ขตสูตร ที่ ๒
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ขตสูตรที่ ๒
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติผิดในบุคคล ๔ จำพวก เป็น คนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก บุคคล ๔ จำพวกใครบ้าง คือ มารดา ๑ บิดา ๑ พระตถาคต ๑ สาวกของ พระตถาคต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติผิดในบุคคล ๔ จำพวกนี้แล เป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญ เป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล ๔ จำพวก เป็น บัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก บุคคล ๔ จำพวก ใครบ้าง คือ มารดา ๑ บิดา ๑ พระตถาคต ๑ สาวกของพระตถาคต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล ๔ จำพวกนี้แล เป็นบัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนัก ปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก นรชนใด ปฏิบัติผิดในมารดา บิดา พระตถาคตสัมมา สัมพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต นรชนเช่นนั้น ย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก บัณฑิตทั้งหลายย่อม ติเตียนนรชนนั้น ในโลกนี้ทีเดียว เพราะเหตุที่ไม่ประพฤติ ธรรม ในมารดาบิดา และเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไปสู่ อบาย ส่วนนรชนใดปฏิบัติชอบในมารดาบิดา ในพระ ตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต นรชนเช่นนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมาก บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญนรชนนั้นในโลกนี้ทีเดียว เพราะเหตุที่ประพฤติ ธรรมในมารดาบิดา และเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิง ในสวรรค์ ฯ จบสูตรที่ ๔
จตูสุ ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมสุ จตูสุ มาตริ ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ ปิตริ ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโน ฯเปฯ ตถาคเต ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโน ฯเปฯ ตถาคตสาวเก ภิกฺขเว มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ อิเมสุ โข ภิกฺขเว จตูสุ มิจฺฉาปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ ฯ {๔.๑} จตูสุ ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ กตเมสุ จตูสุ มาตริ ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ ปิตริ ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปชฺชมาโน ฯเปฯ ตถาคเต ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปชฺชมาโน ฯเปฯ ตถาคตสาวเก ภิกฺขเว สมฺมาปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ อิเมสุ โข ภิกฺขเว จตูสุ สมฺมาปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ มาตริ ปิตริ จาปิ โย มิจฺฉาปฏิปชฺชติ ตถาคเต จ สมฺพุทฺเธ อถวา ตสฺส สาวเก พหุญฺจ โส ปสวติ อปุญฺญํ ตาทิโส นโร ฯ ตาย อธมฺมจริยาย มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา อิเธว นํ ครหนฺติ เปจฺจาปายญฺจ คจฺฉติ ฯ มาตริ ปิตริ จาปิ โย สมฺมาปฏิปชฺชติ ตถาคเต จ สมฺพุทฺเธ อถวา ตสฺส สาวเก พหุญฺจ โส ปสวติ ปุญฺญํปิ ตาทิโส นโร ฯ ตาย ธมฺมจริยาย มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา อิเธว นํ ปสํสนฺติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทตีติ ฯ