มหานามสูตร ที่ ๑
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สรกานิวรรคที่ ๓ มหานามสูตรที่ ๑ ว่าด้วยกาลกิริยาอันไม่เลวทราม
สรกานิวคฺโค ตติโย
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธาราม ใกล้พระนครกบิลพัสดุ์ แคว้น สักกะ ครั้งนั้น พระเจ้ามหานามศากยราชเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ทรงถวาย บังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทรงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระนครกบิลพัสดุ์นี้ เป็นพระนครมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรือง มีผู้คนมาก แออัดไปด้วยมนุษย์ มีถนนคับแคบ หม่อมฉันนั่งใกล้พระผู้มีพระภาค หรือนั่งใกล้ภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นที่เจริญใจแล้ว เมื่อเข้าไปยังพระนครกบิลพัสดุ์ในเวลาเย็น ย่อมไม่ไปพร้อมกับ ช้าง ม้า รถ เกวียน และแม้กับบุรุษ สมัยนั้น หม่อมฉันลืมสติที่ปรารภถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม พระสงฆ์ หม่อมฉันมีความดำริว่า ถ้าในเวลานี้ เรากระทำกาละลงไป คติของเราจะเป็นอย่างไร อภิสัมปรายภพของเราจะเป็นอย่างไร?
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม ฯ อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อิทํ ภนฺเต กปิลวตฺถุ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ พหุชญฺญํ อากิณฺณมนุสฺสํ สมฺพาธพฺยูหํ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ วา ปยิรุปาสิตฺวา มโนภาวนีเย วา ภิกฺขู สายณฺหสมยํ กปิลวตฺถุํ ปวิสนฺโต วิพฺภนฺเตนปิ หตฺถินา สมาคจฺฉามิ วิพฺภนฺเตนปิ อสฺเสน สมาคจฺฉามิ วิพฺภนฺเตนปิ รเถน สมาคจฺฉามิ วิพฺภนฺเตนปิ สกเฏน สมาคจฺฉามิ วิพฺภนฺเตนปิ ปุริเสน สมาคจฺฉามิ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต ตสฺมึ สมเย มุสฺสเตว ภควนฺตํ อารพฺภ สติ มุสฺสติ ธมฺมํ อารพฺภ สติ มุสฺสติ สงฺฆํ อารพฺภ สติ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวํ โหติ อิมมฺหิ จาหํ สมเย กาลํ กเรยฺยํ กา มยฺหํ คติ โก อภิสมฺปราโยติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ขอถวายพระพร มหาบพิตร อย่ากลัวเลยๆ การ สวรรคตอันไม่เลวทรามจักมีแก่มหาบพิตร กาลกิริยาอันไม่เลวทรามจักมีแก่มหาบพิตร ดูกร มหาบพิตร จิตของผู้ใดผู้หนึ่งที่อบรมแล้วด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ตลอดกาลนาน กายนี้ของผู้นั้น มีรูป ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด เจริญขึ้นด้วยข้าวสุก และขนมสด มีความไม่เที่ยง ต้องขัดสี นวดฟั้น และมีอันแตกกระจัดกระจายไปเป็น ธรรมดา พวกกา แร้ง นกตะกรุม สุนัข สุนัขจิ้งจอก หรือสัตว์ต่างชนิด ย่อมกัดกินกายนี้ แหละ ส่วนจิตของผู้นั้นอันศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา อบรมแล้วตลอดกาลนาน ย่อม เป็นคุณชาติไปในเบื้องบนถึงคุณวิเศษ.
มา ภายิ มหานาม มา ภายิ มหานาม อปาปกนฺเต มรณํ ภวิสฺสติ อปาปิกา กาลกิริยา ฯ ยสฺส กสฺสจิ มหานาม ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ จิตฺตํ สีลปริภาวิตํ จิตฺตํ สุตปริภาวิตํ จิตฺตํ จาคปริภาวิตํ จิตฺตํ ปญฺญาปริภาวิตํ จิตฺตํ ฯ ตสฺส โย หิ ขฺวายํ กาโย รูปี จาตุมฺมหาภูติโก มาตาเปตฺติกสมฺภโว โอทนกุมฺมาสุปจโย อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม ตํ อิเมว กากา วา ขาทนฺติ คิชฺฌา วา ขาทนฺติ กุลลา วา ขาทนฺติ สุนขา วา ขาทนฺติ สิคาลา วา ขาทนฺติ วิวิธา วา ปาณกชาตา ขาทนฺติ ฯ ยญฺจ ขฺวสฺส จิตฺตํ ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ สีลสุตจาคปญฺญาปริภาวิตํ ตํ อุทฺธงฺคามิ โหติ วิเสสคามิ ฯ
ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนบุรุษลงไปยังห้วงน้ำลึกแล้ว พึงทุบหม้อเนย ใสหรือหม้อน้ำมัน สิ่งใดที่มีอยู่ในหม้อนั้นจะเป็นก้อนกรวดหรือกระเบื้องก็ตาม สิ่งนั้นจะจมลง สิ่งใดเป็นเนยใสหรือน้ำมัน สิ่งนั้นจะลอยขึ้นถึงความวิเศษ ฉันใด จิตของผู้ใดผู้หนึ่งอันที่อบรม แล้วด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ตลอดกาลนาน กายนี้ของผู้นั้น มีรูป ประกอบด้วย มหาภูตรูป ๔ ... ส่วนจิตของผู้นั้นซึ่งอบรมแล้วด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ตลอดกาล นาน ย่อมเป็นคุณชาติไปในเบื้องบน ถึงคุณวิเศษ ฉันนั้นเหมือนกัน ขอถวายพระพร มหาบพิตร อย่ากลัวเลยๆ การสวรรคตอันไม่ลามกจักมีแก่มหาบพิตร กาลกิริยาอันไม่ลามกจักมีแก่มหา- *บพิตร. จบ สูตรที่ ๑
เสยฺยถาปิ มหานาม ปุริโส สปฺปิกุมฺภํ วา เตลกุมฺภํ วา คมฺภีรํ อุทกรหทํ โอคาเหตฺวา ภินฺเทยฺย ตตฺร ยา อสฺส สกฺขรา วา กฐลา วา สา อโธคามี อสฺส ยญฺจ ขฺวสฺส ตตฺร สปฺปิ วา เตลํ วา ตํ อุทฺธงฺคามิ อสฺส วิเสสคามิ ฯ เอวเมว โข มหานาม ยสฺส กสฺสจิ ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ จิตฺตํ สีลสุตจาคปญฺญาปริภาวิตํ จิตฺตํ ตสฺส โย หิ ขฺวายํ กาโย รูปี จาตุมฺมหาภูติโก มาตาเปตฺติกสมฺภโว โอทนกุมฺมาสุปจโย อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม ตํ อิเมว กากา วา ขาทนฺติ คิชฺฌา วา ขาทนฺติ กุลลา วา ขาทนฺติ สุนขา วา ขาทนฺติ สิคาลา วา ขาทนฺติ วิวิธา วา ปาณกชาตา ขาทนฺติ ยญฺจ ขฺวสฺส จิตฺตํ ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ สีลสุตจาค- ปญฺญาปริภาวิตํ ตํ อุทฺธงฺคามิ โหติ วิเสสคามิ ฯ ตุยฺหํ โข ปน มหานาม ทีฆรตฺตํ สทฺธาปริภาวิตํ จิตฺตํ สีลสุตจาคปญฺญาปริภาวิตํ จิตฺตํ ฯ มา ภายิ มหานาม มา ภายิ มหานาม อปาปกนฺเต มรณํ ภวิสฺสติ อปาปิกา กาลกิริยาติ ฯ