเสด็จมา ขอท่านทั้งหลายจงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด.
เตน โข ปน สมเยน อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย สาธุเก ปฏิวสนฺติ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ อสฺโสสุํ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ ฯ อถ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย มคฺเค ปุริสํ ฐเปสุํ ยทา ตฺวํ อมฺโภ ปุริส ปสฺเสยฺยาสิ ภควนฺตํ อาคจฺฉนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อถ อมฺหากํ อาโรเจยฺยาสีติ ฯ ทฺวีหํ ตีหํ ฐิโต โข โส ปุริโส อทฺทส ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน เยน อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อิสิทตฺตปุราเณ ถปตโย เอตทโวจ อยํ โส ภนฺเต ภควา อาคจฺฉติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญถาติ ฯ
ครั้งนั้น พวกช่างไม้ผู้เคยเป็นพระสกทาคามีนามว่า อิสิทัตตะเข้าไปเฝ้าพระผู้ มีพระภาค ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วเดินตามพระผู้มีพระภาคไปข้างพระปฤษฎางค์ พระผู้มี พระภาคทรงแวะจากหนทางเสด็จเข้าไปยังโคนไม้แห่งหนึ่ง แล้วประทับนั่งบนอาสนะที่เขาปูลาด ถวาย พวกช่างไม้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบ ทูลว่า
อถ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ ฯ อถ โข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ภควนฺตํ เอตทโวจุํ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาค ว่า จักเสด็จจาริกจากพระนครสาวัตถีไปในโกศลชนบท เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความ เสียใจน้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคจักเสด็จห่างเราทั้งหลายไป เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จจาริกจากนครสาวัตถีไปในโกศลชนบทแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จห่างจากเราไปแล้ว.
ยทา มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มีพระ- *ภาคว่า จักเสด็จจาริกจากโกศลชนบทไปยังแคว้นมัลละ เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคจักเสด็จห่างเราทั้งหลายไป เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จจากโกศลชนบทไปแคว้นมัลละแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจ ว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จห่างเราทั้งหลายไปแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม โกสเลหิ มลฺลึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม โกสเลหิ มลฺลึ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มีพระ- *ภาคว่า จักเสด็จจากแคว้นมัลละไปยังแคว้นวัชชี เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคจักเสด็จห่างเราทั้งหลายไป เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จจาริกจากแคว้นมัลละไปยังแคว้นวัชชีแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จห่างเราทั้งหลายไปแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม มลฺเลหิ วชฺชึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม มลฺเลหิ วชฺชึ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มีพระ- *ภาคว่า จักเสด็จจาริกจากแคว้นวัชชีไปยังแคว้นกาสี เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคจักเสด็จห่างเราทั้งหลายไป เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จจาริกจากแคว้นวัชชีไปยังแคว้นกาสีแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อย ใจว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จห่างเราทั้งหลายไปแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม วชฺชีหิ กาสึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม วชฺชีหิ กาสึ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาค ว่า จักเสด็จจาริกจากแคว้นกาสีไปในแคว้นมคธ เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจว่า พระผู้มีพระภาคจักเสด็จห่างเราทั้งหลายไป เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จจาริกจากแคว้นกาสีไปในแคว้นมคธแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความเสียใจ น้อยใจ เป็นอันมากว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จห่างเราทั้งหลายไปแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม กาสีหิ มคเธ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม กาสีหิ มคเธ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ อนปฺปกา โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ อนปฺปกํ โทมสฺสํ ทูเร โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาค ว่า จักเสด็จจาริกจากแคว้นมคธมายังแคว้นกาสี เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความดีใจ ปลื้ม ใจว่า พระผู้มีพระภาคจักใกล้เราทั้งหลายเข้ามา เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จ จาริกจากแคว้นมคธมายังแคว้นกาสีแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคใกล้เราทั้งหลายเข้ามาแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม มคเธหิ กาสึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม มคเธหิ กาสึ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มี พระภาคว่า จักเสด็จจากแคว้นกาสีมายังแคว้นวัชชี เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคจักใกล้เราทั้งหลายเข้ามา เวลาใด ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า เสด็จ จาริกจากแคว้นกาสีมายังแคว้นวัชชีแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคใกล้เราทั้งหลายเข้ามาแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม กาสีหิ วชฺชึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม กาสีหิ วชฺชึ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มี พระภาคว่า จักเสด็จจาริกจากแคว้นวัชชีมายังแคว้นมัลละ เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความ ดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคจักใกล้เราทั้งหลายเข้ามา เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าว พระผู้มีพระภาคว่า เสด็จจาริกจากแคว้นวัชชีมายังแคว้นมัลละแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลาย มีความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคใกล้เราทั้งหลายเข้ามาแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม วชฺชีหิ มลฺลึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม วชฺชีหิ มลฺลึ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มี พระภาคว่า จักเสด็จจากแคว้นมัลละมายังแคว้นโกศล เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคจักใกล้เราทั้งหลายเข้ามา เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้ มีพระภาคว่า เสด็จจาริกจากแคว้นมัลละมายังแคว้นโกศลแล้ว เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมี ความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคใกล้เราทั้งหลายเข้ามาแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม มลฺลีหิ โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม มลฺลีหิ โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกนฺโตติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควาติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ฟังข่าวพระผู้มี พระภาคว่า จักเสด็จจาริกจากแคว้นโกศลมายังพระนครสาวัตถี เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมี ความดีใจ ปลื้มใจว่า พระผู้มีพระภาคจักใกล้เราทั้งหลายเข้ามา เวลาใด ข้าพระองค์ทั้งหลาย ได้ฟังข่าวพระผู้มีพระภาคว่า ประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี เวลานั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายมีความดีใจ ปลื้มใจเป็นอันมากว่า พระผู้มี พระภาคใกล้เราแล้ว.
ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม โกสเลหิ สาวตฺถึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตีติ ฯ ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุณาม สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเมติ โหติ อนปฺปกา โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ อนปฺปกํ โสมนสฺสํ อาสนฺเน โน ภควาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรช่างไม้ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ ฆราวาส คับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาปลอดโปร่ง ท่านทั้งหลายควรไม่ประมาท.
ตสฺมา ติห ถปตโย สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา อลํ จ ปน โว ถปตโย อปฺปมาทายาติ ฯ
ถ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความคับแคบอย่างอื่นที่เป็นความคับแคบกว่า และที่นับว่าเป็นความคับแคบยิ่งกว่าความคับแคบนี้มีอยู่หรือหนอ? พ. ดูกรช่างไม้ทั้งหลาย ก็ความคับแคบอย่างอื่นที่เป็นความคับแคบกว่า และที่นับว่า เป็นความคับแคบยิ่งกว่าความคับแคบนี้เป็นไฉน?
อตฺถิ โข โน ภนฺเต เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จาติ ฯ กตโม ปน โว ถปตโย เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จาติ ฯ
ถ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส เมื่อใดพระเจ้าปเสนทิ- *โกศลมีพระราชประสงค์จะเสด็จออกไปยังพระราชอุทยาน เมื่อนั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายต้องกำหนด ช้างที่ขึ้นทรงของพระเจ้าปเสนทิโกศล แล้วให้พระชายาซึ่งเป็นที่โปรดปราน เป็นที่พอพระราช- *หฤทัยของพระเจ้าปเสนทิโกศลประทับข้างหน้าพระองค์หนึ่ง ข้างหลังพระองค์หนึ่ง กลิ่นของ พระชายาเหล่านั้นเป็นอย่างนี้ คือ เหมือนกลิ่นของนางราชกัญญาผู้ปะพรมด้วยของหอมดังขวด น้ำหอมที่เขาเปิดในขณะนั้น กายสัมผัสของพระชายาเหล่านั้นเป็นอย่างนี้ คือ เหมือนกายสัมผัส ของนางราชกัญญาผู้ดำรงอยู่ด้วยความสุข ดังปุยนุ่นหรือปุยฝ้าย ก็ในสมัยนั้น แม้ช้างข้าพระองค์ ทั้งหลายก็ต้องระวัง แม้พระชายาทั้งหลายข้าพระองค์ทั้งหลายก็ต้องระวัง แม้พระเจ้าปเสนทิโกศล เล่า ข้าพระองค์ทั้งหลายก็ต้องระวัง.
อิธ มยํ ภนฺเต ยทา ราชา ปเสนทิ โกสโล อุยฺยานภูมึ นิยฺยาตุกาโม โหติ เย เต รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส นาคา โอปรุยฺหา เต กปฺเปตฺวา ยา ตา รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปชาปติโย ปิยา มนาปา ตา เอกํ ปุรโต เอกํ ปจฺฉโต นิสีทาเปม ฯ ตาสํ โข ปน ภนฺเต ภคินีนํ เอวรูโป คนฺโธ โหติ เสยฺยถาปิ นาม คนฺธกรณฺฑกสฺส ตาวเทว วิวริยมานสฺส ยถา ตํ ราชกญฺญานํ คนฺเธน วิภูสิตานํ ฯ ตาสํ โข ปน ภนฺเต ภคินีนํ เอวรูโป กายสมฺผสฺโส โหติ เสยฺยถาปิ นาม ตูลปิจุโน วา กปฺปาสปิจุโน วา ยถา ตํ ราชกญฺญานํ สุเขฐิตานํ ฯ ตสฺมึ โข ปน ภนฺเต สมเย นาโคปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ ตาปิ ภคินิโย รกฺขิตพฺพา โหนฺติ อตฺตาปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่รู้สึกว่า จิตอันลามกบังเกิดขึ้น ในพระชายาเหล่านั้นเลย ข้อนี้แล คือความคับแคบอย่างอื่นที่เป็นความคับแคบกว่า และที่นับ ว่า เป็นความคับแคบยิ่งกว่าความคับแคบนี้.
น โข ปน มยํ ภนฺเต อภิชานาม ตาสุ ภคินีสุ ปาปกํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตา ฯ อยํ โข โน ภนฺเต เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จาติ ฯ
พ. ดูกรช่างไม้ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ ฆราวาสจึงคับแคบ เป็นทาง มาแห่งธุลี บรรพชาปลอดโปร่ง ก็ท่านทั้งหลายควรไม่ประมาท.
ตสฺมา ติห ถปตโย สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา อลํ จ ปน โว ถปตโย อปฺปมาทาย ฯ
ดูกรช่างไม้ทั้งหลาย อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมเป็น พระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงจะตรัสรู้ในเบื้องหน้า ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉน? อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ ในพระธรรม ฯลฯ ในพระสงฆ์ ฯลฯ มีใจ ปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันปล่อยแล้ว มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ ควร แก่การขอ ยินดีในการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน ดูกรช่างไม้ทั้งหลาย อริยสาวกผู้ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการเหล่านี้แล ย่อมเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะ ตรัสรู้ในเบื้องหน้า.
จตูหิ โข ถปตโย ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน ฯ กตเมหิ จตูหิ ฯ อิธ ถปตโย อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ ธมฺเม สงฺเฆ ฯ วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มุตฺตจาโค ปยตปาณี โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต ฯ อิเมหิ โข ถปตโย จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน ฯ
ดูกรช่างไม้ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธเจ้า ฯลฯ ในพระธรรม ฯลฯ ในพระสงฆ์ ฯลฯ ก็ไทยธรรมสิ่งหนึ่งสิ่งใดมีอยู่ใน ตระกูล ท่านทั้งหลายเฉลี่ยไทยธรรมนั้นทั้งหมด กับผู้มีศีลมีกัลยาณธรรม ท่านทั้งหลายจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน? เหมือนว่า พวกมนุษย์ในแคว้นโกศลมีเท่าไร ท่านทั้งหลายก็เฉลี่ยแบ่งปัน ให้เท่าๆ กัน. ถ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เป็นลาภของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ดี แล้ว ที่พระผู้มีพระภาคทรงทราบพฤติการณ์อย่างนี้ของข้าพระองค์ทั้งหลาย. จบ สูตรที่ ๖
ตุเมฺห โข ถปตโย พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ ธมฺเม สงฺเฆ ฯ ยํ โข ปน กิญฺจิ กุเล เทยฺยธมฺมํ สพฺพนฺตํ อปฺปฏิวิภตฺตํ สีลวนฺเตหิ กลฺยาณธมฺเมหิ ฯ ตํ กึ มญฺญถ ถปตโย ฯ กติ วิย เต โกสเลสุ มนุสฺสา เย ตุมฺหากํ สมสมา ยทิทํ ทานทานสํวิภาเคหีติ ฯ ลาภา โน ภนฺเต สุลทฺธํ โน ภนฺเต เยสํ โน ภควา เอวํ ปชานาตีติ ฯ