พระสูตรที่ไม่จัดเข้าในปัณณาสก์
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต พระสูตรที่ไม่จัดเข้าในปัณณาสก์
ปณฺณาสกาสงฺคหิตา สุตฺตนฺตา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความโกรธ ๑ ความผูกโกรธไว้ ๑ ... ความลบหลู่คุณท่าน ๑ ความตีเสมอ ๑ ... ความริษยา ๑ ความตระหนี่ ๑ ... มายา ๑ โอ้อวด ๑ ... ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๗๙ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว โกโธ จ อุปนาโห ... มกฺโข จ ปฬาโส จ ... อิสฺสา จ มจฺฉริยญฺจ ... มายา จ สาเถยฺยญฺจ ... อหิริกญฺจ อโนตฺตปฺปญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ ... ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความ ไม่ตีเสมอ ๑ ... ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ ... ความไม่มายา ๑ ความ ไม่โอ้อวด ๑ ... หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๘๐ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กตเม เทฺว อกฺโกโธ จ อนุปนาโห จ ... อมกฺโข จ อปฬาโส จ ... อนิสฺสา จ อมจฺฉริยญฺจ ... อมายา จ อสาเถยฺยญฺจ ... หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ ย่อม อยู่เป็นทุกข์ ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความโกรธ ๑ ความผูกโกรธไว้ ๑ ... ลบหลู่คุณท่าน ๑ ตีเสมอ ๑ ... ความริษยา ๑ ความตระหนี่ ๑ ... มายา ๑ โอ้อวด ๑ ... ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ฯ
๑๘๑ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ทุกฺขํ วิหรติ กตเมหิ ทฺวีหิ โกเธน จ อุปนาเหน จ ... มกฺเขน จ ปฬาเสน จ ... อิสฺสาย จ มจฺฉริเยน จ ... มายาย จ สาเถยฺเยน จ ... อหิริเกน จ อโนตฺตปฺเปน จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ทุกฺขํ วิหรตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ ย่อม อยู่เป็นสุข ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธ ไว้ ๑ ... ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ ... ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ ... ความไม่มายา ๑ ความไม่โอ้อวด ๑ ... หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ย่อมอยู่เป็นสุข ฯ
๑๘๒ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุขํ วิหรติ กตเมหิ ทฺวีหิ อกฺโกเธน จ อนุปนาเหน จ ... อมกฺเขน จ อปฬาเสน จ ... อนิสฺสาย จ อมจฺฉริเยน จ ... อมายาย จ อสาเถยฺเยน จ ... หิริยา จ โอตฺตปฺเปน จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุขํ วิหรตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ เป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ ภิกษุที่ยังเป็นเสขะ ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความโกรธ ๑ ความผูกโกรธ ไว้ ๑ ... ความลบหลู่คุณท่าน ๑ ความตีเสมอ ๑ ... ความริษยา ๑ ความตระหนี่ ๑ ... มายา ๑ โอ้อวด ๑ ... ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุที่ยังเป็นเสขะ ฯ
๑๘๓ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม เทฺว โกโธ จ อุปนาโห จ ... มกฺโข จ ปฬาโส จ ... อิสฺสา จ มจฺฉริยญฺจ ... มายา จ สาเถยฺยญฺจ ... อหิริกญฺจ อโนตฺตปฺปญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่ เสื่อมแก่ภิกษุที่ยังเป็นเสขะ ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ ผูกโกรธไว้ ๑ ... ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ ... ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ ... ความไม่มายา ๑ ความไม่โอ้อวด ๑ ... หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุที่ ยังเป็นเสขะ ฯ
๑๘๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน อปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม เทฺว อกฺโกโธ จ อนุปนาโห จ ... อมกฺโข จ อปฬาโส จ ... อนิสฺสา จ อมจฺฉริยญฺจ ... อมายา จ อสาเถยฺยญฺจ ... หิริ จ โอตฺตปฺปญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน อปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการตั้งอยู่ ในนรกเหมือนดังถูกนำมาฝังไว้ ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความโกรธ ๑ ความผูกโกรธไว้ ๑ ... ความลบหลู่คุณท่าน ๑ ความตีเสมอ ๑ ... ความริษยา ๑ ความตระหนี่ ๑ ... มายา ๑ โอ้อวด ๑ ... ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ตั้งอยู่ในนรก เหมือนถูกนำมาฝังไว้ ฯ
๑๘๕ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ ทฺวีหิ โกเธน จ อุปนาเหน จ ... มกฺเขน จ ปฬาเสน จ ... อิสฺสาย จ มจฺฉริเยน จ ... มายาย จ สาเถยฺเยน จ ... อหิริเกน จ อโนตฺตปฺเปน จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ ตั้งอยู่ ในสวรรค์เหมือนดังถูกนำมาตั้งลงไว้ ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความไม่ โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ ... ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ ... ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ ... ไม่มายา ๑ ไม่โอ้อวด ๑ ... หิริ ๑ โอต- *ตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แล ตั้งอยู่ใน สวรรค์เหมือนถูกนำมาตั้งลงไว้ ฯ
๑๘๖ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค กตเมหิ ทฺวีหิ อกฺโกเธน จ อนุปนาเหน จ ... อมกฺเขน จ อปฬาเสน จ ... อนิสฺสาย จ อมจฺฉริเยน จ ... อมายาย จ อสาเถยฺเยน จ ... หิริยา จ โอตฺตปฺเปน จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่าง เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความโกรธ ๑ ความผูกโกรธไว้ ๑ ... ความลบหลู่คุณ ท่าน ๑ ความตีเสมอ ๑ ... ความริษยา ๑ ความตระหนี่ ๑ ... มายา ๑ โอ้อวด ๑ ... ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แล เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
๑๘๗ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ กตเมหิ ทฺวีหิ โกเธน จ อุปนาเหน จ ... มกฺเขน จ ปฬาเสน จ ... ... อิสฺสาย จ มจฺฉริเยน จ ... มายาย จ สาเถยฺเยน จ ... อหิริเกน จ อโนตฺตปฺเปน จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ประกอบ ด้วยธรรม ๒ อย่าง เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ ... ความไม่ลบหลู่ คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ ... ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ ... ไม่ มายา ๑ ไม่โอ้อวด ๑ ... หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคน ในโลกนี้ ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แล เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์ ฯ
๑๘๘ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ กตเมหิ ทฺวีหิ อกฺโกเธน จ อนุปนาเหน จ ... อมกฺเขน จ อปฬาเสน จ ... อนิสฺสาย จ อมจฺฉริเยน จ ... อมายาย จ อสาเถยฺเยน จ ... หิริยา จ โอตฺตปฺเปน จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้เป็นอกุศล ... ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้เป็นกุศล ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ มีโทษ ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ไม่มีโทษ ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้มีทุกข์เป็นกำไร ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้มีสุขเป็น กำไร ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้มีทุกข์เป็นวิบาก ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้มีสุขเป็นวิบาก ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้เป็นไปกับ ด้วยความเบียดเบียน ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ไม่มีความเบียดเบียน ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ ... ความ ไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ ... ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ ... ไม่มายา ๑ ไม่โอ้อวด ๑ ... หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ไม่มีความเบียดเบียน ฯ
๑๘๙ เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา อกุสลา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา กุสลา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา สาวชฺชา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา อนวชฺชา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา ทุกฺขุทฺรยา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา สุขุทฺรยา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา ทุกฺขวิปากา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา สุขวิปากา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา สพฺยาปชฺฌา ... เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา อพฺยาปชฺฌา กตเม เทฺว อกฺโกโธ จ อนุปนาโห จ ... อมกฺโข จ อปฬาโส จ ... อนิสฺสา จ อมจฺฉริยญฺจ ... อมายา จ อสาเถยฺยญฺจ ... หิริ จ โอตฺตปฺปญฺจ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ธมฺมา อพฺยาปชฺฌาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่าง นี้ พระตถาคตจึงทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก อำนาจประโยชน์ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ เพื่อความดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ ... เพื่อความข่มบุคคล ผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ ... เพื่อป้องกันอาสวะอัน จักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้อง กันเวรอันจักเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดเวรอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อ ป้องกันโทษอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดโทษอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้องกันภัยอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดภัยอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้องกันอกุศลธรรมอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอกุศลธรรมอันจัก บังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่ออนุเคราะห์แก่คฤหัสถ์ ๑ เพื่อเข้าไปตัดรอนฝักฝ่ายของ ภิกษุผู้มีความปรารถนาลามก ๑ ... เพื่อความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อ ความเลื่อมใสยิ่งของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ๑ ... เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างนี้แล พระตถาคตจึงได้ทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก ฯ
๑๙๐ เทฺวเม ภิกฺขเว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ กตเม เทฺว สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆผาสุตาย ... ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ เวรานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ เวรานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ วชฺชานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ วชฺชานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ ภยานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ ภยานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิฆาตาย ... คิหีนํ อนุกมฺปาย ปาปิจฺฉานํ ปกฺขุปจฺเฉทาย ... อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ... สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่าง นี้ พระตถาคตจึงทรงบัญญัติปาติโมกข์แก่สาวก ... ทรงบัญญัติปาติโมกข์ขุทเทส ... ทรงบัญญัติการตั้งปาติโมกข์ ... ทรงบัญญัติปวารณา ... ทรงบัญญัติการตั้งปวารณา ... ทรงบัญญัติตัชชนียกรรม ... ทรงบัญญัตินิยัสสกรรม ... ทรงบัญญัติปัพพาชนียกรรม ... ทรงบัญญัติปฏิสารณียกรรม ... ทรงบัญญัติอุกเขปนียกรรม ... ทรงบัญญัติการ ให้ปริวาส ... ทรงบัญญัติการชักเข้าหาอาบัติเดิม ... ทรงบัญญัติการให้มานัต ... ทรงบัญญัติอัพภาน ... ทรงบัญญัติการเรียกเข้าหมู่ ... ทรงบัญญัติการขับออกจากหมู่ ... ทรงบัญญัติการอุปสมบท ... ทรงบัญญัติญัตติกรรม ... ทรงบัญญัติญัตติทุติยกรรม ... ทรงบัญญัติญัตติจตุตถกรรม ... ทรงบัญญัติสิกขาบทที่ยังไม่ได้ทรงบัญญัติ ... ทรงบัญญัติเพิ่มเติมในสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว ... ทรงบัญญัติสัมมุขาวินัย ... ทรงบัญญัติสติวินัย ... ทรงบัญญัติอมุฬหวินัย ... ทรงบัญญัติปฏิญญาตกรณะ ... ทรงบัญญัติเยภุยยสิกา ... ทรงบัญญัติตัสสปาปิยสิกา ... ทรงบัญญัติติณวัตถารกวินัย อำนาจประโยชน์ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ เพื่อความดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญ แห่งสงฆ์ ๑ ... เพื่อความข่มขู่บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีล เป็นที่รัก ๑ ... เพื่อป้องกันอาสวะอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะ อันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้องกันเวรอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัด เวรอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้องกันโทษอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อ กำจัดโทษอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้องกันภัยอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดภัยอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่อป้องกันอกุศลธรรมอันจักบังเกิดใน ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอกุศลธรรมอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ ... เพื่ออนุเคราะห์แก่ คฤหัสถ์ ๑ เพื่อเข้าไปตัดรอนฝักฝ่ายของภิกษุที่มีความปรารถนาลามก ๑ ... เพื่อ ความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ๑ ... เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างนี้แล พระตถาคตจึงทรงบัญญัติติณ วัตถารกวินัยไว้แก่สาวก ฯ
๑๙๑ เทฺวเม ภิกฺขเว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ ปาติโมกฺขํ ปญฺญตฺตํ ... ปาติโมกฺขุทฺเทสา ปญฺญตฺตา ... ปาติโมกฺขฏฺฐปนํ ปญฺญตฺตํ ... ปวารณา ปญฺญตฺตา ... ปวารณาฏฺฐปนํ ปญฺญตฺตํ ... ตชฺชนียกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... นิยสฺสกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... ปพฺพาชนียกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... ปฏิสารณียกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... อุกฺเขปนียกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... ปริวาสทานํ ปญฺญตฺตํ ... มูลายปฏิกสฺสนํ ปญฺญตฺตํ ... มานตฺตทานํ ปญฺญตฺตํ ... อพฺภานํ ปญฺญตฺตํ ... โอสารณํ ปญฺญตฺตํ ... นิสฺสารณํ ปญฺญตฺตํ ... อุปสมฺปทา ปญฺญตฺตา ... ญตฺติกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... ญตฺติทุติยกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ปญฺญตฺตํ ... อปฺปญฺญตฺเต ปญฺญตฺตํ ... ปญฺญตฺเต อนุปฺปญฺญตฺตํ ... สมฺมุขาวินโย ปญฺญตฺโต ... สติวินโย ปญฺญตฺโต ... อมูฬฺหวินโย ปญฺญตฺโต ... ปฏิญฺญาตกรณํ ปญฺญตฺตํ ... เยภุยฺยสิกา ปญฺญตฺตา ... ตสฺสปาปิยสิกา ปญฺญตฺตา ... ติณวตฺถารโก ปญฺญตฺโต กตเม เทฺว สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆผาสุตาย ... ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ เวรานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ เวรานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ วชฺชานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ วชฺชานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ ภยานํ สํวราย ... สมฺปรายิกานํ ภยานํ ปฏิฆาตาย ... ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิฆาตาย ... คิหีนํ อนุกมฺปาย ปาปิจฺฉานํ ปกฺขุปจฺเฉทาย ... อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ... สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ ติณวตฺถารโก ปญฺญตฺโตติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งซึ่งราคะ จึงควร อบรมธรรม ๒ อย่าง ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สมถะ ๑ วิปัสสนา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งซึ่งราคะ จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่างนี้ แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพื่อกำหนดรู้ราคะ ... เพื่อความสิ้นไปรอบแห่งราคะ ... เพื่อละราคะเด็ดขาด ... เพื่อความสิ้นไปแห่งราคะ ... เพื่อความเสื่อมไปแห่งราคะ ... เพื่อความสำรอกราคะ ... เพื่อความดับสนิทแห่งราคะ ... เพื่อสละราคะ ... เพื่อปล่อยราคะเสีย จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๙๒ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย เทฺว ธมฺมา ภาเวตพฺพา กตเม เทฺว สมโถ จ วิปสฺสนา จ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม เทฺว ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ ราคสฺส ภิกฺขเว ปริญฺญาย ... ปริกฺขยาย ... ปหานาย ... ขยาย ... วยาย ... วิราคาย ... นิโรธาย ... จาคาย ... ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม เทฺว ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ
เพื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ... เพื่อกำหนดรู้ ... เพื่อความ สิ้นไปรอบ ... เพื่อสละ ... เพื่อความสิ้นไป ... เพื่อความเสื่อมไป ... เพื่อความ สำรอก ... เพื่อความดับสนิท ... เพื่อสละ ... เพื่อปล่อยวางซึ่งโทสะ ... ซึ่งโมหะ ... ซึ่งความโกรธ ... ซึ่งความผูกโกรธไว้ ... ซึ่งการลบหลู่คุณท่าน ... ซึ่งการตี เสมอ ... ซึ่งความริษยา ... ซึ่งความตระหนี่ ... ซึ่งมายา ... ซึ่งความโอ้อวด ... ซึ่งความหัวดื้อ ... ซึ่งความแข่งดี ... ซึ่งการถือตัว ... ซึ่งการดูหมิ่นท่าน ... ซึ่ง ความมัวเมา ... ซึ่งความประมาท ... จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ จบทุกนิบาต -----------------------------------------------------
๑๙๓ โทสสฺส ... โมหสฺส ... โกธสฺส ... อุปนาหสฺส ... มกฺขสฺส ... ปฬาสสฺส ... อิสฺสาย ... มจฺฉริยสฺส ... มายาย ... สาเถยฺยสฺส ... ถมฺภสฺส ... สารมฺภสฺส ... มานสฺส ... อติมานสฺส ... มทสฺส ... ปมาทสฺส ... อภิญฺญาย ... ปริญฺญาย ... ปริกฺขยาย ... ปหานาย ... ขยาย ... วยาย ... วิราคาย ... นิโรธาย ... จาคาย ... ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม เทฺว ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ ทุกนิปาโต สมตฺโต ฯ -------------