This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๘. ฐานสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๔๘พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต1 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๘. ฐานสูตร

๔๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้ อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก ไม่พึงได้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ฐานะว่า ขอสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าแก่ ๑ ขอสิ่งที่มีความ เจ็บไข้เป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าเจ็บไข้ ๑ ขอสิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าตาย ๑ ขอสิ่งที่มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าสิ้นไป ๑ ขอสิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าฉิบหาย ๑ อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกไม่พึงได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา ของปุถุชนผู้ไม่ได้สดับย่อมแก่ไป เมื่อสิ่งที่มีความ แก่เป็นธรรมดาแก่ไปแล้ว เขาย่อมไม่เห็นดังนี้ว่า ไม่ใช่สิ่งที่มีความแก่เป็น ธรรมดาของเราผู้เดียวเท่านั้น แก่ไป โดยที่แท้ สิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาของ สัตว์ทั้งปวงที่มีการมา การไป การจุติ การอุปบัติ ย่อมแก่ไปทั้งสิ้น ส่วน เราเอง ก็เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาแก่ไปแล้ว พึงเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลงงมงาย แม้อาหารเราก็ไม่อยากรับประทาน แม้กายก็พึง เศร้าหมอง ซูบผอม แม้การงานก็พึงหยุดชะงัก แม้พวกอมิตรก็พึงดีใจ แม้พวก มิตรพึงเสียใจ ดังนี้ เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาแก่ไปแล้ว เขาย่อม เศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลงงมงาย นี้เรียกว่าปุถุชนผู้ไม่ได้ สดับ ถูกลูกศร คือ ความโศกที่มีพิษแทงเข้าแล้ว ย่อมทำตนให้เดือดร้อน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง สิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ของปุถุชน ผู้ไม่ได้สดับ ย่อมเจ็บไข้ ... สิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ของปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมตายไป ... สิ่งที่มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา ของปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อม สิ้นไป ... สิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดาของปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมฉิบหายไป เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดา ฉิบหายไปแล้ว เขาย่อมไม่พิจารณาเห็นดังนี้ ว่า ไม่ใช่สิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดาของเราผู้เดียวเท่านั้นฉิบหายไป โดย ที่แท้ สิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็นธรรมดาของสัตว์ทั้งปวง ที่มีการมา การไป การจุติ การอุปบัติ ย่อมฉิบหายไปทั้งสิ้น ส่วนเราเอง ก็เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหาย ไปเป็นธรรมดาฉิบหายไปแล้ว พึงเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลงงมงาย แม้อาหารเราก็ไม่อยากรับประทาน แม้กายก็พึงเศร้าหมอง ซูบผอม แม้การงานก็พึงหยุดชะงัก แม้พวกอมิตรก็พึงดีใจ แม้พวกมิตรพึงเสียใจ ดังนี้ เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดาฉิบหายไปแล้ว เขาย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลงงมงาย นี้เรียกว่าปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ถูกลูกศร คือ ความโศกที่มีพิษแทงเข้าแล้ว ย่อมทำตนให้เดือดร้อน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนว่าสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา ของอริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมแก่ไป เมื่อสิ่ง ที่มีความแก่เป็นธรรมดาแก่ไปแล้ว อริยสาวกนั้นย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ไม่ใช่ สิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาของเราผู้เดียวเท่านั้นแก่ไป โดยที่แท้ สิ่งที่มีความแก่ เป็นธรรมดา ของสัตว์ทั้งปวงที่มีการมา การไป การจุติ การอุปบัติ ย่อมแก่ไป ทั้งสิ้น ส่วนเราเอง ก็เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา แก่ไปแล้ว พึงเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลงงมงาย แม้อาหารเราก็ไม่อยากรับประทาน แม้กายก็พึงเศร้าหมอง ซูบผอม แม้การงานก็พึงหยุดชะงัก แม้พวกอมิตรก็พึงดีใจ แม้พวกมิตรก็พึงเสียใจ ดังนี้ เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา แก่ไปแล้ว อริยสาวกนั้นย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอก คร่ำครวญ ไม่ หลงงมงาย นี้เรียกว่าอริยสาวกผู้ได้สดับ ถอนลูกศร คือ ความโศกที่มีพิษ เป็นเครื่องเสียบแทงปุถุชน ผู้ไม่ได้สดับ ทำตนให้เดือดร้อน อริยสาวกผู้ไม่มี ความโศก ปราศจากลูกศร ย่อมดับทุกข์ร้อนได้ด้วยตนเอง ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง สิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาของอริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อม เจ็บไข้ ... สิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ของอริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมตายไป ... สิ่งที่มีความสิ้นไปเป็นธรรมดาของอริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมสิ้นไป ... สิ่งที่มี ความฉิบหายเป็นธรรมดาของอริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมฉิบหายไป เมื่อสิ่งที่มี ความฉิบหายเป็นธรรมดาฉิบหายไปแล้ว อริยสาวกนั้นย่อมพิจารณาเห็นว่า ไม่ใช่สิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็นธรรมดาของเราผู้เดียวเท่านั้นฉิบหายไป โดยที่แท้ สิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็นธรรมดาของสัตว์ทั้งปวง ที่มีการมา การไป การจุติ การอุปบัติ ย่อมฉิบหายไปทั้งสิ้น ส่วนเราเอง ก็เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็น ธรรมดาฉิบหายไปแล้ว พึงเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลง งมงาย แม้อาหารเราก็ไม่อยากรับประทาน แม้กายก็พึงเศร้าหมอง ซูบผอม แม้การงานก็พึงหยุดชะงัก แม้พวกอมิตรก็พึงดีใจ แม้พวกมิตรก็พึงเสียใจ ดังนี้ เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดาฉิบหายไปแล้ว อริยสาวกนั้นย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอก คร่ำครวญ ไม่หลงงมงาย นี้เรียกว่าอริยสาวก ผู้ได้สดับ ถอนลูกศร คือ ความโศกที่มีพิษ อันเป็นเครื่องเสียบแทงปุถุชนผู้ ไม่ได้สดับ ทำตนให้เดือดร้อน อริยสาวกผู้ไม่มีความโศกปราศจากลูกศร ย่อม ดับความทุกข์ร้อนได้ด้วยตนเอง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้แล อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกไม่พึงได้ ฯ ประโยชน์แม้เล็กน้อยในโลกนี้ อันใครๆ ย่อมไม่ได้เพราะ การเศร้าโศก เพราะการคร่ำครวญ พวกอมิตรทราบว่าเขา เศร้าโศก เป็นทุกข์ ย่อมดีใจ ก็คราวใด บัณฑิตผู้พิจารณา รู้เนื้อความ ไม่หวั่นไหวในอันตรายทั้งหมด คราวนั้น พวก อมิตรเห็นหน้าอันไม่ผิดปรกติของบัณฑิตนั้น ยิ้มแย้มตามเคย ย่อมเป็นทุกข์ บัณฑิตพึงได้ประโยชน์ในที่ใดๆ ด้วยประการ ใดๆ เพราะการสรรเสริญ เพราะความรู้ เพราะกล่าวคำ สุภาษิต เพราะการบำเพ็ญทาน หรือเพราะประเพณีของตน ก็พึงบากบั่นในที่นั้นๆ ด้วยประการนั้นๆ ถ้าพึงทราบว่า ความต้องการอย่างนี้อันเราหรือผู้อื่นไม่พึงได้ไซร้ ก็ไม่ควร เศร้าโศก ควรตั้งใจทำงานโดยเด็ดขาดว่า บัดนี้เราทำ อะไรอยู่ ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๘

ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อลพฺภนียานิ ฐานานิ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ กตมานิ ปญฺจ ชราธมฺมํ มา ชิรีติ อลพฺภนียํ ฐานํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ พฺยาธิธมฺมํ มา พฺยาธิยีติ ... มรณธมฺมํ มา มิยฺยีติ ... ขยธมฺมํ มา ขิยีติ ... นสฺสนธมฺมํ มา นสฺสีติ อลพฺภนียํ ฐานํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ {๔๘.๑} อสฺสุตวโต ภิกฺขเว ปุถุชฺชนสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ น อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ น โข มเยฺหเวกสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ อถโข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ ชราธมฺมํ ชีรติ อหญฺเจว โข ปน ชราธมฺเม ชิณฺเณ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ อุรตฺตาฬี กนฺเทยฺยํ สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสูติ โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน วิทฺโธ สวิเสน โสกสลฺเลน อตฺตานญฺเญว ปริตาเปติ ฯ {๔๘.๒} ปุน จปรํ ภิกฺขเว อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส พฺยาธิธมฺมํ พฺยาธิยติ ... มรณธมฺมํ มิยฺยติ ... ขยธมฺมํ ขิยติ ... นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ น อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ น โข มเยฺหเวกสฺส นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ อถโข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ อหญฺเจว โข ปน นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ อุรตฺตาฬี กนฺเทยฺยํ สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสูติ โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน วิทฺโธ สวิเสน โสกสลฺเลน อตฺตานญฺเญว ปริตาเปติ ฯ {๔๘.๓} สุตวโต จ โข ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ น โข มเยฺหเวกสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ อถโข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ ชราธมฺมํ ชีรติ ฯ อหญฺเจว โข ปน ชราธมฺเม ชิณฺเณ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ อุรตฺตาฬี กนฺเทยฺยํ สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสูติ โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ น สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก อพฺพุหิ สวิสํ โสกสลฺลํ เยน วิทฺโธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อตฺตานญฺเญว ปริตาเปติ อโสโก วิสลฺโล อริยสาวโก อตฺตานญฺเญว ปรินิพฺพาเปติ ฯ {๔๘.๔} ปุน จปรํ ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส พฺยาธิธมฺมํ พฺยาธิยติ ... มรณธมฺมํ มิยฺยติ ... ขยธมฺมํ ขิยติ ... นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ โส นสสนธมฺเม นฏฺเฐ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ น โข มเยฺหเวกสฺส นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ อถโข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ อหญฺเจว โข ปน นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ อุรตฺตาฬี กนฺเทยฺยํ สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสูติ โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ น สมฺโมหํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก อพฺพุหิ สวิสํ โสกสลฺลํ เยน วิทฺโธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อตฺตานญฺเญว ปริตาเปติ อโสโก วิสลฺโล อริยสาวโก อตฺตานญฺเญว ปรินิพฺพาเปติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ อลพฺภนียานิ ฐานานิ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ ฯ น โสจนาย น ปริเทวนาย อตฺโถ อิธ ลพฺภติ อปิ อปฺปโกปิ โสจนฺตเมนํ ทุกฺขิตํ วิทิตฺวา ปจฺจตฺถิกา อตฺตมนา ภวนฺติ ยโต จ โข ปณฺฑิโต อาปทาสุ น เวธติ อตฺถวินิจฺฉยญฺญู ปจฺจตฺถิกาสฺส ทุกฺขิตา ภวนฺติ ทิสฺวา มุขํ อวิการํ ปุราณํ ชปฺเปน มนฺเตน สุภาสิเตน อนุปฺปทาเนน ปเวณิยา วา ยถา ยถา ยตฺถ ลเภถ อตฺถํ ตถา ตถา ตตฺถ ปรกฺกเมยฺย สเจ ปชาเนยฺย อลพฺภเนยฺโย มยา วา อญฺเญน วา เอส อตฺโถ อโสจมาโน อธิวาสเยยฺย กมฺมํ ทฬฺหํ กินฺติ กโรมิทานีติ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย