อิธโลกสูตร ที่ ๑
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต อิธโลกสูตรที่ ๑
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล นางวิสาขามิคารมารดาเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มี- *พระภาคได้ตรัสกะนางวิสาขามิคารมารดาว่า ดูกรวิสาขา มาตุคามผู้ประกอบ ด้วยธรรม ๔ ประการ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้ แล้ว ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้จัดการ งานดี ๑ สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี ๑ ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี ๑ รักษา ทรัพย์ที่สามีหามาได้ ๑ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้จัดการงานดีอย่างไร ดูกร วิสาขา มาตุคามในโลกนี้ เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานภายในบ้านของ สามี คือ การทำผ้าขนสัตว์หรือการทำผ้าฝ้าย ประกอบด้วยปัญญาเครื่องพิจารณาอัน เป็นอุบายในการงานนั้น อาจทำ อาจจัดได้ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้จัดการ งานดีอย่างนี้แล ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างไร ดูกร วิสาขา มาตุคามในโลกนี้ ย่อมรู้การงานที่อันโตชนภายในบ้านของสามี คือ ทาส คนใช้หรือกรรมกร ทำแล้วว่าทำแล้ว ที่ยังไม่ได้ทำว่ายังไม่ได้ทำ รู้คนที่ป่วยไข้ว่า ดีขึ้นหรือทรุดลง และแบ่งของเคี้ยวของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างนี้แล ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ประพฤติเป็นที่พอใจสามีอย่างไร ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ ไม่ละเมิดสิ่งอันไม่เป็นที่พอใจของสามีแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต ดูกรวิสาขา มาตุคามประพฤติเป็นที่พอใจของสามีอย่างนี้แล ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามรักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้อย่างไร ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ จัดการทรัพย์ ข้าวเปลือก เงินหรือทอง ที่สามีหามาได้ให้คง อยู่ ด้วยการรักษา คุ้มครอง และไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย ไม่เป็น นักดื่ม ไม่ผลาญทรัพย์ให้พินาศ ดูกรวิสาขา มาตุคามรักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ อย่างนี้แล ดูกรวิสาขา มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล ชื่อว่าปฏิบัติ เพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้ว ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อ ชัยชนะในโลกหน้า ชื่อว่าปรารภโลกหน้าแล้ว ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน ดูกร วิสาขา มาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ๑ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ๑ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ ๑ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา ๑ ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาอย่างไร ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้มีศรัทธา เชื่อพระปัญญาเครื่องตรัสรู้ของพระตถาคตว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดย ชอบ ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็น สารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วย ศรัทธาอย่างนี้แล ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างไร ดูกรวิสาขา มาตุคาม ในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต จากอทินนาทาน จากกาเมสุมิจฉาจาร จากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความ ประมาท ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้แล ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะอย่างไร ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ มีจิตปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มี จาคะอันปล่อยแล้ว มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการ จำแนกทาน ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะอย่างนี้แล ฯ ดูกรวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอย่างไร ดูกรวิสาขา มาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้มีปัญญา คือ ประกอบด้วยปัญญาเครื่องพิจารณาความ เกิดและความดับ เป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ดูกร วิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอย่างนี้แล ดูกรวิสาขา มาตุคาม ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ชื่อว่า ปรารภโลกหน้าแล้ว ฯ มาตุคามผู้จัดการงานดี สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ มาตุคามนั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ปราศจาก ความตระหนี่ รู้ความประสงค์ ชำระทางสัมปรายิกัตถ- *ประโยชน์อยู่เป็นนิตย์ นารีใดมีธรรม ๘ ประการนี้ ดังกล่าว มานี้ ปราชญ์ทั้งหลายกล่าวสรรเสริญนารีแม้นั้นว่า เป็นผู้มี ศีล ตั้งอยู่ในธรรม พูดคำสัตย์ อุบาสิกาผู้มีศีลเช่นนั้น ถึงพร้อมด้วยอาการ ๑๖ อย่าง ประกอบด้วยองคคุณ ๘ ประการ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา ฯ จบสูตรที่ ๙
๔๙ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ฯ อถโข วิสาขา มิคารมาตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ฯเปฯ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วิสาขํ มิคารมาตรํ ภควา เอตทโวจ จตูหิ โข วิสาเข ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม อิธโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ อยํส โลโก อารทฺโธ โหติ ฯ กตเมหิ จตูหิ อิธ วิสาเข มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ สงฺคหิตปริชโน ภตฺตุ มนาปํ จรติ สมฺภตํ อนุรกฺขติ ฯ กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม เย เต ภตฺตุ อพฺภนฺตรา กมฺมนฺตา อุณฺณาติ วา กปฺปาสาติ วา ตตฺถ ทกฺขา โหติ อนลสา ตตฺรุปายาย วีมํสาย สมนฺนาคตา อลํ กาตุํ อลํ สํวิธาตุํ เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ ฯ {๑๓๙.๑} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม สงฺคหิตปริชโน โหติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม เย เต ภตฺตุ อพฺภนฺตรา อนฺโตชนา ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา เตสํ กตญฺจ กตโต ชานาติ อกตญฺจ อกตโต ชานาติ คิลานกานญฺจ พลาพลํ ชานาติ ขาทนียโภชนียญฺจสฺส ปจฺจเยน สํวิภชติ เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม สงฺคหิตปริชโน โหติ ฯ {๑๓๙.๒} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม ภตฺตุ มนาปํ จรติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม ยํ ภตฺตุ อมนาปสงฺขาตํ ตํ ชีวิตเหตุปิ น อชฺฌาจรติ เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม ภตฺตุ มนาปํ จรติ ฯ {๑๓๙.๓} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม สมฺภตํ อนุรกฺขติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม ยํ ภตฺตา อาหรติ ธนํ วา ธญฺญํ วา รชตํ วา ชาตรูปํ วา ตํ อารกฺเขน คุตฺติยา สมฺปาเทติ ตตฺถ จ โหติ อธุตฺตี อเถนี อโสณฺฑี อวินาสิกา เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม สมฺภตํ อนุรกฺขติ ฯ อิเมหิ โข วิสาเข จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม อิธโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ อยํส โลโก อารทฺโธ โหติ ฯ {๑๓๙.๔} จตูหิ โข วิสาเข ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ปรโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ ปรสฺส โลโก อารทฺโธ โหติ ฯ กตเมหิ จตูหิ อิธ วิสาเข มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปนฺโน โหติ จาคสมฺปนฺโน โหติ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ ฯ {๑๓๙.๕} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม สทฺโธ โหติ สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ ฯ {๑๓๙.๖} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม สีลสมฺปนฺโน โหติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม สีลสมฺปนฺโน โหติ ฯ {๑๓๙.๗} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม จาคสมฺปนฺโน โหติ อิธ วิสาเข มาตุคาโม วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มุตฺตจาคี ปยตปาณี โวสฺสคฺครตา ยาจโยคา ทานสํวิภาครตา เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม จาคสมฺปนฺโน โหติ ฯ {๑๓๙.๘} กถญฺจ วิสาเข มาตุคาโม ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ อิธ วิสาเข มาตุตาโม ปญฺญวา โหติ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย สมฺมาทุกฺขกฺขยคามินิยา เอวํ โข วิสาเข มาตุคาโม ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ ฯ อิเมหิ โข วิสาเข จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ปรโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ ปรสฺส โลโก อารทฺโธ โหตีติ ฯ สุสํวิหิตกมฺมนฺโต สงฺคหิตปริชฺชโน ภตฺตุ มนาปํ จรติ สมฺภตํ อนุรกฺขติ สทฺธาสีเลน สมฺปนฺโน วทญฺญู วีตมจฺฉโร นิจฺจํ มคฺคํ วิโสเธติ โสตฺถานํ สมฺปรายิกํ อิจฺเจเต อฏฺฐ ธมฺมา จ ยสฺสา วิชฺชนฺติ นาริยา ตมฺปิ สีลวตึ อาหุ ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินึ โสฬสาการสมฺปนฺนา อฏฺฐงฺคสุสมาคตา ตาทิสี สีลวตี อุปาสิกา อุปปชฺชติ เทวโลกํ มนาปนฺติ ฯ