๔. สมยสูตร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๔. สมยสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นคนแก่ ถูกชราครอบงำ นี้เป็น สมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๑ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้อาพาธ ถูกพยาธิครอบงำ นี้เป็นสมัยที่ไม่ควร บำเพ็ญเพียรข้อที่ ๒ อีกประการหนึ่ง สมัยที่มีข้าวแพง ข้าวเสียหาย มีบิณฑบาตหาได้ยาก ไม่สะดวกที่จะยังอัตตภาพให้เป็นไปได้ด้วยการแสวงหาบิณฑบาต นี้เป็นสมัยที่ไม่ ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๓ ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่มีภัย มีความกำเริบในป่าดง ชาวชนบทพากัน ขึ้นยานพาหนะอพยพไป นี้เป็นสมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๔ อีกประการหนึ่ง สมัยที่สงฆ์แตกกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อสงฆ์ แตกกันแล้ว ย่อมมีการด่ากันและกัน บริภาษกันและกัน มีการใส่ร้ายกันและกัน มีการทอดทิ้งกันและกัน คนผู้ไม่เลื่อมใสในสงฆ์หมู่นั้นย่อมไม่เลื่อมใส และคน บางพวกที่เลื่อมใสย่อมเป็นอย่างอื่นไป นี้เป็นสมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๕ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการนี้ ๕ ประการ เป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นหนุ่มแน่น มีผมดำสนิท ประกอบด้วย ความเป็นหนุ่ม ตั้งอยู่ในปฐมวัย นี้เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๑ อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง ประกอบด้วย ไฟธาตุที่เผาอาหารให้ย่อยสม่ำเสมอ ไม่เย็นนัก ไม่ร้อนนัก เป็นปานกลาง ควร แก่การบำเพ็ญเพียร นี้เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๒ ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่ข้าวถูก ข้าวดี มีบิณฑบาตหาได้ง่าย สะดวกที่ จะยังอัตตภาพให้เป็นไปด้วยการแสวงหาบิณฑบาต นี้เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ข้อที่ ๓ ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่พวกมนุษย์พร้อมเพรียงกัน [สามัคคีกัน] ยินดี ต่อกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองดูกันและกันด้วยจักษุที่ ประกอบด้วยความรัก นี้เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๔ ฯ อีกประการหนึ่ง สมัยที่สงฆ์พร้อมเพรียงกัน ยินดีต่อกัน ไม่วิวาทกัน มีอุเทศร่วมกัน ย่อมอยู่เป็นผาสุก ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์สมัครสมานกัน ย่อมไม่มีการด่ากันและกัน ไม่บริภาษกันและกัน ไม่มีการใส่ร้ายกันและกัน ไม่ มีการทอดทิ้งกันและกัน คนผู้ไม่เลื่อมใสในสงฆ์หมู่นั้น ย่อมเลื่อมใส และคน ที่เลื่อมใสแล้ว ย่อมเลื่อมใสยิ่งขึ้นไป นี้เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๕ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๔
ปญฺจิเม ภิกฺขเว อสมยา ปธานาย กตเม ปญฺจ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชิณฺโณ โหติ ชรายาภิภูโต อยํ ภิกฺขเว ปฐโม อสมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ พฺยาธิโต โหติ พฺยาธินาภิภูโต อยํ ภิกฺขเว ทุติโย อสมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ทุพฺภิกฺขํ โหติ ทุสฺสสฺสํ ทุลฺลภปิณฺฑํ น สุกรํ อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ อยํ ภิกฺขเว ตติโย อสมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภยํ โหติ อฏฺฏวีสงฺโกโป จกฺกสมารูฬฺหา ชานปทา ปริยายนฺติ อยํ ภิกฺขเว จตุตฺโถ อสมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว สงฺโฆ ภินฺโน โหติ สงฺเฆ โข ปน ภิกฺขเว ภินฺเน อญฺญมญฺญํ อกฺโกสา จ โหนฺติ อญฺญมญฺญํ ปริภาสา จ โหนฺติ อญฺญมญฺญํ ปริกฺเขปา จ โหนฺติ อญฺญมญฺญํ ปริจฺจชา จ โหนฺติ ตตฺถ อปฺปสนฺนา เจว นปฺปสีทนฺติ ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตํ โหติ อยํ ภิกฺขเว ปญฺจโม อสมโย ปธานาย ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อสมยา ปธานาย ฯ {๕๔.๑} ปญฺจิเม ภิกฺขเว สมยา ปธานาย กตเม ปญฺจ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ทหโร โหติ ยุวา สุสู กาฬเกโส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต ปฐเมน วยสา อยํ ภิกฺขเว ปฐโม สมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปาพาโธ โหติ อปฺปาตงฺโก สมเวปากินิยา คหณิยา สมนฺนาคโต นาติสีตาย นาจฺจุณฺหาย มชฺฌิมาย ปธานกฺขมาย อยํ ภิกฺขเว ทุติโย สมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว สุภิกฺขํ โหติ สุสสฺสํ สุลภปิณฺฑํ สุกรํ อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ อยํ ภิกฺขเว ตติโย สมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว มนุสฺสา สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ขีโรทกีภูตา อญฺญมญฺญํ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสนฺตา วิหรนฺติ อยํ ภิกฺขเว จตุตฺโถ สมโย ปธานาย ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว สงฺโฆ สมคฺโค สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส ผาสุ วิหรติ สงฺเฆ โข ปน ภิกฺขเว สมคฺเค น เจว อญฺญมญฺญํ อกฺโกสา โหนฺติ น จ อญฺญมญฺญํ ปริภาสา โหนฺติ น จ อญฺญมญฺญํ ปริกฺเขปา โหนฺติ น จ อญฺญมญฺญํ ปริจฺจชา โหนฺติ ตตฺถ อปฺปสนฺนา เจว ปสีทนฺติ ปสนฺนานญฺจ ภิยฺโยภาโว โหติ อยํ ภิกฺขเว ปญฺจโม สมโย ปธานาย ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ สมยา ปธานายาติ ฯ