นิทานสูตร ที่ ๒
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต นิทานสูตรที่ ๒
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้ เป็นเหตุให้ เกิดกรรม ๓ อย่างเป็นไฉน คือ ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็น ที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ๑ ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้ง แห่งฉันทราคะในอนาคต ๑ ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่ง ฉันทราคะในปัจจุบัน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภ ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลปรารภ ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ตรึกตรองตามด้วยใจ เมื่อเขาปรารภธรรม อันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ตรึกตรองตามอยู่ด้วยใจ ย่อมเกิดความพอใจ ผู้ที่ เกิดความพอใจแล้ว ย่อมประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าว ความกำหนัดแห่งใจนั้นว่าเป็นสังโยชน์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพอใจย่อมเกิด เพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคตอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลปรารภธรรมอันที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ตรึกตรอง ตามด้วยใจ เมื่อเขาปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ตรึกตรองตาม อยู่ด้วยใจ ย่อมเกิดความพอใจ ผู้ที่เกิดความพอใจแล้ว ย่อมประกอบด้วยธรรม เหล่านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวความกำหนัดแห่งใจนั้นว่าเป็นสังโยชน์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะ ในอนาคตอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรม อันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบันอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลปรารภ ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ตรึกตรองตามด้วยใจ เมื่อเขาปรารภ ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ตรึกตรองตามอยู่ด้วยใจ ย่อมเกิดความ พอใจ ผู้ที่เกิดความพอใจแล้ว ย่อมประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวความกำหนัดแห่งใจนั้นว่าเป็นสังโยชน์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพอใจ ย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบันอย่างนี้แล ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้แล เป็นเหตุให้เกิดกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้เป็นเหตุให้เกิดกรรม ๓ อย่างเป็นไฉน คือ ความพอใจย่อม ไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ๑ ความพอใจย่อมไม่ เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ๑ ความพอใจย่อมไม่ เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลรู้ชัดซึ่งวิบากต่อไปของธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะ ในอดีต ครั้นแล้วละเว้นวิบากนั้นเสีย ครั้นแล้วฟอกด้วยใจ เห็นตลอดด้วย ปัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้ง แห่งฉันทราคะในอดีตอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความพอใจย่อมไม่เกิด เพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคตอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลรู้ชัดซึ่งวิบากต่อไปของธรรมอันเป็นที่ตั้งฉันทราคะในอนาคต ครั้นแล้ว ละเว้นวิบากนั้นเสีย ครั้นแล้วฟอกด้วยใจ เห็นตลอดด้วยปัญญา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ความพอใจย่อมไม่เกิด เพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะ ในอนาคตอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภ ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบันอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล รู้ชัดซึ่งวิบากต่อไปของธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ครั้นแล้วละเว้น วิบากนั้นเสีย ครั้นแล้วฟอกด้วยใจ เห็นตลอดด้วยปัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความ พอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้แล เป็นเหตุให้เกิดกรรม ฯ จบสัมโพธิวรรคที่ ๑ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปุพพสูตร ๒. มนุสสสูตร ๓. อัสสาทสูตร ๔. สมณสูตร ๕. โรณสูตร ๖. อติตตสูตร ๗. กูฏสูตรที่ ๑ ๘. กูฏสูตรที่ ๒ ๙. นิทานสูตรที่ ๑ ๑๐. นิทานสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------
๑๑๓ ตีณีมานิ ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย กตมานิ ตีณิ อตีเต ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ อนาคเต ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ ปจฺจุปฺปนฺเน ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ ฯ {๕๕๒.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ อตีเต ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ ตสฺส อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต ฉนฺโท ชายติ ฉนฺทชาโต เตหิ ธมฺเมหิ สํยุตฺโต โหติ เอตาหํ ภิกฺขเว สญฺโญชนํ วทามิ โย เจตโส สาราโค เอวํ โข ภิกฺขเว อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ ฯ {๕๕๒.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ อนาคเต ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ ตสฺส อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต ฉนฺโท ชายติ ฉนฺทชาโต เตหิ ธมฺเมหิ สํยุตฺโต โหติ เอตาหํ ภิกฺขเว สญฺโญชนํ วทามิ โย เจตโส สาราโค เอวํ โข ภิกฺขเว อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ ฯ {๕๕๒.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ ปจฺจุปฺปนฺเน ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต ฉนฺโท ชายติ ฉนฺทชาโต เตหิ ธมฺเมหิ สํยุตฺโต โหติ เอตาหํ ภิกฺขเว สญฺโญชนํ วทามิ โย เจตโส สาราโค เอวํ โข ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย ฯ {๕๕๒.๔} ตีณีมานิ ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย กตมานิ ตีณิ อตีเต ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ อนาคเต ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ ปจฺจุปฺปนฺเน ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ ฯ {๕๕๒.๕} กถญฺจ ภิกฺขเว อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ อตีตานํ ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ อายตึ วิปากํ ปชานาติ อายตึ วิปากํ วิทิตฺวา ตทภินิวชฺเชติ ตทภินิวชฺเชตฺวา เจตสา อภิวิราเชตฺวา ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ เอวํ โข ภิกฺขเว อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ ฯ {๕๕๒.๖} กถญฺจ ภิกฺขเว อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ อนาคตานํ ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ อายตึ วิปากํ ปชานาติ อายตึ วิปากํ วิทิตฺวา ตทภินิวชฺเชติ ตทภินิวชฺเชตฺวา เจตสา อภิวิราเชตฺวา ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ เอวํ โข ภิกฺขเว อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ ฯ {๕๕๒.๗} กถญฺจ ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ ปจฺจุปฺปนฺนานํ ภิกฺขเว ฉนฺทราคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ อายตึ วิปากํ ปชานาติ อายตึ วิปากํ วิทิตฺวา ตทภินิวชฺเชติ ตทภินิวชฺเชตฺวา เจตสา อภิวิราเชตฺวา ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยายาติ ฯ สมฺโพธิวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ ปุพฺเพ มนุสฺเส อสฺสาโท สมโณ โรณปญฺจมํ อติตฺตา เทฺว จ กูฏานิ นิทานา อปเร ทุเวติ ฯ ------------