This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

พาลวรรค

Text only · no interpretationข้อ ๓๔๓–๓๖๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต20 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

๓๔๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่นำเอาภาระที่ยังไม่มาถึงไป ๑ คนที่ไม่นำเอาภาระที่มาถึงไป ๑ ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๙๗ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อนาคตํ ภารํ วหติ โย จ อาคตํ ภารํ น วหติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ

๓๔๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่นำภาระที่มาถึงไป ๑ คนที่ไม่นำเอาภาระที่ยังไม่มาถึงไป ๑ ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๙๘ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อาคตํ ภารํ วหติ โย จ อนาคตํ ภารํ น วหติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ

๓๔๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๙๙ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ

๓๔๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๑ คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๐ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ

๓๔๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติใน ข้อที่เป็นอาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๑ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ

๓๔๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติใน ข้อที่เป็นอาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๒ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ

๓๔๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมใน ข้อที่เป็นธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๓ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ

๓๕๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมใน ข้อที่เป็นธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ

๓๕๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อ ที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๕ เทฺวเม ภิกฺขเว พาลา กตเม เทฺว โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว พาลาติ ฯ

๓๕๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๖ เทฺวเม ภิกฺขเว ปณฺฑิตา กตเม เทฺว โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปณฺฑิตาติ ฯ

๓๕๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ ผู้ที่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๑ ผู้ที่ไม่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๗ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ นกุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๕๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ ผู้ที่ไม่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๑ ผู้ที่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๘ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ นกุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๕๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๐๙ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๕๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าควร ในของที่ควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๑๐ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๕๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็น อาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก นี้แล ฯ

๑๑๑ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๕๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ ๑ ผู้ที่ เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญ แก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๑๒ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๕๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็น ธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก นี้แล ฯ

๑๑๓ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๖๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม ๑ ผู้ที่เข้าใจ ว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๑๔ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๖๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวก เป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัย ในข้อที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ

๑๑๕ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา วฑฺฒนฺตีติ ฯ

๓๖๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ ผู้ที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย ๑ ผู้ที่เข้าใจ ว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล ฯ จบพาลวรรคที่ ๕ จบทุติยปัณณาสก์ -----------------------------------------------------

๑๑๖ ทฺวินฺนํ ภิกฺขเว อาสวา น วฑฺฒนฺติ กตเมสํ ทฺวินฺนํ โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ อาสวา น วฑฺฒนฺตีติ ฯ พาลวคฺโค ปญฺจโม ฯ ทุติโย ปณฺณาสโก สมตฺโต ฯ -----------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย