สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย นั่งแทรกแซง]
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๕. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร
ตติยสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระภาคผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตรไปสู่เรือนของ สหายแล้ว สำเร็จการนั่งในเรือนนอนกับภรรยาของเขา จึงบุรุษสหายนั้นเข้าไปหาท่านพระอุปนันท- *ศากยบุตร ครั้นแล้วกราบไหว้ท่านพระอุปนันทศากยบุตรแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เขานั่ง เรียบร้อยแล้วบอกภรรยาว่า จงถวายภิกษาแก่พระคุณเจ้า จึงนางได้ถวายภิกษาแก่ท่านพระอุปนันท- *ศากยบุตร บุรุษนั้นได้เรียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านกลับเถิด ขอรับ เพราะ ภิกษาข้าพเจ้าก็ได้ถวายแก่พระคุณเจ้าแล้ว สตรีภรรยานั้นกำหนดรู้ในขณะนั้นว่า บุรุษนี้อันราคะ รบกวนแล้ว จึงเรียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านนั่งอยู่ก่อนเถิด เจ้าค่ะ อย่าเพิ่งไป แม้ครั้งที่สอง บุรุษนั้น ... แม้ครั้งที่สาม บุรุษนั้นก็ได้เรียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านกลับเถิด ขอรับ เพราะภิกษาข้าพเจ้าก็ได้ถวายแก่พระคุณเจ้าแล้ว. แม้ครั้งที่สาม หญิงนั้นก็ได้เรียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า นิมนต์ท่านนั่งอยู่ก่อนเถิด เจ้าค่ะ อย่าเพิ่งไป. ทันใด บุรุษสามีเดินออกไปกล่าวยกโทษต่อภิกษุทั้งหลายว่า ท่านเจ้าข้า พระคุณเจ้า อุปนันทะนี้นั่งในห้องนอนกับภรรยาของกระผม กระผมนิมนต์ให้ท่านกลับไป ก็ไม่ยอมกลับ กระผมมีกิจมาก มีกรณียะมาก. บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านอุปนันท- *ศากยบุตรจึงได้สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คนเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระอุปนันทะว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธอสำเร็จการนั่ง แทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คน จริงหรือ? ท่านพระอุปนันทะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้สำเร็จการนั่งแทรก- *แซงในตระกูลที่มีคน ๒ คนเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๙๒.๓. อนึ่ง ภิกษุใด สำเร็จการนั่งแทรกแซงในตระกูลที่มีคน ๒ คน เป็น ปาจิตตีย์. เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต สหายกสฺส ฆรํ คนฺตฺวา ตสฺส ปชาปติยา สทฺธึ สยนีฆเร นิสชฺชํ กปฺเปสิ ฯ อถโข โส ปุริโส เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ปุริโส ปชาปตึ เอตทโวจ เทหยฺยสฺส ภิกฺขนฺติ ฯ อถโข สา อิตฺถี อายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส ภิกฺขํ อทาสิ ฯ อถโข โส ปุริโส อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ คจฺฉถ ภนฺเต ยโต อยฺยสฺส ภิกฺขา ทินฺนาติ ฯ {๕๓๕.๑} อถโข สา อิตฺถี สลฺลกฺเขตฺวา ปริยุฏฺฐิโต อยํ ปุริโสติ อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ นิสีทถ ภนฺเต มา อคมิตฺถาติ ฯ ทุติยมฺปิ โข โส ปุริโส ฯเปฯ ตติยมฺปิ โข โส ปุริโส อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ คจฺฉถ ภนฺเต ยโต อยฺยสฺส ภิกฺขา ทินฺนาติ ฯ ตติยมฺปิ โข สา อิตฺถี อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ นิสีทถ ภนฺเต มา อคมิตฺถาติ ฯ อถโข โส ปุริโส นิกฺขมิตฺวา ภิกฺขู อุชฺฌาเปสิ อยํ ภนฺเต อยฺโย อุปนนฺโท มยฺหํ ปชาปติยา สทฺธึ สยนีฆเร นิสินฺโน โส มยา อุยฺโยชิยมาโน น อิจฺฉติ คนฺตุํ พหุกิจฺจา มยํ พหุกรณียาติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปสีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปสฺสสิ เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๕๓๕.๒} โย ปน ภิกฺขุ สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรง- *ประสงค์ในอรรถนี้. ตระกูลที่ชื่อว่า มีคน ๒ คน คือ มีเฉพาะสตรี ๑ บุรุษ ๑ ทั้ง ๒ คนยังไม่ออกจากกัน ทั้ง ๒ คนหาใช่ผู้ปราศจากราคะไม่. บทว่า แทรกแซง คือ กีดขวาง. บทว่า สำเร็จการนั่ง ความว่า ในเรือนใหญ่ ภิกษุนั่งละหัตถบาสแห่งบานประตู ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ในเรือนเล็ก นั่งล้ำท่ามกลางห้องเรือน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์
โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ สโภชนํ นาม กุลํ อิตฺถี เจว โหติ ปุริโส จ ฯ อุโภ อนิกฺขนฺตา โหนฺติ อุโภ อวีตราคา ฯ อนุปขชฺชาติ อนุปวิสิตฺวา ฯ นิสชฺชํ กปฺเปยฺยาติ มหลฺลเก ฆเร ปิฏฺฐิสงฺฆาตสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา นิสีทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ขุทฺทเก ฆเร ปิฏฺฐิวํสํ อติกฺกมิตฺวา นิสีทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าห้องนอน สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ห้องนอน ภิกษุสงสัย สำเร็จการนั่งแทรกแซงในตระกูลที่มีคน ๒ คน ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์. ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่ห้องนอน สำเร็จการนั่งแทรกแซง ในตระกูลที่มีคน ๒ คน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ ไม่ใช่ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าห้องนอน ... ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ใช่ห้องนอน ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ ไม่ใช่ห้องนอน ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่ห้องนอน ... ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
สยนีฆเร สยนีฆรสญฺญี สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สยนีฆเร เวมติโก สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สยนีฆเร นสยนีฆรสญฺญี สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ นสยนีฆเร สยนีฆรสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นสยนีฆเร เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นสยนีฆเร นสยนีฆรสญฺญี อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุนั่งในเรือนใหญ่ ไม่ล่วงล้ำหัตถบาสแห่งบานประตู ๑ ภิกษุนั่งในเรือนเล็ก ไม่เลยท่ามกลางห้อง ๑ ภิกษุมีเพื่อนอยู่ด้วย ๑ คนทั้ง ๒ ออกจากกันแล้ว ทั้ง ๒ ปราศจากราคะ แล้ว ๑ ภิกษุนั่งในสถานที่อันมิใช่ห้องนอน ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้อง- *อาบัติแล. อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๓ จบ. -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ มหลฺลเก ฆเร ปิฏฺฐิสงฺฆาตสฺส หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา นิสีทติ ขุทฺทเก ฆเร ปิฏฺฐิวํสํ อนติกฺกมิตฺวา นิสีทติ ภิกฺขุ ทุติโย โหติ อุโภ นิกฺขนฺตา โหนฺติ อุโภ วีตราคา นสยนีฆเร อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ตติยสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------