วรรคที่ ๘
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น หรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อม ไป เหมือนความเป็นผู้มีมิตรดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลมีมิตรดี กุศล ธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป ฯ
นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ เยน อนุปฺปนฺนา วา กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา วา อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ ยถยิทํ ภิกฺขเว กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณมิตฺตสฺส ภิกฺขเว อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ เป็นเหตุให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น หรือกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อม ไป เหมือนการประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ ไม่ประกอบกุศลธรรมเนืองๆ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย เพราะการประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ เพราะการไม่ประกอบกุศล ธรรมเนืองๆ อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป ฯ
นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ เยน อนุปฺปนฺนา วา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา วา กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อนุโยโค อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยโค กุสลานํ ธมฺมานํ อนุโยคา ภิกฺขเว อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยคา กุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปนฺนา เจว อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น หรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อมไป เหมือนการประกอบกุศลธรรมเนืองๆ การไม่ประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะการประกอบกุศลธรรมเนืองๆ เพราะการไม่ประกอบอกุศลธรรม เนืองๆ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อม เสื่อมไป ฯ
นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ เยน อนุปฺปนฺนา วา กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา วา อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อนุโยโค กุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยโค อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุโยคา ภิกฺขเว กุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยคา อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปนฺนา เจว กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ เป็นเหตุให้โพชฌงค์ที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น หรือโพชฌงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่ถึง ความเจริญบริบูรณ์ เหมือนการใส่ใจโดยไม่แยบคาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ใส่ใจโดยไม่แยบคาย โพชฌงค์ที่ยังไม่เกิด ย่อมไม่เกิดขึ้น และโพชฌงค์ที่เกิด ขึ้นแล้ว ย่อมไม่ถึงความเจริญบริบูรณ์ ฯ
นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ เยน อนุปฺปนฺนา วา โพชฺฌงฺคา นุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา วา โพชฺฌงฺคา น ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อโยนิโส มนสิกาโร อโยนิโส ภิกฺขเว มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว โพชฺฌงฺคา นุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ โพชฺฌงฺคา น ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ เป็นเหตุให้โพชฌงค์ที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น หรือโพชฌงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมถึง ความเจริญบริบูรณ์ เหมือนการใส่ใจโดยแยบคาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ใส่ใจโดยแยบคาย โพชฌงค์ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และโพชฌงค์ที่เกิดขึ้น แล้ว ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ ฯ
นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ เยน อนุปฺปนฺนา วา โพชฺฌงฺคา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา วา โพชฺฌงฺคา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ยถยิทํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกาโร โยนิโส ภิกฺขเว มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว โพชฺฌงฺคา อุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ โพชฺฌงฺคา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเสื่อมญาติมีประมาณน้อย ความเสื่อม ปัญญาชั่วร้ายที่สุดกว่าความเสื่อมทั้งหลาย ฯ
อปฺปมตฺติกา เอสา ภิกฺขเว ปริหานิ ยทิทํ ญาติ ปริหานิ เอตํ ปฏิกิฏฺฐํ ภิกฺขเว ปริหานีนํ ยทิทํ ปญฺญาปริหานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญด้วยญาติมีประมาณน้อย ความเจริญ ด้วยปัญญาเลิศกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียก อย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักเจริญโดยความเจริญด้วยปัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอ ทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล ฯ
อปฺปมตฺติกา เอสา ภิกฺขเว วุฑฺฒิ ยทิทํ ญาติวุฑฺฒิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว วุฑฺฒีนํ ยทิทํ ปญฺญาวุฑฺฒิ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ปญฺญาวุฑฺฒิยา วฑฺฒิสฺสามาติ เอวํ หิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเสื่อมแห่งโภคะมีประมาณน้อย ความ เสื่อมแห่งปัญญาชั่วร้ายที่สุดกว่าความเสื่อมทั้งหลาย ฯ
อปฺปมตฺติกา เอสา ภิกฺขเว ปริหานิ ยทิทํ โภคปริหานิ เอตํ ปฏิกิฏฺฐํ ภิกฺขเว ปริหานีนํ ยทิทํ ปญฺญาปริหานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญด้วยโภคะมีประมาณน้อย ความ เจริญด้วยปัญญาเลิศกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึง สำเหนียกอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักเจริญโดยความเจริญด้วยปัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล ฯ
อปฺปมตฺติกา เอสา ภิกฺขเว วุฑฺฒิ ยทิทํ โภควุฑฺฒิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว วุฑฺฒีนํ ยทิทํ ปญฺญาวุฑฺฒิ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ปญฺญาวุฑฺฒิยา วฑฺฒิสฺสามาติ เอวํ หิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเสื่อมยศมีประมาณน้อย ความเสื่อม ปัญญาชั่วร้ายที่สุดกว่าความเสื่อมทั้งหลาย ฯ จบวรรคที่ ๘
อปฺปมตฺติกา เอสา ภิกฺขเว ปริหานิ ยทิทํ ยโสปริหานิ เอตํ ปฏิกิฏฺฐํ ภิกฺขเว ปริหานีนํ ยทิทํ ปญฺญาปริหานีติ ฯ วคฺโค อฏฺฐโม ฯ