This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๒ · มหาวิภังค์ ภาค ๒

Other items in this volume

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้ราตรีหนึ่ง]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย การให้ภิกษุณีซักจีวรเก่า]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีอุปปลวัณณา [ว่าด้วย การรับจีวรจากมือภิกษุณี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอจีวรเกินกำหนด]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์รายเดียว]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์สองราย]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตเจือด้วยไหม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน ๒ ส่วน]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำทรงสันถัตไว้ให้ได้ ๖ ฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วย การทำสันถัตสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การรับขนเจียม]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซักขนเจียม]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การรับทองเงิน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การซื้อขายด้วยรูปิยะ มีประการต่างๆ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การแลกเปลี่ยนมีประการต่างๆ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บาตร]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย บาตรมีแผลหย่อนห้า]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ [ว่าด้วย เภสัช]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การให้จีวรแล้วชิงเอามา]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การขอด้ายมาเอง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การสั่งช่างหูก ให้ทอจีวร]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องมหาอำมาตย์คนหนึ่ง [ว่าด้วย อัจเจกจีวร]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย เสนาสนะป่าเป็นที่มีรังเกียจ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภที่เขาจะถวายเป็นของสงฆ์]…บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระหัตถกะศากยบุตร [ว่าด้วย พูดเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์อุปสัมบันด่าอุปสัมบันอุปสัมบันด่าอนุปสัมบันอุปสัมบันล้ออุปสัมบันอุปสัมบันล้ออนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สอนธรรมว่าพร้อมกัน]เรื่องพระนวกะสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอนุรุทธเถระ [ว่าด้วย นอนร่วมกับมาตุคาม]เรื่องพระอุทายีสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วย บอกอุตตริมนุสสธรรม]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ขุดดิน] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย พรากของเขียว]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย แกล้งกล่าวคำอื่น]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย โพนทะนา]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุมากรูป [ว่าด้วย หลีกไปไม่เก็บเสนาสนะ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ใช้เสนาสนะแล้วไม่เก็บ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย นอนแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การฉุดคร่าภิกษุ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย นั่งนอนบนร่างร้าน]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การสร้างวิหารใหญ่]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ใช้น้ำมีตัวสัตว์]…เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระจูฬปันถกเถระ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณีเมื่ออาทิตย์ตกแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย สั่งสอนภิกษุณี เพราะเห็นแก่ลาภ]เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย เย็บจีวร]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระเทวทัตเรื่องบุรุษเข็ญใจเรื่องอุบาสิกาชื่อกาณมาตาเรื่องภิกษุหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วย ห้ามภัตแล้วถูกแค่นให้ฉัน]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย ฉันอาหารในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระเวฬัฏฐสีสเถระ [ว่าด้วย ฉันอาหารที่ทำการสั่งสม]เรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องภิกษุรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วย แจกขนมแก่นักบวช]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย บอกให้กลับ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งแทรกแซง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่กำบัง]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งในที่ลับ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วย ปวารณาด้วยปัจจัย]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปดูกองทัพ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย อยู่ในกองทัพ]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ไปสู่สนามรบ] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วย การดื่มสุรา]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การจี้]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การเล่นน้ำ]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย ความไม่เอื้อเฟื้อ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การหลอนภิกษุ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การติดไฟ]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วย การอาบน้ำ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย ของสำหรับทำให้เสียสี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย การวิกัปจีวร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วย การซ่อนจีวร] หัวข้อประจำเรื่องสิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วย แกล้งฆ่าสัตว์]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย บริโภคน้ำมีตัวสัตว์]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย ฟื้นอธิกรณ์]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย ปิดอาบัติชั่วหยาบ]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วย อุปสมบทกุลบุตรมีอายุ หย่อน ๒๐ ปี]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย เดินทางร่วมกับพ่อค้าผู้เป็นโจร]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย ชักชวนมาตุคามเดินทางสายเดียวกัน]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอริฏฐะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย พระอริฏฐะ]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคบหากับภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกวัตร]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องสมณุทเทสกัณฑกะ มิจฉาทิฏฐิ [ว่าด้วย สมณุทเทสชื่อกัณฑกะ]…สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วย การว่ากล่าวโดยถูกธรรม]สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแสร้งทำหลง]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การให้ประหาร]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเงื้อหอกคือฝ่ามือ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การโจทด้วยอาบัติไม่มีมูล]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแกล้งก่อความรำคาญ]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การแอบฟัง]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การคัดค้านกรรม]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การไม่ให้ฉันทะ]สิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วย เรื่องท่านพระทัพพมัลลบุตร]สิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การน้อมลาภสงฆ์] หัวข้อประจำเรื่องเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศลสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วย การเก็บรตนะ]สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การเข้าบ้านในเวลาวิกาล]สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วย การทำกล่องเข็ม]สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย เตียงตั่งเกินประมาณ]สิกขาบทที่ ๖ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย เตียงตั่งยัดนุ่น]สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าสำหรับนั่ง]สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าปิดฝี]สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การทำผ้าอาบน้ำฝน]สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วย การทำจีวรเท่าสุคตจีวร] หัวข้อประจำเรื่องบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องตระกูลหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุปวรรคที่ ๑ ปริมัณฑลวรรควรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรควรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรควรรคที่ ๔ สักกัจจวรรควรรคที่ ๕ กพฬวรรควรรคที่ ๖ สุรุสุรุวรรคปาทุกาวรรค สิกขาบทที่ ๑ธรรมคืออธิกรณสมถะคำนิคม

Scripture · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระนวกะ

Text only · no interpretationข้อ ๒๘๙–๒๙๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒5 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

ปญฺจมสิกฺขาปทํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๑. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระนวกะ

Item ๒๘๙Commentary

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย ฯ เตน โข ปน สมเยน อุปาสกา อารามํ อาคจฺฉนฺติ ธมฺมสฺสวนาย ฯ ธมฺเม ภาสิเต เถรา ภิกฺขู ยถาวิหารํ คจฺฉนฺติ ฯ นวกา ภิกฺขู ตตฺเถว อุปฏฺฐานสาลายํ อุปาสเกหิ สทฺธึ มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นคฺคา วิกุชฺชมานา กากจฺฉมานา เสยฺยํ กปฺเปนฺติ ฯ อุปาสกา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภทฺทนฺตา มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นคฺคา วิกุชฺชมานา กากจฺฉมานา เสยฺยํ กปฺเปสฺสนฺตีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ อุปาสกานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๒๘๙.๑} โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๒๘๙.๒} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี ครั้งนั้น พวกอุบาสกพากันมาสู่อารามเพื่อฟังธรรม เมื่อพระธรรมกถึกแสดงธรรมจบแล้ว ภิกษุ ชั้นเถระกลับไปยังที่อยู่ ภิกษุชั้นนวกะสำเร็จการนอนร่วมกับพวกอุบาสกอยู่ในศาลาที่ฟังธรรม นั้นเอง เผลอสติ ไม่รู้สึกตัว เป็นผู้เปลือยกายละเมอ กรนอยู่. พวกอุบาสกต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลายจึงได้สำเร็จการ- *นอนเผลอสติ ไม่รู้สึกตัว เป็นผู้เปลือยกายละเมอ กรนอยู่เล่า ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสกเหล่านั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระภิกษุทั้งหลาย จึงได้สำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบันเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่- *พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายสำเร็จการนอนร่วมกับ อนุปสัมบัน จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนโมฆบุรุษเหล่านั้น จึงได้ สำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบันเล่า การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๕๔. ๕. ก. อนึ่ง ภิกษุใดสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องพระนวกะ จบ. เรื่องสามเณรราหุล

Item ๒๙๐

อถโข ภควา อาฬวิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน โกสมฺพี เตน จาริกํ ปกฺกามิ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน โกสมฺพี ตทวสริ ฯ ตตฺร สุทํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ พทริการาเม ฯ ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ ราหุลํ เอตทโวจุํ ภควตา อาวุโส ราหุล สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ น อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยา กปฺเปตพฺพาติ เสยฺยํ อาวุโส ราหุล ชานาหีติ ฯ อถโข อายสฺมา ราหุโล เสยฺยํ อลภมาโน วจฺจกุฏิยา เสยฺยํ กปฺเปสิ ฯ อถโข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน วจฺจกุฏี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อุกฺกาสิ ฯ อายสฺมาปิ ราหุโล อุกฺกาสิ ฯ โก เอตฺถาติ ฯ อหํ ภควา ราหุโลติ ฯ กิสฺส ตฺวํ ราหุล อิธ นิปนฺโนสีติ ฯ อถโข อายสฺมา ราหุโล ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว อนุปสมฺปนฺเนน ทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๒๙๐.๑} โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

กาลต่อมา พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่เมืองอาฬวี ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จจาริกไปโดยมรรคาอันจะไปสู่พระนครโกสัมพี เสด็จจาริกโดยลำดับ, ถึงพระนครโกสัมพีแล้ว ข่าวว่า พระองค์ประทับอยู่พทริการาม เขตพระนครโกสัมพีนั้น. ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวคำนี้กะท่านสามเณรราหุลว่า อาวุโสราหุล พระผู้มีพระภาคทรง- *บัญญัติสิกขาบทไว้ว่า ภิกษุไม่พึงสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน อาวุโสราหุล ท่านจงรู้ สถานที่ควรนอน. วันนั้น ท่านสามเณรราหุลหาที่นอนไม่ได้ จึงสำเร็จการนอนในวัจจกุฎี. ครั้นปัจจุสสมัยแห่งราตรี พระผู้มีพระภาคทรงตื่นบรรทมแล้ว ได้เสด็จไปวัจจกุฎี, ครั้นถึง จึงทรงพระกาสะ แม้ท่านราหุลก็กระแอมรับ. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ใครอยู่ในวัจจกุฎีนี้ ท่านสามเณรราหุลทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าราหุล พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เหตุไรเธอจึงนอน ณ ที่นี้ จึงท่านสามเณรราหุล กราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สำเร็จการนอน ร่วมกับอนุปสัมบันได้ ๒-๓ คืน ... ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๕๔. ๕. ข. อนึ่ง ภิกษุใดสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน, เป็นปาจิตตีย์. เรื่องสามเณรราหุล จบ. สิกขาบทวิภังค์

Item ๒๙๑

โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ อนุปสมฺปนฺโน นาม ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส อนุปสมฺปนฺโน นาม ฯ อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตนฺติ อติเรกทฺวิรตฺตติรตฺตํ ฯ สหาติ เอกโต ฯ เสยฺยา นาม สพฺพจฺฉนฺนา สพฺพปริจฺฉนฺนา เยภุยฺเยนจฺฉนฺนา เยภุยฺเยน ปริจฺฉนฺนา ฯ เสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ จตุตฺเถ ทิวเส อตฺถงฺคเต สุริเย อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน ภิกฺขุ นิปชฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ภิกฺขุ นิปนฺเน อนุปสมฺปนฺโน นิปชฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุโภ วา นิปชฺชนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุฏฺฐหิตฺวา ปุนปฺปุนํ นิปชฺชนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรง ประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า อนุปสัมบัน คือ ยกเว้นภิกษุ นอกนั้นชื่อว่าอนุปสัมบัน. บทว่า ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน คือเกินกว่า ๒-๓ คืน. บทว่า ร่วม คือด้วยกัน. ที่ชื่อว่า การนอน ได้แก่ภูมิสถานเป็นที่นอนอันเขามุงทั้งหมด บังทั้งหมด มุงโดยมาก บังโดยมาก. คำว่า สำเร็จการนอน ความว่า ในวันที่ ๔ เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว อนุปสัมบัน นอนแล้ว ภิกษุนอน, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ภิกษุนอนแล้ว อนุปสัมบันนอน, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. หรือนอนทั้งสอง, ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ลุกขึ้นแล้ว กลับนอนอีก, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์

Item ๒๙๒

อนุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน เวมติโก อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปฑฺฒจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อนาปตฺติ ฯ

อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อนุปสัมบัน ภิกษุสงสัย สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน, ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. ติกทุกกฏ ในสถานที่มุงกึ่ง บังกึ่ง ภิกษุสำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติทุกกฏ. อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอนุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติ ทุกกฏ. อุปสัมบัน ภิกษุสงสัย สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ไม่ต้อง อาบัติ อนาปัตติวาร

Item ๒๙๓

อนาปตฺติ เทฺว ติสฺโส รตฺติโย วสติ อูนกเทฺวติสฺโส รตฺติโย วสติ เทฺว รตฺติโย วสิตฺวา ตติยาย รตฺติยา ปุรารุณา นิกฺขมิตฺวา ปุน วสติ สพฺพจฺฉนฺเน สพฺพอปริจฺฉนฺเน สพฺพปริจฺฉนฺเน สพฺพอจฺฉนฺเน เยภุยฺเยน อจฺฉนฺเน เยภุยฺเยน อปริจฺฉนฺเน อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน ภิกฺขุ นิสีทติ ภิกฺขุ นิปนฺเน อนุปสมฺปนฺโน นิสีทติ อุโภ วา นิสีทนฺติ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ปญฺจมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------

ภิกษุอยู่ ๒-๓ คืน ๑ ภิกษุอยู่ไม่ถึง ๒-๓ คืน ๑ ภิกษุอยู่ ๒ คืนแล้ว คืนที่ ๓ ออกไปก่อนอรุณ แล้วอยู่ใหม่ ๑ อยู่ในสถานที่มุงทั้งหมด ไม่บังทั้งหมด ๑ อยู่ในสถานที่ บังทั้งหมด ไม่มุงทั้งหมด ๑ อยู่ในสถานที่ไม่มุงโดยมาก ไม่บังโดยมาก ๑ อนุปสัมบันนอน ภิกษุนั่ง ๑ ภิกษุนอน อนุปสัมบันนั่ง ๑ หรือนั่งทั้งสอง ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิ- *กัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ. -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย