This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒๒

Other items in this volume

๑. สังขิตตสูตร๒. วิตถตสูตร๓. ทุกขสูตร๔. ยถาภตสูตร๕. สิกขาสูตร๖. สมาปัตติสูตร๗. กามสูตร๘. จวนสูตร๙. ปฐมอคารวสูตร๑๐. ทุติยอคารวสูตร๑. อนนุสสุตสูตร๒. กูฏสูตร๓. สังขิตตสูตร๔. วิตถตสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. ปุนกูฏสูตร๗. ปฐมหิตสูตร๘. ทุติยหิตสูตร๙. ตติยหิตสูตร๑๐. จตุตถหิตสูตร๑. ปฐมอคารวสูตร๒. ทุติยอคารวสูตร๓. อุปกิเลสสูตร๔. ทุสสีลสูตร๕. อนุคคหิตสูตร๖. วิมุตตายตนสูตร๗. สมาธิสูตร๘. ปัญจังคิกสูตร๙. จังกมสูตร๑๐. นาคิตสูตร๑. สุมนสูตร๒. จุนทีสูตร๓. อุคคหสูตร๔. สีหเสนาปติสูตร๕. ทานานิสังสสูตร๖. กาลทานสูตร๗. โภชนทานสูตร๘. สัทธสูตร๙. ปุตตสูตร๑๐. มหาสาลปุตตสูตร๑. อาทิยสูตร๒. สัปปุริสสูตร๓. อิฏฐสูตร๔. มนาปทายีสูตร๕. ปุญญาภิสันทสูตร๖. สัมปทาสูตร๗. ธนสูตร๘. ฐานสูตร๙. โกสลสูตร๑๐. นารทสูตร๑. อาวรณสูตร๒. อกุสลราสิสูตร๓. ปธานิยังคสูตร๔. สมยสูตร๕. มาตาปุตตสูตร๖. อุปัชฌายสูตร๗. ฐานสูตร๘. ลิจฉวิกุมารกสูตร๙. ปฐมวุฑฒปัพพชิตสูตร๑๐. ทุติยวุฑฒปัพพชิตสูตร๑. ปฐมสัญญาสูตร๒. ทุติยสัญญาสูตร๓. ปฐมวัฑฒิสูตร๔. ทุติยวัฑฒิสูตร๕. สากัจฉสูตร๖. สาชีวสูตร๗. ปฐมอิทธิปาทสูตร๘. ทุติยอิทธิปาทสูตร๙. นิพพิทาสูตร๑๐. อาสวักขยสูตร๑. ปฐมเจโตวิมุตติผลสูตร๒. ทุติยเจโตวิมุตติผลสูตร๓. ปฐมธัมมวิหารีสูตร๔. ทุติยธัมมวิหารีสูตร๕. ปฐมโยธาชีวสูตร๖. ทุติยโยธาชีวสูตร๗. ปฐมอนาคตภยสูตร๘. ทุติยอนาคตภยสูตร๙. ตติยอนาคตภยสูตร๑๐. จตุตถอนาคตภยสูตร๑. รชนียสูตร๒. วีตราคสูตร๓. กุหกสูตร๔. อัสสัทธสูตร๕. อักขมสูตร๖. ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร๗. สีลวันตสูตร๘. เถรสูตร๙. ปฐมเสขสูตร๑๐. ทุติยเสขสูตร๑. ปฐมสัมปทาสูตร๒. ทุติยสัมปทาสูตร๓. พยากรณสูตร๔. ผาสุวิหารสูตร๕. อกุปปสูตร๖. สุตธรสูตร๗. กถาสูตร๗. กถาสูตร๙. สีหสูตร๑๐. กกุธเถรสูตร๑. สารัชชสูตร๒. อุสสังกิตสูตร๓. มหาโจรสูตร๔. สมณสุขุมาลสูตร๕. ผาสุวิหารสูตร๖. อานันทสูตร๗. สีลสูตร๘. อเสขสูตร๙. จาตุททิสสูตร๑๐. อรัญญสูตร๑. กุลูปกสูตร๒. ปัจฉาสมณสูตร๓. สัมมาสมาธิสูตร๔. อันธกวินทสูตร๕. มัจฉรินีสูตร๖. วัณณนาสูตร๗. อิสสุกินีสูตร๘. มิจฉาทิฏฐิกสูตร๙. มิจฉาวาจาสูตร๑๐. มิจฉาวายามสูตร๑. คิลานสูตร๒. สติสุปัฏฐิตสูตร๓. ปฐมอุปัฏฐากสูตร๔. ทุติยอุปัฏฐากสูตร๕. ปฐมอนายุสสาสูตร๖. ทุติยอนายุสสาสูตร๗. วปกาสสูตร๘. สมณสุขสูตร๙. ปริกุปปสูตร๑๐. พยสนสูตร๑. ปฐมจักกานุวัตตนสูตร๒. ทุติยจักกานุวัตตนสูตร๓. ธัมมราชาสูตร๔. ยัสสังทิสังสูตร๕. ปฐมปัตถนาสูตร๖. ทุติยปัตถนาสูตร๗. อัปปังสุปติสูตร๘. ภัตตาทกสูตร๙. อักขมสูตร๑๐. โสตสูตร๑. อวชานาติสูตร๒. อารภติสูตร๓. สารันททสูตร๔. ติกัณฑกีสูตร๕. นิรยสูตร๖. มิตตสูตร๗. อสัปปุริสทานสูตร๘. สัปปุริสทานสูตร๙. ปฐมสมยวิมุตตสูตร๑๐. ทุติยสมยวิมุตตสูตร๑. ปฐมสัมมัตตนิยามสูตร๒. ทุติยสัมมัตตนิยามสูตร๓. ตติยสัมมัตตนิยามสูตร๔. ปฐมสัทธัมมสัมโมสสูตร๕. ทุติยสัทธัมมสัมโมสสูตร๖. ตติยสัทธัมมสัมโมสสูตร๗. ทุกกถาสูตร๘. สารัชชสูตร๙. อุทายีสูตร๑๐. ทุปปฏิวิโนทยสูตร๑. ปฐมอาฆาตปฏิวินยสูตร๒. ทุติยอาฆาตปฏิวินยสูตร๓. สากัจฉสูตร๔. อาชีวสูตร๕. ปัญหาปุจฉาสูตร๖. นิโรธสูตร๗. โจทนาสูตร๘. สีลสูตร๙. ขิปปนิสันติสูตร๑๐. ภัททชิสูตร๑. สารัชชสูตร๒. วิสารทสูตร๓. นิรยสูตร๔. เวรสูตร๕. จัณฑาลสูตร๖. ปีติสูตร๗. วณิชชาสูตร๘. ราชสูตร๙. คิหิสูตร๑๐. ภเวสีสูตร๑. อารัญญิกสูตร๒. จีวรสูตร๓. รุกขมูลิกสูตร๔. โสสานิกสูตร๕. อัพโภกาสิกสูตร๖. เนสัชชิกสูตร๗. ยถาสันถติกสูตร๘. เอกาสนิกสูตร๙. ขลุปัจฉาภัตติกสูตร๑๐. ปัตตปิณฑิกสูตร๑. โสณสูตร๒. โทณพราหมณสูตร๓. สังคารวสูตร๔. การณปาลีบุตร๕. ปิงคิยานีสูตร๖. มหาสุปินสูตร๗. วัสสสูตร๘. วาจาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. นิสสารณียสูตร๑. กิมพิลสูตร๒. ธัมมัสสวนสูตร๓. อัสสาชานียสูตร๔. พลสูตร๕. เจโตขิลสูตร๖. วินิพันธสูตร๗. ยาคุสูตร๘. ทันตกัฏฐสูตร๙. คีตัสสรสูตร๑๐. มุฏฐัสสติสูตร๑. อักโกสกสูตร๒. ภัณฑนการกสูตร๓. สีลสูตร๔. พหุภาณิสูตร๕. ปฐมอักขันติสูตร๖. ทุติยอักขันติสูตร๗. ปฐมอปาสาทิกสูตร๘. ทุติยอปาสาทิกสูตร๙. อัคคิสูตร๑๐. มธุราสูตร๑. ปฐมทีฆจาริกสูตร๒. ทุติยทีฆจาริกสูตร๓. อตินิวาสสูตร๔. มัจฉรีสูตร๕. ปฐมกุลุปกสูตร๖. ทุติยกุลุปกสูตร๗. โภคสูตร๘. อุสสูรภัตตสูตร๙. ปฐมกัณหสัปปสูตร๑๐. ทุติยกัณหสัปปสูตร๑. อาวาสิกสูตร๒. ปิยสูตร๓. โสภณสูตร๔. พหูปการสูตร๕. อนุกัมปสูตร๖. ปฐมอวัณณารหสูตร๗. ทุติยอวัณณารหสูตร๘. ตติยอวัณณารหสูตร๙. ปฐมมัจฉริยสูตร๑๐. ทุติยมัจฉริยสูตร๑. ปฐมทุจจริตสูตร๒. ปฐมกายทุจจริตสูตร๓. ปฐมวจีทุจจริตสูตร๔. ปฐมมโนทุจจริตสูตร๕. ทุติยทุจจริตสูตร๖. ทุติยกายทุจจริตสูตร๗. ทุติยวจีทุจจริตสูตร๘. ทุติยมโนทุจจริตสูตร๙. สีวถิกสูตร๑๐. ปุคคลัปปสาทสูตร๖. อุปสัมปทาวรรค ๑. อุปสัมปาเทตัพพสูตร ๒. นิสสยสูตร ๓. สามเณรสูตร ๔. ปัญจมัจฉริยสูตร ๕. มัจฉริยปหานสูตร ๖. ปฐมฌานสูตร ๗-๑๓. ทุติยฌานสุตตาทิสัตตกะ ๑๔. อปรปฐมฌานสูตร ๑๕-๒๑. อปรทุติยฌานสุตตาทิ ๑. สัมมุติเปยยาล ๑. ภัตตุทเทสกสูตร ๒-๑๔. เสนาสนปัญญาปกสุตตาทิ ๒. สิกขาปทเปยยาล ๑. ภิกขุสูตร ๒-๗. ภิกขุนีสุตตาทิ ๘. อาชีวกสูตร ๙-๑๗. นิคัณฐสุตตาทิ ๓. ราคเปยยาล๑. ปฐมอาหุเนยยสูตร๒. ทุติยอาหุเนยยสูตร๓. อินทริยสูตร๔. พลสูตร๕. ปฐมอาชานียสูตร๖. ทุติยอาชานียสูตร๗. ตติยอาชานียสูตร๘. อนุตตริยสูตร๙. อนุสสติฏฐานสูตร๑๐. มหานามสูตร๑. ปฐมสารณียสูตร๒. ทุติยสารณียสูตร๓. นิสสารณียสูตร๔. ภัททกสูตร๕. อนุตัปปิยสูตร๖. นกุลปิตุสูตร๗. โสปปสูตร๘. มัจฉพันธสูตร๙. ปฐมมรณัสสติสูตร๑๐. ทุติยมรณัสสติสูตร๑. สามกสูตร๒. อปริหานิยสูตร๓. ภยสูตร๔. หิมวันตสูตร๕. อนุสสติฏฐานสูตร๖. มหากัจจานสูตร๗. ปฐมสมยสูตร๘. ทุติยสมยสูตร๙. อุทายีสูตร๑๐. อนุตตริยสูตร๑. เสขสูตร๒. ปฐมอปริหานสูตร๓. ทุติยอปริหานสูตร๔. มหาโมคคัลลานสูตร๕. วิชชาภาคิยสูตร๖. วิวาทมูลสูตร๗. ทานสูตร๘. อัตตการีสูตร๙. นิทานสูตร๑๐. กิมมิลสูตร๑๑. ทารุกขันธสูตร๑๒. นาคิตสูตร๑. นาคสูตร๒. มิคสาลาสูตร๓. อิณสูตร๔. มหาจุนทสูตร๕. ปฐมสันทิฏฐิกสูตร๖. ทุติยสันทิฏฐิกสูตร๗. เขมสูตร๘. อินทริยสังวรสูตร๙. อานันทสูตร๑๐. ขัตติยสูตร๑๑. อัปปมาทสูตร๑๒. ธัมมิกสูตร๑. โสณสูตร๒. ผัคคุณสูตร๓. ฉฬภิชาติสูตร๔. อาสวสูตร๕. ทารุกัมมิกสูตร๖. หัตถิสารีปุตตสูตร๗. มัชเฌสูตร๘. ปุริสินทริยญาณสูตร๙. นิพเพธิกสูตร๑๐. สีหนาทสูตร๑. อนาคามิผลสูตร๒. อรหัตตสูตร๓. มิตตสูตร๔. สังคณิการามสูตร๕. เทวตาสูตร๖. สมาธิสูตร๗. สักขิภัพพสูตร๘. พลสูตร๙. ปฐมตัชฌานสูตร๑๐. ทุติยตัชฌานสูตร๑. ทุกขสูตร๒. อรหัตตสูตร๓. อุตตริมนุสสธัมมสูตร๔. สุขโสมนัสสสูตร๕. อธิคมสูตร๖. มหัตตสูตร๗. ปฐมนิรยสูตร๘. ทุติยนิรยสูตร๙. อัคคธัมมสูตร๑๐. รัตติทิวสสูตร๑. สีติภาวสูตร๒. อาวรณตาสูตร๓. โวโรปิตสูตร๔. สุสสูสติสูตร๕. อัปปหายสูตร๖. ปหีนสูตร๗. อภัพพสูตร๘. ปฐมอภัพพัฏฐานสูตร๙. ทุติยอภัพพัฏฐานสูตร๑๐. ตติยอภัพพัฏฐานสูตร๑๑. จตุตถอภัพพัฏฐานสูตร๑. ปาตุภาวสูตร๒. อานิสังสสูตร๓. อนิจจสูตร๔. ทุกขสูตร๕. อนัตตสูตร๖. นิพพานสูตร๗. อนวัฏฐิตสูตร๘. อุกขิตตาสิกสูตร๙. อตัมมยสูตร๑๐ ภวสูตร๑๑. ตัณหาสูตร๑. ราคสูตร๒. ทุจจริตสูตร๓. วิตักกสูตร๔. สัญญาสูตร๕. ธาตุสูตร๖. อัสสาทสูตร๗. อรติสูตร๘. สันตุฏฐิตาสูตร๙. โทวจัสสตาสูตร๑๐. อุทธัจจสูตร๑๒. สามัญญวรรค ๑. กายานุปัสสีสูตร ๒. ธัมมานุปัสสีสูตร ๓. ตปุสสสูตร ๔-๒๓. ภัลลิกาทิสูตร ราคเปยยาล

Commentary

Scripture

๓. ฉฬภิชาติสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

1 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๓. ฉฬภิชาติสูตร ว่าด้วยอภิชาติ ๖ จำพวก

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุง ราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปูรณะ กัสสปะบัญญัติอภิชาติ ๖ จำพวก คือ ๑. บัญญัติกัณหาภิชาติ (ชาติดำ) ๒. บัญญัตินีลาภิชาติ (ชาติเขียว) ๓. บัญญัติโลหิตาภิชาติ (ชาติแดง) @เชิงอรรถ : @ อภิชาติ ในที่นี้หมายถึงการกำหนดหมายชนเป็นชั้น เป็นกลุ่ม เช่นหมู่คนที่ประพฤติอย่างนี้ๆ @กำหนดเรียกอย่างนี้ๆ (ที.สี.อ. ๑๖๘/๑๔๗) หรือหมายถึงชาติกำเนิด (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๕๗/๑๓๙, @องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๕๗/๑๕๐) และดู ที.สี. (แปล) ๙/๑๖๘/๕๕ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๔๓} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๖. มหาวรรค ๓. ฉฬภิชาติสูตร ๔. บัญญัติหลิททาภิชาติ (ชาติเหลือง) ๕. บัญญัติสุกกาภิชาติ (ชาติขาว) ๖. บัญญัติปรมสุกกาภิชาติ (ชาติขาวยิ่ง) ปูรณะ กัสสปะบัญญัติคนฆ่าแพะ คนฆ่าสุกร พรานนก พรานเนื้อ ชาวประมง โจร เพชฌฆาต เจ้าหน้าที่เรือนจำ หรือคนทำงานที่โหดร้ายอื่นๆ ว่าเป็นกัณหาภิชาติ บัญญัติพวกภิกษุผู้โน้มเอียงไปในฝ่ายดำ หรือพวกกัมมวาทะ กิริยวาทะอื่นๆ ว่าเป็นนีลาภิชาติ บัญญัตินิครนถ์ผู้ใช้ผ้าผืนเดียวว่าเป็นโลหิตาภิชาติ บัญญัติคฤหัสถ์ผู้นุ่งผ้าขาว หรือสาวกของอเจลก ว่าเป็นหลิททาภิชาติ บัญญัติอาชีวกหรืออาชีวิกาว่าเป็นสุกกาภิชาติ บัญญัติเจ้าลัทธิชื่อว่า นันทวัจฉโคตร เจ้าลัทธิชื่อกิสสังกิจจโคตร เจ้าลัทธิ ชื่อมักขลิโคสาลว่าเป็นปรมสุกกาภิชาติ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปูรณะ กัสสปะบัญญัติอภิชาติ ๖ ประการนี้ไว้” พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “อานนท์ การที่ปูรณะ กัสสปะบัญญัติอภิชาติ ๖ ประการนี้ไว้ ชาวโลกทั้งปวงเห็นคล้อยตามด้วยหรือ” พระอานนท์กราบทูลว่า “ไม่เป็นอย่างนั้นเลย พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ คนทั้งหลายบังคับบุรุษยากจน ขัดสน เข็ญใจ ผู้ไม่ปรารถนาส่วนเนื้อว่า ‘แน่ะบุรุษผู้เจริญ ท่านพึงกินเนื้อนี้ และต้องให้ ค่าเนื้อ’ ฉันใด ปูรณะ กัสสปะก็ฉันนั้นเหมือนกัน บัญญัติอภิชาติ ๖ ประการนี้ สำหรับสมณพราหมณ์เหล่านั้นไว้ โดยที่ชาวโลกทั้งปวงก็ไม่ยอมรับ เหมือนคนพาล ไม่เฉียบแหลม ไม่รู้หลักการบัญญัติ ไม่ฉลาด อานนท์ เราก็บัญญัติอภิชาติ ๖ ประการไว้ ขอเธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” @เชิงอรรถ : @ สาวกของอเจลก หมายถึงสาวกของอาชีวก (นักบวชเปลือย) ซึ่งถือตัวว่าตนมีจิตขาวสะอาดบริสุทธิ์กว่า @พวกนิครนถ์และยกย่องผู้ที่ให้ปัจจัยแก่ตนว่าประเสริฐกว่าพวกนิครนถ์เช่นกัน (องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๕๗/๑๕๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๔๔} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๖. มหาวรรค ๓. ฉฬภิชาติสูตร ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า อานนท์ อภิชาติ ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นกัณหาภิชาติ ประพฤติธรรมดำ ๒. บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นกัณหาภิชาติ ประพฤติธรรมขาว ๓. บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นกัณหาภิชาติ บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาว ๔. บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นสุกกาภิชาติ ประพฤติธรรมดำ ๕. บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นสุกกาภิชาติ ประพฤติธรรมขาว ๖. บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นสุกกาภิชาติ บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาว บุคคลเป็นกัณหาภิชาติ ประพฤติธรรมดำ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เกิดในตระกูลต่ำ คือ ตระกูลจัณฑาล ตระกูล นายพราน ตระกูลช่างสาน ตระกูลช่างรถ หรือตระกูลคนขนขยะ ซึ่งเป็นตระกูล ยากจน มีข้าวน้ำและสิ่งของเครื่องใช้น้อย เป็นไปอย่างฝืดเคือง เป็นแหล่งที่หาของ กินและเครื่องนุ่งห่มได้ยาก และเขามีผิวพรรณหม่นหมอง ไม่น่าดู ต่ำเตี้ย มีความ เจ็บป่วยมาก ตาบอด เป็นง่อย เป็นคนกระจอกหรือเป็นโรคอัมพาต มักไม่ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป และเขายังประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต หลังจากตายแล้วจึงไปเกิดใน อบาย ทุคติ วินิบาต นรก บุคคลเป็นกัณหาภิชาติ ประพฤติธรรมดำ เป็นอย่างนี้แล บุคคลเป็นกัณหาภิชาติ ประพฤติธรรมขาว เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เกิดในตระกูลต่ำ คือ ตระกูลจัณฑาล ฯลฯ มักไม่ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่อง ประทีป แต่เขาประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต หลังจากตายแล้วจึงไป เกิดในสุคติโลกสวรรค์ บุคคลเป็นกัณหาภิชาติ ประพฤติธรรมขาว เป็นอย่างนี้แล @เชิงอรรถ : @ อบาย ทุคติ วินิบาต ทั้ง ๓ คำนี้เป็นไวพจน์ของนรก (องฺ.เอกก.อ. ๑/๔๓/๕๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๔๕} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๖. มหาวรรค ๓. ฉฬภิชาติสูตร บุคคลเป็นกัณหาภิชาติ บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาว เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เกิดในตระกูลต่ำ คือ ตระกูลจัณฑาล ฯลฯ และเขามีผิวพรรณหม่นหมอง ไม่น่าดู ต่ำเตี้ย เขาโกนผมและหนวด นุ่งห่มผ้า กาสาวพัสตร์ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เขาผู้บวชแล้วอย่างนี้ ละนิวรณ์ ๕ ประการอันเป็นเครื่องเศร้าหมองใจ ทอนกำลังปัญญา มีจิตตั้งมั่นดีในสติปัฏฐาน ๔ ประการ เจริญโพชฌงค์ ๗ ประการ ตามความเป็นจริงแล้ว บรรลุนิพพานที่ไม่ดำ ไม่ขาว บุคคลเป็นกัณหาภิชาติ บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาว เป็นอย่างนี้แล บุคคลเป็นสุกกาภิชาติ ประพฤติธรรมดำ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เกิดในตระกูลสูง คือ ตระกูลขัตติยมหาศาล ตระกูลพราหมณมหาสาล ตระกูลคหบดีมหาศาล ซึ่งเป็นตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์ มาก มีโภคะมาก มีทองและเงินมาก มีเครื่องใช้ที่น่าปลื้มใจมาก มีทรัพย์และข้าว เปลือกมาก และเขามีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนัก มักได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป แต่เขา ประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต หลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก บุคคลเป็นสุกกาภิชาติ ประพฤติธรรมดำ เป็นอย่างนี้แล บุคคลเป็นสุกกาภิชาติ ประพฤติธรรมขาว เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เกิดในตระกูลสูง คือ ตระกูลขัตติยมหาศาล ฯลฯ มักได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่อง @เชิงอรรถ : @ ดู ที.ม. ๑๐/๓๗๒-๓๗๔/๒๔๘-๒๔๙, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๓๕๕/๓๐๖, ๓๗๔/๓๑๙ @ ดู ที.ปา. ๑๑/๓๓๐/๒๒๑, องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๕๗-๑๖๓/๔๐๔, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๔๖๖-๔๗๑/๓๕๘-๓๖๑ @ มีทรัพย์และข้าวเปลือกมาก ในที่นี้หมายถึงมีทรัพย์คือโคเป็นต้น และมีปุพพัณณชาติ ได้แก่ ธัญญชาติ @๗ ชนิด คือ (๑) ข้าวเปลือก (๒) ข้าวเจ้า (๓) หญ้ากับแก้ (๔) ข้าวละมาน (๕) ลูกเดือย (๖) ข้าวเหนียว @(๗) ข้าวละมาน ตลอดถึงมีอปรัณณชาติ ได้แก่ ถั่วเขียว ถั่วราชมาส งา พืชผักที่กินหลังอาหารมากมาย @(วิ.อ. ๑/๑๐๔/๓๖๘, สารตฺถ.ฏีกา ๒/๑๐๔/๑๗๖, สํ.สฬา.อ. ๑/๑๑๔/๑๓๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๔๖} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๖. มหาวรรค ๔. อาสวสูตร ประทีป และเขายังประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต หลังจากตายแล้ว จึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ บุคคลเป็นสุกกาภิชาติ ประพฤติธรรมขาว เป็นอย่างนี้แล บุคคลเป็นสุกกาภิชาติ บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาว เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เกิดในตระกูลสูง คือตระกูลขัตติยมหาศาล ตระกูลพราหมณมหาศาล ตระกูลคหบดีมหาศาล ซึ่งเป็นตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์ มาก มีโภคะมาก มีทองและเงินมาก มีเครื่องใช้ที่น่าปลื้มใจมาก มีทรัพย์และข้าว เปลือกมาก และเขามีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนัก เขาโกน ผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เขาผู้บวช แล้วอย่างนี้ ละนิวรณ์ ๕ ประการ อันเป็นเครื่องเศร้าหมองใจ ทอนกำลังปัญญา มีจิตตั้งมั่นดีในสติปัฏฐาน ๔ ประการ เจริญโพชฌงค์ ๗ ประการ ตามความ เป็นจริงแล้ว บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาวอย่างนี้ บุคคลเป็นสุกกาภิชาติ บรรลุนิพพานที่ไม่ดำไม่ขาว เป็นอย่างนี้แล อานนท์ อภิชาติ ๖ ประการนี้แล ฉฬภิชาติสูตรที่ ๓ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้