Scripture · พระสุตตันตปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๒๐ · อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ปุพพสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
Front matter of the printed edition
ตติยปณฺณาสโก สมฺโพธิวคฺโค ปฐโม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ปุพพสูตร
๑๐๔ ปุพฺเพว เม ภิกฺขเว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต เอตทโหสิ โก นุ โข โลเก อสฺสาโท โก อาทีนโว กึ นิสฺสรณนฺติ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภิกฺขเว เอตทโหสิ ยํ โข โลเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ อยํ โลเก อสฺสาโท ยํ โลโก อนิจฺโจ ทุกฺโข วิปริณามธมฺโม อยํ โลเก อาทีนโว โย โลเก ฉนฺทราคปฏิวินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ อิทํ โลเก นิสฺสรณนฺติ ฯ ยาวกีวญฺจาหํ ภิกฺขเว เอวํ โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสึ เนว ตาวาหํ ภิกฺขเว สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ ปจฺจญฺญาสึ ฯ ยโต จ โขหํ ภิกฺขเว เอวํ โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อถาหํ ภิกฺขเว สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ ปจฺจญฺญาสึ ฯ ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ อกุปฺปา เม วิมุตฺติ อยมนฺติมา ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อก่อนตรัสรู้ เราเป็นพระโพธิสัตว์ ยังมิได้ตรัสรู้ ได้คิดว่า ในโลก อะไรหนอเป็นคุณ อะไรหนอเป็นโทษ อะไร หนอเป็นอุบายเครื่องออกไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นได้คิดว่า สุขโสมนัส อาศัยสภาพใดเกิดขึ้นในโลก สภาพนี้เป็นคุณในโลก โลกไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษในโลก การปราบปรามฉันทราคะ การ ละฉันทราคะได้เด็ดขาดในโลก นี้เป็นอุบายเครื่องออกไปในโลก ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เรายังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณของโลกโดยเป็นคุณ ซึ่งโทษของโลกโดยความ เป็นโทษ และซึ่งอุบายเป็นเครื่องออกไปของโลกโดยความเป็นอุบายเครื่องออก ไป ตามความเป็นจริงเพียงใด เรายังไม่ปฏิญาณตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้ซึ่ง อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ใน หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์เพียงนั้น ก็เมื่อใด เรารู้ยิ่งซึ่งคุณของโลกโดยความเป็นคุณ ซึ่งโทษของโลกโดยความเป็นโทษ และ ซึ่งอุบายเป็นเครื่องออกไปของโลกโดยความเป็นอุบายเครื่องออกไป ตามความ เป็นจริง เมื่อนั้น เราจึงปฏิญาณตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณใน โลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ก็แหละญาณทัสสนะเกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า วิมุตติของ เราไม่กำเริบ ชาตินี้มีในที่สุด บัดนี้ภพใหม่ไม่มี ฯ