This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

ปสาทกรธัมมาทิบาลี

Text only · no interpretationข้อ ๒๐๗–๒๔๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต40 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ปสาทกรธัมมาทิบาลี

ปสาทกรธมฺมาทิปาลิ

๒๐๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ความเป็นผู้ ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ความเป็นผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ความเป็นผู้ถือ ทรงไตรจีวร ความเป็นพระธรรมกถึก ความเป็นพระวินัยธร ความเป็นผู้มี พระพุทธพจน์อันได้สดับแล้วมาก ความเป็นผู้มั่นคง อากัปปสมบัติ บริวาร สมบัติ ความเป็นผู้มีบริวารมาก ความเป็นกุลบุตร ความเป็นผู้มีผิวพรรณงาม ความเป็นผู้เจรจาไพเราะ ความเป็นผู้มักน้อย ความเป็นผู้มีอาพาธน้อย นี้เป็นกึ่ง หนึ่งของลาภ ฯ

อทฺธมิทํ ภิกฺขเว ลาภานํ ยทิทํ อารญฺญกตฺตํ ปิณฺฑปาติกตฺตํ ปํสุกูลิกตฺตํ เตจีวริกตฺตํ ธมฺมกถิกตฺตํ วินยธรกตฺตํ พาหุสจฺจํ ถาวเรยฺยํ อากปฺปสมฺปทา ปริวารสมฺปทา มหาปริวารตา กุลปุตฺติ วณฺณโปกฺขรตา กลฺยาณวากฺกรณตา อปฺปิจฺฉตา อปฺปาพาธตาติ ฯ

๒๐๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญปฐมฌานแม้ชั่วกาลเพียงลัด นิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า ก็จะป่วยกล่าวไปไย ถึงผู้กระทำให้มากซึ่งปฐมฌานนั้นเล่า ฯ

อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตํปิ เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปฐมํ ฌานํ ภาเวติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อริตฺตชฺฌาโน วิหรติ สตฺถุสาสนกโร โอวาทปฏิกโร อโมฆํ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชติ โก ปน วาโท เย นํ พหุลีกโรนฺตีติ ฯ

๒๐๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุผู้เจริญทุติยฌานแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้ว มือ ... เจริญตติยฌาน ... เจริญจตุตถฌาน ... เจริญเมตตาเจโตวิมุติ ... เจริญ กรุณาเจโตวิมุติ ... เจริญมุทิตาเจโตวิมุติ ... เจริญอุเบกขาเจโตวิมุติ ... พิจารณากายในกายอยู่ พึงเป็นผู้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลก ... พิจารณาเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ ... พิจารณาจิตในจิต อยู่ ... พิจารณาธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ ... ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภ ความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อไม่ให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น ... ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว ... ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภ ความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น ... ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อความ ตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฝือ เพื่อความมีมาก เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความ บริบูรณ์แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ... เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิ ปธานสังขาร ... เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร ... เจริญอิทธิ บาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร ... เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสา สมาธิปธานสังขาร ... เจริญสัทธินทรีย์ ... เจริญวิริยินทรีย์ ... เจริญสตินทรีย์ ... เจริญสมาธินทรีย์ ... เจริญปัญญินทรีย์ ... เจริญสัทธาพละ ... เจริญวิริยพละ ... เจริญสติพละ ... เจริญสมาธิพละ ... เจริญปัญญาพละ ... เจริญสติสัมโพชฌงค์ ... เจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ... เจริญวิริยสัมโพชฌงค์ ... เจริญปีติสัมโพชฌงค์ เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ... เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ ... เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ... เจริญสัมมาทิฏฐิ ... เจริญสัมมาสังกัปปะ ... เจริญสัมมาวาจา ... เจริญ สัมมากัมมันตะ ... เจริญสัมมาอาชีวะ ... เจริญสัมมาวายามะ ... เจริญสัมมาสติ ... ถ้าภิกษุเจริญสัมมาสมาธิแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่ เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาต ของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งสัมมาสมาธิเล่า ฯ

อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตํปิ เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ทุติยํ ฌานํ ภาเวติ ... ตติยํ ฌานํ ภาเวติ ... จตุตฺถํ ฌานํ ภาเวติ ... เมตฺตํ เจโตวิมุตฺตึ ภาเวติ ... กรุณํ เจโตวิมุตฺตึ ภาเวติ ... มุทิตํ เจโตวิมุตฺตึ ภาเวติ ... อุเปกฺขํ เจโตวิมุตฺตึ ภาเวติ ... กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ... เวทนาสุ เวทนานุปสฺสี วิหรติ ฯเปฯ จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี วิหรติ ฯเปฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ... อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ ... อุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ ... อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ ... อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา อสมฺโมสาย ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ {๒๐๙.๑} ... ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ... วิริยสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ... จิตฺตสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ... วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ... สทฺธินฺทฺริยํ ภาเวติ ... วิริยินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สตินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สมาธินฺทฺริยํ ภาเวติ ... ปญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สทฺธาพลํ ภาเวติ ... วิริยพลํ ภาเวติ ... สติพลํ ภาเวติ ... สมาธิพลํ ภาเวติ ... ปญฺญาพลํ ภาเวติ ... สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... วิริยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... ปีติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... ปสฺสทฺธิ- สมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... อุเปกฺขา- สมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ ... สมฺมาสงฺกปฺปํ ภาเวติ ... สมฺมาวาจํ ภาเวติ ... สมฺมากมฺมนฺตํ ภาเวติ ... สมฺมาอาชีวํ ภาเวติ ... สมฺมาวายามํ ภาเวติ ... สมฺมาสตึ ภาเวติ ... สมฺมาสมาธึ ภาเวติ ...

๒๑๐

ภิกษุผู้มีความเข้าใจรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ย่อมเยา มี วรรณะดีหรือวรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจ เช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหิน ห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาต ของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งความเข้าใจนั้น เล่า ฯ

อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๑

ภิกษุผู้มีความเข้าใจในรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ไม่มี ประมาณ มีวรรณะดีหรือมีวรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้ แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๒

ภิกษุผู้มีความเข้าใจในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ย่อมเยา มีวรรณะดีหรือวรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความ เข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๓

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ไม่มีประมาณ มีวรรณะดีหรือมีวรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความ เข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๔

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่เขียว มีสี เขียว เปรียบด้วยของเขียว มีแสงเขียวเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้ แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ นีลานิ นีลวณฺณานิ นีลนิทสฺสนานิ นีลนิภาสานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๕

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่เหลือง มีสี เหลือง เปรียบด้วยของเหลือง มีแสงเหลืองเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสีย ได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปีตานิ ปีตวณฺณานิ ปีตนิทสฺสนานิ ปีตนิภาสานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๖

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีแสงแดงเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความ เข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ โลหิตกานิ โลหิตกวณฺณานิ โลหิตกนิทสฺสนานิ โลหิตกนิภาสานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ...

๒๑๗

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีแสงขาวเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มี ความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ... ภิกษุผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ โอทาตานิ โอทาตวณฺณานิ โอทาตนิทสฺสนานิ โอทาตนิภาสานิ ตานิ อภิภุยฺย ชานามิ ปสฺสามีติ เอวํ สญฺญี โหติ ... รูปี รูปานิ ปสฺสติ ...

๒๑๘

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน ย่อมเห็นรูปภายนอก ... ภิกษุ ย่อมเป็นผู้น้อมใจไปว่างามเท่านั้น ... ฯ

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ... สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหติ ...

๒๑๙

ภิกษุบรรลุอากาสานัญจายตนฌาน โดยมนสิการว่า อากาศไม่มี ที่สุด เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะดับปฏิฆสัญญาเสียได้ เพราะ ไม่ใส่ใจซึ่งสัญญาต่างๆ อยู่ ... ฯ

สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา อนนฺโต อากาโสติ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ...

๒๒๐

ภิกษุก้าวล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวงแล้ว ได้ บรรลุวิญญาณัญจายตนฌานโดยมนสิการว่า วิญญาณไม่มีที่สุด ... ฯ

สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม อนนฺตํ วิญฺญาณนฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ...

๒๒๑

ภิกษุก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวงแล้ว ได้บรรลุอากิญจัญญายตนฌานโดยมนสิการว่า สิ่งอะไรไม่มี ... ฯ

สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ...

๒๒๒

ภิกษุก้าวล่วงอากิญจัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวงแล้ว ได้บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ... ฯ

สพฺพโส อากิญฺจญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ...

๒๒๓

ภิกษุก้าวล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวง แล้ว ได้บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ ... ฯ

สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ...

๒๒๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญปฐวีกสิณแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้ว มือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึง ผู้กระทำให้มากซึ่งปฐวีกสิณนั้นเล่า ถ้าภิกษุเจริญอาโปกสิณ ... เจริญเตโชกสิณ ... เจริญวาโยกสิณ ... เจริญนีลกสิณ ... เจริญปีตกสิณ ... เจริญโลหิตกสิณ ... เจริญโอทาตกสิณ ... เจริญอากาสกสิณ ... เจริญวิญญาณกสิณ ... เจริญอสุภสัญญา ... เจริญมรณ- *สัญญา ... เจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา ... เจริญสัพพโลเกอนภิรตสัญญา ... เจริญอนิจจ สัญญา ... เจริญอนิจเจทุกขสัญญา ... เจริญทุกเขอนัตตสัญญา ... เจริญปหาน สัญญา ... เจริญวิราคสัญญา ... เจริญนิโรธสัญญา ... เจริญอนิจจสัญญา ... เจริญอนัตตสัญญา ... เจริญมรณะสัญญา ... เจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา ... เจริญ สัพพโลเกอนภิรตสัญญา ... เจริญอัฏฐิกสัญญา ... เจริญปุฬุวกสัญญา ... เจริญวินีลกสัญญา ... เจริญวิจฉิททกสัญญา ... เจริญอุทธุมาตกสัญญา ... เจริญ พุทธานุสสติ ... เจริญธัมมานุสสติ ... เจริญสังฆานุสสติ ... เจริญสีลานุสสติ ... เจริญจาคานุสสติ ... เจริญเทวตานุสสติ ... เจริญอานาปานสติ ... เจริญมรณ สติ ... เจริญกายคตาสติ ... เจริญอุปสมานุสสติ ... เจริญสัทธินทรีย์ อัน สหรคตด้วยปฐมฌาน ... เจริญวิริยินทรีย์ ... เจริญสตินทรีย์ ... เจริญสมาธินทรีย์ ... เจริญปัญญินทรีย์ ... เจริญสัทธาพละ ... เจริญวิริยพละ ... เจริญสติ พละ ... เจริญสมาธิพละ ... เจริญปัญญาพละ ... เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคต ด้วยทุติยฌาน ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยตติยฌาน ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์ อันสหรคตด้วยจตุตถฌาน ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยเมตตา ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคด้วยกรุณา ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยมุทิตา ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยอุเบกขา ... เจริญวิริยินทรีย์ ... เจริญ สตินทรีย์ ... เจริญสมาธินทรีย์ ... เจริญปัญญินทรีย์ ... เจริญสัทธาพละ ... เจริญ วิริยพละ ... เจริญสติพละ ... เจริญสมาธิพละ ... เจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียง ลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึง ผู้กระทำให้มากซึ่งปัญญาพละ อันสหรคตด้วยอุเบกขาเล่า ฯ

ปฐวีกสิณํ ภาเวติ ... อาโปกสิณํ ภาเวติ ... เตโชกสิณํ ภาเวติ ... วาโยกสิณํ ภาเวติ ... นีลกสิณํ ภาเวติ ... ปีตกสิณํ ภาเวติ ... โลหิตกสิณํ ภาเวติ ... โอทาตกสิณํ ภาเวติ ... อากาสกสิณํ ภาเวติ ... วิญฺญาณกสิณํ ภาเวติ ... อสุภสญฺญํ ภาเวติ ... มรณสญฺญํ ภาเวติ ... อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญํ ภาเวติ ... สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญํ ภาเวติ ... อนิจฺจสญฺญํ ภาเวติ ... อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญํ ภาเวติ ... ทุกฺเข อนตฺตสญฺญํ ภาเวติ ... ปหานสญฺญํ ภาเวติ ... วิราคสญฺญํ ภาเวติ ... นิโรธสญฺญํ ภาเวติ ... อนิจฺจสญฺญํ ภาเวติ ... อนตฺตสญฺญํ ภาเวติ ... มรณสญฺญํ ภาเวติ ... อาหาเร ปฏิกฺกูลสญฺญํ ภาเวติ ... สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญํ ภาเวติ ... อฏฺฐิกสญฺญํ ภาเวติ ... ปุฬวกสญฺญํ ภาเวติ ... วินีลกสญฺญํ ภาเวติ ... วิจฺฉิทฺทกสญฺญํ ภาเวติ ... อุทฺธุมาตกสญฺญํ ภาเวติ ... {๒๒๔.๑} พุทฺธานุสฺสตึ ภาเวติ ... ธมฺมานุสฺสตึ ภาเวติ ... สงฺฆานุสฺสตึ ภาเวติ ... สีลานุสฺสตึ ภาเวติ ... จาคานุสฺสตึ ภาเวติ ... เทวตานุสฺสตึ ภาเวติ ... อานาปานสติ ภาเวติ ... มรณสตึ ภาเวติ ... กายคตาสตึ ภาเวติ ... อุปสมานุสฺสตึ ภาเวติ ... ปฐมชฺฌานสหคตํ สทฺธินฺทฺริยํ ภาเวติ ... วิริยินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สตินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สมาธินฺทฺริยํ ภาเวติ ... ปญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สทฺธาพลํ ภาเวติ ... วิริยพลํ ภาเวติ ... สติพลํ ภาเวติ ... สมาธิพลํ ภาเวติ ... ปญฺญาพลํ ภาเวติ ... ทุติยชฺฌานสหคตํ ฯเปฯ ตติยชฺฌานสหคตํ ฯเปฯ จตุตฺถชฺฌานสหคตํ ฯเปฯ เมตฺตาสหคตํ ฯเปฯ กรุณาสหคตํ ฯเปฯ มุทิตาสหคตํ ฯเปฯ อุเปกฺขาสหคตํ สทฺธินฺทฺริยํ ภาเวติ ... วิริยินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สตินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สมาธินฺทฺริยํ ภาเวติ ... ปญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ ... สทฺธาพลํ ภาเวติ ... วิริยพลํ ภาเวติ ... สติพลํ ภาเวติ ... สมาธิพลํ ภาเวติ ... ปญฺญาพลํ ภาเวติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อริตฺตชฺฌาโน วิหรติ สตฺถุสาสนกโร โอวาทปฏิกโร อโมฆํ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชติ โก ปน วาโท เย นํ พหุลีกโรนฺตีติ ฯ

๒๒๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว กุศลธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นไปในส่วนวิชชา ย่อมหยั่ง ลงในภายในของภิกษุนั้น เปรียบเหมือนมหาสมุทรอันผู้ใดผู้หนึ่งถูกต้องด้วยใจแล้ว แม่น้ำน้อยสายใดสายหนึ่งซึ่งไหลไปสู่สมุทร ย่อมหยั่งลงในภายในของผู้นั้น ฉะนั้น

ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว มหาสมุทฺโท เจตสา ผุโฏ อนฺโตคธา ตสฺส กุนฺนทิโย ยากาจิ สมุทฺทงฺคมา เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺส กสฺสจิ กายคตาสติ ภาวิตา พหุลีกตา อนฺโตคธา ตสฺส กุสลา ธมฺมา เยเกจิ วิชฺชาภาคิยาติ ฯ

๒๒๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมข้อหนึ่งซึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้ มากแล้ว เป็นไปเพื่อความสังเวชใหญ่ เป็นไปเพื่อประโยชน์ใหญ่ เป็นไปเพื่อ ความเกษมจากโยคะใหญ่ เป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะ เป็นไปเพื่อได้ญาณ ทัสสนะ เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน เป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งผล คือวิชชา และวิมุตติ ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร คือกายคตาสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมข้อ หนึ่งนี้แลบุคคลอบรมแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความสังเวชใหญ่ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ใหญ่ ย่อมเป็นไปเพื่อความเกษมจากโยคะใหญ่ ย่อม เป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ญาณทัสสนะ ย่อมเป็นไปเพื่อ อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งผล คือ วิชชาและวิมุตติ ฯ

เอกธมฺโม ภิกฺขเว ภาวิโต พหุลีกโต มหโต สํเวคาย สํวตฺตติ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ มหโต โยคกฺเขมาย สํวตฺตติ สติสมฺปชญฺญาย สํวตฺตติ ญาณทสฺสนปฏิลาภาย สํวตฺตติ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาราย สํวตฺตติ วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ กตโม เอกธมฺโม กายคตาสติ อยํ โข ภิกฺขเว เอกธมฺโม ภาวิโต พหุลีกโต มหโต สํเวคาย สํวตฺตติ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ มหโต โยคกฺเขมาย สํวตฺตติ สติสมฺปชญฺญาย สํวตฺตติ ญาณทสฺสนปฏิลาภาย สํวตฺตติ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาราย สํวตฺตติ วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตตีติ ฯ

๒๒๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำ ให้มากแล้ว แม้กายก็สงบ แม้จิตก็สงบ แม้วิตกวิจารก็สงบธรรมที่เป็นไปในส่วน แห่งวิชชาแม้ทั้งสิ้น ก็ถึงความเจริญบริบูรณ์ ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร คือ กาย- *คตาสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มาก แล้ว แม้กายก็สงบ แม้จิตก็สงบ แม้วิตกวิจารก็สงบ ธรรมที่เป็นไปในส่วน แห่งวิชชาแม้ทั้งสิ้นก็ถึงความเจริญบริบูรณ์ ฯ

เอกธมฺเม ภิกฺขเว ภาวิเต พหุลีกเต กาโยปิ ปสฺสมฺภติ จิตฺตํปิ ปสฺสมฺภติ วิตกฺกวิจาราปิ วูปสมฺมนฺติ เกวลาปิ วิชฺชาภาคิยา ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ กตมสฺมึ เอกธมฺเม กายคตาสติยา อิมสฺมึ โข ภิกฺขเว เอกธมฺเม ภาวิเต พหุลีกเต กาโยปิ ปสฺสมฺภติ จิตฺตํปิ ปสฺสมฺภติ วิตกฺกวิจาราปิ วูปสมฺมนฺติ เกวลาปิ วิชฺชาภาคิยา ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตีติ ฯ

๒๒๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้ มากแล้ว อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมไม่เกิดขึ้นได้เลย และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้น แล้ว ย่อมละเสียได้ ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร คือ กายคตาสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว อกุศลธรรมที่ยังไม่ เกิด ย่อมไม่เกิดขึ้นได้เลย และอกุศลธรรมขึ้นแล้ว ย่อมละเสียได้ ฯ

เอกธมฺเม ภิกฺขเว ภาวิเต พหุลีกเต อนุปฺปนฺนา เจว อกุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺติ กตมสฺมึ เอกธมฺเม กายคตาสติยา อิมสฺมึ โข ภิกฺขเว เอกธมฺเม ภาวิเต พหุลีกเต อนุปฺปนฺนา เจว อกุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺตีติ ฯ

๒๒๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้วทำให้มาก แล้ว กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็น ไปเพื่อความเจริญ ไพบูลย์ยิ่ง ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร คือกายคตาสติ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว กุศล ธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อ ความเจริญ ไพบูลย์ยิ่ง ฯ

เอกธมฺเม ภิกฺขเว ภาวิเต พหุลีกเต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตติ กตมสฺมึ เอกธมฺเม กายคตาสติยา อิมสฺมึ โข ภิกฺขเว เอกธมฺเม ภาวิเต พหุลีกเต อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ

๒๓๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำ ให้มากแล้ว ย่อมละอวิชชาเสียได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น ย่อมละอัสมิมานะเสียได้ อนุสัยย่อมถึงความเพิกถอน ย่อมละสังโยชน์เสียได้ ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร คือ กายคตาสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำ ให้มากแล้ว ย่อมละอวิชชาเสียได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น ย่อมละอัสมิมานะเสียได้ อนุสัยย่อมถึงความเพิกถอน ย่อมละสังโยชน์เสียได้ ฯ

เอกธมฺม ภิกฺขเว ภาวิเต พหุลีกเต อวิชฺชา ปหียติ วิชฺชา อุปฺปชฺชติ อสฺมิมาโน ปหียติ อนุสยา สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ สญฺโญชนา ปหียนฺติ กตมสฺมึ เอกธมฺเม กายคตาสติยา อิมสฺมึ โข ภิกฺขเว เอกธมฺเม ภาวิเต พหุลีกเต อวิชฺชา ปหียติ วิชฺชา อุปฺปชฺชติ อสฺมิมาโน ปหียติ อนุสยา สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ สญฺโญชนา ปหียนฺตีติ ฯ

๒๓๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้ มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความแตกฉานแห่งปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่ออนุปาทา ปรินิพพาน ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร คือกายคตาสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมข้อ หนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความแตกฉาน แห่งปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน ฯ

เอกธมฺโม ภิกฺขเว ภาวิโต พหุลีกโต ปญฺญาปฺปเภทาย สํวตฺตติ อนุปาทาปรินิพฺพานาย สํวตฺตติ กตโม เอกธมฺโม กายคตาสติ อยํ โข ภิกฺขเว เอกธมฺโม ภาวิโต พหุลีกโต ปญฺญาปฺปเภทาย สํวตฺตติ อนุปาทาปรินิพฺพานาย สํวตฺตตีติ ฯ

๒๓๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้ มากแล้ว ย่อมมีการแทงตลอดธาตุมากหลาย ย่อมมีการแทงตลอดธาตุต่างๆ ย่อม มีความแตกฉานในธาตุมากหลาย ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร คือ กายคตาสติ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อม มีการแทงตลอดธาตุมากหลาย ย่อมมีการแทงตลอดธาตุต่างๆ ย่อมมีความแตก ฉานในธาตุมากหลาย ฯ

เอกธมฺเม ภิกฺขเว ภาวิเต พหุลีกเต อเนกธาตุปฏิเวโธ โหติ นานาธาตุปฏิเวโธ โหติ อเนกธาตุปฏิสมฺภิทา โหติ กตมสฺมึ เอกธมฺเม กายคตาสติยา อิมสฺมึ โข ภิกฺขเว เอกธมฺเม ภาวิเต พหุลีกเต อเนกธาตุปฏิเวโธ โหติ นานาธาตุปฏิเวโธ โหติ อเนกธาตุปฏิสมฺภิทา โหตีติ ฯ

๒๓๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้ มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำสกทาคามิผล ให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร คือ กายคตาสติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง ย่อม เป็นไปเพื่อทำสกทาคามิผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง ย่อม เป็นไปเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง ฯ

เอกธมฺโม ภิกฺขเว ภาวิโต พหุลีกโต โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ อรหตฺตผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ กตโม เอกธมฺโม กายคตาสติ อยํ โข ภิกฺขเว เอกธมฺโม ภาวิโต พหุลีกโต โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ อรหตฺตผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตตีติ ฯ

๒๓๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้ มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญแห่งปัญญา ย่อม เป็นไปเพื่อความไพบูลย์แห่งปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาใหญ่ ย่อม เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญามาก ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาไพบูลย์ ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาลึกซึ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญา สามารถยิ่ง ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญากว้างขวาง ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็น ผู้มากด้วยปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาว่องไว ย่อมเป็นไปเพื่อความ เป็นผู้มีปัญญาเร็ว ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาร่าเริง ย่อมเป็นไปเพื่อความ เป็นผู้มีปัญญาแล่น ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาคม ย่อมเป็นไปเพื่อความ เป็นผู้มีปัญญาชำแรกกิเลส ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร คือ กายคตาสติ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป เพื่อได้ปัญญา ... ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาชำแรกกิเลส ฯ

เอกธมฺโม ภิกฺขเว ภาวิโต พหุลีกโต ปญฺญาปฏิลาภาย สํวตฺตติ ปญฺญาวุฑฺฒิยา สํวตฺตติ ปญฺญาเวปุลฺลาย สํวตฺตติ มหาปญฺญตาย สํวตฺตติ ปุถุปญฺญตาย สํวตฺตติ วิปุลปญฺญตาย สํวตฺตติ คมฺภีรปญฺญตาย สํวตฺตติ อสมตฺถปญฺญตาย สํวตฺตติ ภูริปญฺญตาย สํวตฺตติ ปญฺญาพาหุลฺลาย สํวตฺตติ สีฆปญฺญตาย สํวตฺตติ ลหุปญฺญตาย สํวตฺตติ หาสปญฺญตาย สํวตฺตติ ชวนปญฺญตาย สํวตฺตติ ติกฺขปญฺญตาย สํวตฺตติ นิพฺเพธิกปญฺญตาย สํวตฺตติ กตโม เอกธมฺโม กายคตาสติ อยํ โข ภิกฺขเว เอกธมฺโม ภาวิโต พหุลีกโต ปญฺญาปฏิลาภาย สํวตฺตติ ปญฺญาวุฑฺฒิยา สํวตฺตติ ปญฺญาเวปุลฺลาย สํวตฺตติ มหาปญฺญตาย สํวตฺตติ ปุถุปญฺญตาย สํวตฺตติ วิปุลปญฺญตาย สํวตฺตติ คมฺภีรปญฺญตาย สํวตฺตติ อสมตฺถปญฺญตาย สํวตฺตติ ภูริปญฺญตาย สํวตฺตติ ปญฺญาพาหุลฺลาย สํวตฺตติ สีฆปญฺญตาย สํวตฺตติ ลหุปญฺญตาย สํวตฺตติ หาสปญฺญตาย สํวตฺตติ ชวนปญฺญตาย สํวตฺตติ ติกฺขปญฺญตาย สํวตฺตติ นิพฺเพธิกปญฺญตาย สํวตฺตตีติ ฯ

๒๓๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดไม่บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่า นั้นชื่อว่าย่อมไม่บริโภคอมตะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดบริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่าย่อมบริโภคอมตะ ฯ

อมตนฺเต ภิกฺขเว น ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ น ปริภุญฺชนฺติ ฯ อมตนฺเต ภิกฺขเว ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตีติ ฯ

๒๓๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่บริโภคแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่บริโภคแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชน เหล่าใดบริโภคแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นบริโภคแล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อปริภุตฺตํ เยสํ กายคตาสติ อปริภุตฺตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว ปริภุตฺตํ เยสํ กายคตาสติ ปริภุตฺตาติ ฯ

๒๓๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติของชนเหล่าใดเสื่อมแล้ว อมตะ ของชนเหล่านั้นชื่อว่าเสื่อมแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติของชนเหล่าใดไม่ เสื่อมแล้ว อมตะของชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่เสื่อมแล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว ปริหีนํ เยสํ กายคตาสติ ปริหีนา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อปริหีนํ เยสํ กายคตาสติ อปริหีนาติ ฯ

๒๓๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดเบื่อแล้ว อมตะ ชื่อว่าอันชนเหล่านั้นเบื่อแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดชอบใจ แล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นชอบใจแล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว วิรทฺธํ เยสํ กายคตาสติ วิรทฺธา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อารทฺธํ เยสํ กายคตาสติ อารทฺธาติ ฯ

๒๓๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดประมาทกายคตาสติ ชนเหล่านั้น ชื่อว่าประมาทอมตะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดไม่ประมาทกายคตาสติ ชน เหล่านั้นชื่อว่าไม่ประมาทอมตะ ฯ

อมตนฺเต ภิกฺขเว ปมาทึสุ เย กายคตาสตึ ปมาทึสุ ฯ อมตนฺเต ภิกฺขเว น ปมาทึสุ เย กายคตาสตึ น ปมาทึสูติ ฯ

๒๔๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดหลงลืม อมตะชื่อ ว่าอันชนเหล่านั้นหลงลืม ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่หลงลืม อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่หลงลืม ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว ปมุฏฺฐํ เยสํ กายคตาสติ ปมุฏฺฐา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อปฺปมุฏฺฐํ เยสํ กายคตาสติ อปฺปมุฏฺฐาติ ฯ

๒๔๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่ซ่องเสพแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่ซ่องเสพแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชน เหล่าใดซ่องเสพแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นซ่องเสพแล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อนาเสวิตํ เยสํ กายคตาสติ อนาเสวิตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อาเสวิตํ เยสํ กายคตาสติ อาเสวิตาติ ฯ

๒๔๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่เจริญแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่เจริญแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่า ใดเจริญแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นเจริญแล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อภาวิตํ เยสํ กายคตาสติ อภาวิตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว ภาวิตํ เยสํ กายคตาสติ ภาวิตาติ ฯ

๒๔๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่ทำให้มากแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่ทำให้มากแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชน เหล่าใดทำให้มากแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นทำให้มากแล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อพหุลีกตํ เยสํ กายคตาสติ อพหุลีกตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว พหุลีกตํ เยสํ กายคตาสติ พหุลีกตาติ ฯ

๒๔๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่รู้ด้วยปัญญาอัน ยิ่ง อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่รู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติ อันชนเหล่าใดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อนภิญฺญาตํ เยสํ กายคตาสติ อนภิญฺญาตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อภิญฺญาตํ เยสํ กายคตาสติ อภิญฺญาตาติ ฯ

๒๔๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่กำหนดรู้แล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่กำหนดรู้แล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชน เหล่าใดกำหนดรู้แล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นกำหนดรู้แล้ว ฯ

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อปริญฺญาตํ เยสํ กายคตาสติ อปริญฺญาตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว ปริญฺญาตํ เยสํ กายคตาสติ ปริญฺญาตาติ ฯ

๒๔๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่ทำให้แจ้งแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่ทำให้แจ้งแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันชน เหล่าใดทำให้แจ้งแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นทำให้แจ้งแล้ว ฯ เอกนิบาต ๑,๐๐๐ สูตร จบบริบูรณ์

อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว อสจฺฉิกตํ เยสํ กายคตาสติ อสจฺฉิกตา ฯ อมตนฺเตสํ ภิกฺขเว สจฺฉิกตํ เยสํ กายคตาสติ สจฺฉิกตาติ ฯ -------------- เอกนิปาตสฺส สุตฺตสหสฺสํ สมตฺตํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย