โทณสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต โทณสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จดำเนินทางไกลในระหว่างเมือง อุกกัฏฐะและเมืองเสตัพยะ แม้โทณพราหมณ์ก็เดินทางไกลในระหว่างเมือง อุกกัฏฐะและเมืองเสตัพยะ โทณพราหมณ์ได้เห็นรอยกงจักรในรอยพระบาทของ พระผู้มีพระภาคมีซี่ตั้งพัน ประกอบด้วยกงและดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง ครั้นเห็นแล้วจึงรำพึงว่า อัศจรรย์จริงหนอท่านผู้เจริญ สิ่งไม่เคยมีมามีขึ้น รอยเท้า เหล่านี้ชะรอยจักไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จแวะออก จากทาง ประทับนั่งที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ทรงคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงสติไว้ เฉพาะหน้า ครั้งนั้น โทณพราหมณ์ติดตามรอยพระบาทของพระผู้มีพระภาค ได้ เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งที่โคนไม้แห่งหนึ่ง น่าพอใจ ควรแก่ความเลื่อมใส มีพระอินทรีย์อันสงบ มีพระทัยอันสงบ ถึงความฝึกฝนและความสงบอันยอดเยี่ยม มีตนอันฝึกแล้วคุ้มครองแล้ว มีอินทรีย์อันรักษาแล้ว เป็นผู้ประเสริฐ ครั้น เห็นแล้วจึงเข้าไปเฝ้าถึงที่ประทับ แล้วทูลถามว่า ท่านผู้เจริญเป็นเทวดาหรือ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นเทวดา ฯ โท. ท่านผู้เจริญเป็นคนธรรพ์หรือ ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นคนธรรพ์ ฯ โท. ท่านผู้เจริญเป็นยักษ์หรือ ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นยักษ์ ฯ โท. ท่านผู้เจริญเป็นมนุษย์ใช่ไหม ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นมนุษย์ โท. เราถามท่านว่า เป็นเทวดาหรือ ท่านตอบว่าไม่ใช่ เราถามว่าเป็น- *คนธรรพ์หรือ ท่านตอบว่าไม่ใช่ เราถามว่าเป็นยักษ์หรือ ท่านตอบว่าไม่ใช่ เรา ถามว่าเป็นมนุษย์หรือ ท่านก็ตอบว่าไม่ใช่ ถ้าอย่างนั้นท่านผู้เจริญเป็นอะไรแน่ ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ เราพึงเป็นเทวดา เพราะยังละอาสวะเหล่าใดไม่ได้ อาสวะเหล่านั้นเราละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน กระทำให้ไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา ดูกรพราหมณ์ เราพึงเป็น- *คนธรรพ์ ... เราพึงเป็นยักษ์ ... เราพึงเป็นมนุษย์ เพราะยังละอาสวะเหล่าใดไม่ได้ อาสวะเหล่านั้น เราละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน กระทำให้ไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา ดูกรพราหมณ์ เปรียบเหมือน ดอกอุบล ดอกปทุม หรือดอกบัวขาว เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ตั้งอยู่พ้นน้ำ แต่ น้ำมิได้แปดเปื้อน แม้ฉันใด ดูกรพราหมณ์ เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน เกิดในโลก เติบโตขึ้นในโลก อยู่ครอบงำโลก อันโลกมิได้แปดเปื้อน ดูกรพราหมณ์ ท่าน จงทรงจำเราไว้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า ฯ ความบังเกิดเป็นเทวดา หรือคนธรรพ์ ผู้เที่ยวไปในเวหา พึงมีแก่เราด้วยอาสวะใด เราพึงถึงความเป็นยักษ์ และ เข้าถึงความเป็นมนุษย์ด้วยอาสวะใด อาสวะเหล่านั้นของเรา สิ้นไปแล้ว เรากำจัดเสียแล้ว กระทำให้ปราศจากเครื่อง ผูกพัน ดอกบัวตั้งอยู่พ้นน้ำ ย่อมไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำ ฉันใด เราก็ย่อมไม่แปดเปื้อนด้วยโลก ฉันนั้น ดูกรพราหมณ์ เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า ฯ จบสูตรที่ ๖
เอกํ สมยํ ภควา อนฺตรา จ อุกฺกฏฺฐํ อนฺตรา จ เสตพฺยํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหติ ฯ โทโณปิ พฺราหฺมโณ อนฺตรา จ อุกฺกฏฺฐํ อนฺตรา จ เสตพฺยํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหติ อทฺทสา โข โทโณ พฺราหฺมโณ ภควโต ปาเทสุ จกฺกานิ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ อจฺฉริยํ วต โภ อพฺภุตํ วต โภ นวติมานิ มนุสฺสภูตสฺส ปาทานิ ภวิสฺสนฺตีติ ฯ อถโข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ฯ อถโข โทโณ พฺราหฺมโณ ภควโต ปาทานิ อนุคจฺฉนฺโต อทฺทส ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ปาสาทิกํ ปสาทนียํ สนฺตินฺทฺริยํ สนฺตมานสํ อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺตํ ทนฺตํ คุตฺตํ สนฺตินฺทฺริยํ นาคํ ทิสฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ เทโว โน ภวํ ภวิสฺสตีติ ฯ {๓๖.๑} น โข อหํ พฺราหฺมณ เทโว ภวิสฺสามีติ ฯ คนฺธพฺโพ โน ภวํ ภวิสฺสตีติ ฯ น โข อหํ พฺราหฺมณ คนฺธพฺโพ ภวิสฺสามีติ ฯ ยกฺโข โน ภวํ ภวิสฺสตีติ ฯ น โข อหํ พฺราหฺมณ ยกฺโข ภวิสฺสามีติ ฯ มนุสฺโส โน ภวํ ภวิสฺสตีติ ฯ น โข อหํ พฺราหฺมณ มนุสฺโส ภวิสฺสามีติ ฯ เทโว โน ภวํ ภวิสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ พฺราหฺมณ เทโว ภวิสฺสามีติ วเทสิ คนฺธพฺโพ โน ภวํ ภวิสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ พฺราหฺมณ คนฺธพฺโพ ภวิสฺสามีติ วเทสิ ยกฺโข โน ภวํ ภวิสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ พฺราหฺมณ ยกฺโข ภวิสฺสามีติ วเทสิ มนุสฺโส โน ภวํ ภวิสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข อหํ พฺราหฺมณ มนุสฺโส ภวิสฺสามีติ วเทสิ อถ โกจรหิ ภวํ ภวิสฺสตีติ ฯ {๓๖.๒} เยสํ โข อหํ พฺราหฺมณ อาสวานํ อปฺปหีนตฺตา เทโว ภเวยฺยํ เต เม อาสวา ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํ คตา อายตึอนุปฺปาทธมฺมา เยสํ โข อหํ พฺราหฺมณ อาสวานํ อปฺปหีนตฺตา คนฺธพฺโพ ภเวยฺยํ ... ยกฺโข ภเวยฺยํ ... มนุสฺโส ภเวยฺยํ เต เม อาสวา ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํ คตา อายตึอนุปฺปาทธมฺมา เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ อุปฺปลํ วา ปทุมํ วา ปุณฺฑรีกํ วา อุทเก ชาตํ อุทเก สํวฑฺฒํ อุทกํ อจฺจุคฺคมฺม ติฏฺฐติ อนุปลิตฺตํ อุทเกน เอวเมว โข อหํ พฺราหฺมณ โลเก ชาโต โลเก สํวฑฺโฒ โลกํ อภิภุยฺย วิหรามิ อนุปลิตฺโต โลเกน พุทฺโธติ มํ พฺราหฺมณ ธาเรหีติ ฯ เยน เทวุปปตฺยสฺส คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺภเช เต มยฺหํ อาสวา ขีณา วิทฺธสฺตา วินฬีกตา ฯ ปุณฺฑรีกํ ยถา อุคฺคํ โตเยน นุปลิปฺปติ นุปลิปฺปามิ โลเกน ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ พฺราหฺมณาติ ฯ